
เปิดแผลด้วยคำพูด
เพราะคำพูดสามารถสร้างและเปลี่ยนแปลงความรู้สึกได้อย่างไม่มีขอบเขต
โดย...ดาบบุญ
เพราะคำพูดสามารถสร้างและเปลี่ยนแปลงความรู้สึกได้อย่างไม่มีขอบเขต
กับคำพูดที่ออกจากปากเบอร์ 2 ของรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. จากปากของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่มีหน้าที่รับผิดชอบเป็นถึงรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหมอันยิ่งใหญ่
“หากราคาปุ๋ยมันแพงกว่าราคาข้าว ก็ไปขายปุ๋ยแทน”
เชื่อว่าคำพูดนี้คงได้สร้างความเจ็บปวดในหัวอกชาวนาสันหลังของชาติไม่น้อย
แม้วันต่อมา พล.อ.ประวิตร จะพูดสำทับเพิ่มเติมว่ากรณีดังกล่าวแค่ “พูดเล่น”
พูดเล่นๆ เท่านั้นเอง...
ผมสงสารและเห็นใจชาวนาขึ้นมาจับใจ และเชื่อว่าคงเป็นความรู้สึกเดียวกับคนส่วนใหญ่ของประเทศ เพราะพวกเขาหวังพึ่งพารัฐบาลในการช่วยหาทางออกกับราคาข้าวที่ตกต่ำ ขายกันได้อย่างไรกับกิโลกรัมละ 3 บาท 5 บาท
บวกกับมาเจอคนที่จะช่วยเหลือ ผู้มีอำนาจในบ้านเมืองที่พูดจาออกมาด้วยลักษณะที่ว่าไม่ทันคิด ท้ายสุดก็แก้ต่างว่าแค่พูดเล่น
หัวใจของพวกเขาชาวนาจะอดสูยิ่งปานใด
แม้ว่า พล.อ.ประวิตร จะไม่ได้รับผิดชอบโดยตรงในการแก้ไขปัญหาราคาข้าว แต่ท่านก็มีสิทธิในการสั่งการ ประสาน หรือช่วยเหลือให้กับคนกลุ่มใหญ่ของประเทศได้คลายปัญหาความทุกข์อยู่
หาใช่ว่าจะไล่ไปขาย หรือให้ไปทำอย่างอื่นแทน
เสาหลักของบ้านเมืองนั้น ต้องพร้อมที่จะช่วยเหลือ บำบัดความทุกข์ยากของประชาชน ในเมื่อเป็นการอาสาเข้ามาทำงาน มาแก้ไขปัญหาของบ้านเมือง ก็ควรจะเดินหน้าให้ได้ในวัตถุประสงค์นั้น
ไม่ใช่เป็นการซ้ำเติมบาดแผลให้เสียความรู้สึกเพราะคำพูด
และคำว่า “ไม่รู้” หรือ “ไม่ทราบ” แม้แต่ “เรื่องนี้ตอบไม่ได้” น่าจะเป็นทางออกที่ดีมากกว่าไล่ให้ไปทำอย่างอื่น
และผลของวาจาดังกล่าว สะท้อนไปยังตัวตนของ พล.อ.ประวิตร ได้เป็นอย่างดี เพราะบ่อยครั้งท่านมักเลือกเอาอารมณ์และการพลั้งเผลอพูดจาอันไม่น่าจะเหมาะสำหรับคนที่บริหารบ้านเมืองขึ้นมาเป็นกระแสอยู่เนืองๆ
...ดาบบุญ...ไม่ได้ต้องการติเตียนผู้ยิ่งใหญ่ของบ้านเมืองแต่ประการใด เพียงแต่อยากเห็นท่านใจเย็นมากขึ้นกว่านี้ และคงไม่ต้องถึงกับขนาดที่สอนให้นึกคิดให้ดีก่อนที่จะพูดสิ่งใดออกมา เพราะด้วยวัยวุฒิ คุณวุฒิ ของดาบบุญผู้ต่ำต้อย คงไม่อาจเอื้อมอหังการได้ปานนั้น
แต่สิ่งหนึ่งที่เชื่อได้อย่างมั่นใจ หากท่าน พล.อ.ประวิตรให้ข้อมูลต่อสังคมด้วยความกระจ่าง ด้วยเหตุและผล พร้อมประสานช่วยเหลือให้กับชาวนาได้คลายปัญหาลงไปได้บ้าง ทิศทางและกระแสของบ้านเมือง รวมถึงความรู้สึกของชาวนาและคนในสังคมไทยเองก็ต้องจะพุ่งทะยานไปในแง่บวกแน่นอน
เพียงแต่ท่านใจเย็นขึ้นอีกนิด และการทำใจให้เย็น ก็คงไม่เหนื่อยจากภาระงานของท่านมากจนเกินไป
และเพื่อแลกกับการทำให้สังคมมันเย็นขึ้นตามไปด้วย น่าจะเป็นผลพวงที่ดีนะครับ







