
อิหร่านหลังยกเลิกคว่ำบาตร
โดย...ชาลอต โทณวณิก
โดย...ชาลอต โทณวณิก
ได้เขียนเกี่ยวกับอิหร่านมา 2 ครั้ง และตั้งใจว่าจะมีบทสรุป
ครั้งนี้จึงมาเป็นบทสรุปของอิหร่านในช่วงเริ่มเปิดประเทศ เพราะได้รับการยกเลิกการคว่ำบาตร หลังจากที่ได้เขียนในแง่ Supply จากอิหร่านแล้ว ด้าน Demand ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก เพราะมีประชากรวัยทำงานจำนวนมาก ทำให้กลุ่ม Middle Income เพิ่มขึ้น และอิหร่านยังมีสัดส่วนการใช้จ่ายเพื่อบริโภคในระดับค่อนข้างสูง คือราวร้อยละ 50 ของ GDP (ไทย 52) อีกทั้งยังมีขนาดเศรษฐกิจใกล้เคียงกับไทย (อิหร่าน 394 ไทย 396 พันล้านเหรียญสหรัฐ)
ศักยภาพทางเศรษฐกิจของอิหร่านดูได้จากความเคลื่อนไหวหลังการยกเลิกการคว่ำบาตรไม่กี่วัน อิหร่านก็มีดีลธุรกิจกับต่างประเทศถึงเกือบ 50 พันล้านเหรียญสหรัฐ รัฐบาลอิหร่านก็สั่งซื้อเครื่องบิน Airbus ถึง 118 ลำ มูลค่าถึง 25 พันล้านเหรียญสหรัฐ ดีลกับบริษัทรถไฟอิตาลีในการก่อสร้างเครือข่ายรถไฟอีก 5 พันล้านเหรียญสหรัฐ
นอกจากนี้ รัฐมนตรีกระทรวงน้ำมันของอิหร่านยังให้สัมภาษณ์ว่า ในช่วง 6 เดือนข้างหน้า อิหร่านจะมีกำลังการผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้นอีก 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งก็หมายความว่า อิหร่านจะผลิตได้ใกล้เคียงกับช่วงก่อนถูกคว่ำบาตร (ช่วงปี 2011 ผลิตได้ถึง 2.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน) นั่นคืออิหร่านเตรียมจะเรียกคืนตำแหน่งผู้นำด้านการส่งออกน้ำมันมาในไม่ช้านี้เอง
World Bank ได้ประมาณว่า อิหร่านหลังการยกเลิกการคว่ำบาตรจะสนับสนุนให้เศรษฐกิจโตได้ร้อยละ 4.2 ในปี 2016 นี้ และร้อยละ 4.6 ในปี 2017
ดูหนังดูละครแล้วย้อนดูตัว อิหร่านถูกคว่ำบาตรและปิดประเทศ ก็คล้ายๆ กับเมียนมา ที่สุดท้ายพอถึงตอนนี้ เมื่อยกเลิกการคว่ำบาตร (บางเรื่อง) ก็กลายเป็นประเทศที่มีทรัพยากรมหาศาล และพร้อมที่จะขับเคลื่อนไปข้างหน้า
เราคงจะจับตาดูทั้งสองประเทศ คือ อิหร่าน และเมียนมา ต่อไป เพราะเสมือนโลกตะวันตกจะคุ้นเคยและเข้าถึงอิหร่าน ส่วนโลกตะวันออก ASEAN+3 +6 จะคุ้นเคยกับเมียนมามากกว่า
ต่อไปการล่าอาณานิคมไม่ใช่การใช้อาวุธ แต่เป็นการล่าด้วยกลไกทางเศรษฐกิจ
“ฟันธง !”







