
การแก้เกมของซัมซุง
ในแวดวงไอทีปรากฏการณ์ที่สร้างความสั่นสะเทือนอย่างมาก คงไม่พ้นการระเบิดของโทรศัพท์มือถือ ซัมซุง กาแล็คซี่ โน้ต 7 ที่เป็นข่าวเกรียวกราวไปทั่ว
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
ในแวดวงไอทีปรากฏการณ์ที่สร้างความสั่นสะเทือนอย่างมาก คงไม่พ้นการระเบิดของโทรศัพท์มือถือ ซัมซุง กาแล็คซี่ โน้ต 7 ที่เป็นข่าวเกรียวกราวไปทั่ว
สุดท้ายซัมซุงฯ ต้องประกาศหยุดการจำหน่ายโทรศัพท์รุ่นนี้พร้อมกับรับคืนสินค้าทั่วโลก ยังไม่นับคดีความต่างๆ ที่ผู้ใช้รุมฟ้องร้อง
โน้ต 7 จึงเป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจ
เริ่มแรกการเปิดตัว โน้ต 7 ในเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา เป็นเหมือนเทพนิยายที่สวยหรู เพียง 2 วัน เมื่อเปิดจองล่วงหน้าที่เกาหลีใต้ ก็มียอดจองถึง 2 แสนเครื่อง ทำลายทุกสถิติที่เคยเกิดขึ้นของซัมซุงฯ
ผลตอบรับทางการตลาดเป็นไปอย่างดีเลิศ จากการที่ โน้ต 7 อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีมากมาย อาทิ ระบบความปลอดภัยส่วนบุคคลด้วยการสแกนม่านตา (Iris Scanner) ที่เหนือกว่าการสแกนด้วยลายนิ้วมือ
ขณะเดียวกัน จุดแข็งของโทรศัพท์ตระกูล โน้ต ที่แตกต่างจากมือถือรุ่นอื่นๆ ก็คือปากกา S-Pen ผู้ใช้สามารถเปิดโปรแกรม และใช้ปากกาเขียนข้อความบนหน้าจอ จากนั้นจะบันทึกหรือส่งต่อไปยังผู้อื่นได้ สำหรับ โน้ต 7 มีความพิเศษตรงเทคโนโลยีป้องกันน้ำ ป้องกันฝุ่น ขนาดขีดเขียนปากกา S-Pen ได้เมื่ออยู่ใต้น้ำ
โน้ต 7 จึงเป็นสุดยอดสมาร์ทโฟน เป็นความหวังของซัมซุงฯ
ทว่าความฮือฮาของ โน้ต 7 คงอยู่ได้ไม่นานนัก สิ่งที่ตามมาหลังจากนั้น คือ ปัญหาการระเบิด โดยเฉพาะเมื่อมีการชาร์จไฟ จนถึงขั้นสายการบินบางแห่งห้ามนำขึ้นเครื่องบินขณะที่เปิดใช้
ซัมซุงฯ พยายามแก้ไขปัญหา แต่สุดท้ายก็ไม่สำเร็จ นำมาซึ่งการหยุดผลิต เรียกคืน โน้ต 7 ทั่วโลก
ในทางธุรกิจเสียหายอย่างหนัก ผลกำไร ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ ในไตรมาส 3 ของปีนี้ลดลงถึง 30% ยังไม่นับภาพลักษณ์ที่ย่ำแย่
แต่ท่ามกลางวิกฤตการณ์ของ โน้ต 7 ราคาหุ้นซัมซุงฯ กลับไม่ตกต่ำอย่างที่คิด มิหนำซ้ำกลับถูกไล่กว้านซื้อกลับมาด้วย
ที่เป็นเช่นนี้เกิดจากสาเหตุหลายประการ
อย่างแรกธุรกิจของซัมซุงฯ มีหลากหลาย ที่เป็นตัวทำเงินนอกจากโทรศัพท์มือถือแล้ว ยังมีการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ และจอภาพที่เป็นเทคโนโลยีเฉพาะ เป็นที่ต้องการของทั้งผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ไอทีต่างๆ
ซัมซุงฯ จึงมีธุรกิจอื่นที่ค้ำยันได้ โดยมองกันว่ากำไรจะฟื้นตัวในช่วงปลายปีนี้
ขณะเดียวกัน ซัมซุงฯ ขยับแก้เกม นับตั้งแต่การประกาศแผนซื้อหุ้นคืนจากตลาดหลักทรัพย์ฯ เหมือนแสดงให้เห็นว่า ราคาหุ้นซัมซุงฯ ถูกเกินไป
ถัดมา ซัมซุงฯ ปรับโครงสร้างองค์กร โดนผลักดัน ลีแจยง วัย 48 ปี ทายาทของตระกูลผู้ก่อตั้งซัมซุงฯ ให้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในคณะกรรมการ เพื่อรับไม้ต่อ และสร้างความหวังว่าจะแก้ปัญหาโครงสร้างการถือหุ้นของซัมซุงฯ ที่ไม่โปร่งใส จากการที่มีกลุ่มธุรกิจครอบครัวขนาดใหญ่หรือแชโบล 70 แห่ง โยงใยกันอยู่
ยัง ยังไม่หมด ซัมซุงฯ ยังประกาศใช้เงินลงทุน 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3.4 หมื่นล้านบาท ภายในกลางปีหน้า เพื่อขยายธุรกิจเพิ่มการผลิตชิปคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัย ที่โรงงานในสหรัฐ
ที่สำคัญในต้นปีหน้า ซัมซุงฯ จะวางตลาดโทรศัพท์มือถือ ซัมซุง กาแล็คซี่ เอส 8 โดยหวังจะลบเลือนภาพลักษณ์ที่เสียหายไปจาก โน้ต 7
ทั้งหมด คือหมากที่ซัมซุงฯ ขยับเพื่อหวังพลิกสถานการณ์
และเป็นบทเรียนระดับโลกที่น่าติดตามอย่างยิ่ง







