
เขตปลอดเจ๊
หากถามหาคนชื่อ “ยุวดี ธัญญศิริ” น้อยคนนักไม่รู้จัก ยิ่งถ้าบอกว่าอยากพบ “เจ๊ยุ” ด้วยแล้ว ถึงขั้นมีผู้ขันอาสาพาไปพบตัวเป็นๆ ที่รังนกกระจอก 2
โดย...ขำ เคืองใจ
หากถามหาคนชื่อ “ยุวดี ธัญญศิริ” น้อยคนนักไม่รู้จัก ยิ่งถ้าบอกว่าอยากพบ “เจ๊ยุ” ด้วยแล้ว ถึงขั้นมีผู้ขันอาสาพาไปพบตัวเป็นๆ ที่รังนกกระจอก 2 หรือห้องนักข่าวใหม่ประจำทำเนียบรัฐบาลกันเลยทีเดียว
ไม่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี ข้าราชการ คนขับรถลงไปถึงพนักงานทำความสะอาดต่างคุ้นเคยสรรพคุณเจ๊ยุกันหมด
น้องๆ สื่อมวลชนหลายต่อหลายรุ่นผ่านเข้ามาทำเนียบฯ แต่ “คุณยุวดี” อนุญาตให้เรียกว่า “เจ๊ยุ” ได้ เพราะนอกจากสร้างความเป็นกันเองแล้ว ยังแสดงถึงความสัมพันธ์ของคนที่อยู่ในวิชาชีพเดียวกันโดยไม่เคยคิดแบ่งเขาแบ่งเรา
ว่าไปแล้ว “เจ๊ยุ” คือนักข่าวในตำนานคนหนึ่ง โดดเด่นมาตั้งแต่เคยเป็นดาวมหาวิทยาลัย สำเร็จการศึกษาในสาขาวิชาชีพสื่อมวลชนโดยตรงกระทั่งปักหลักทำข่าวที่ทำเนียบรัฐบาล
เป็นสื่อมวลชนแถวหน้ายิงคำถามเชิงตรวจสอบตั้งแต่ปลายยุครัฐบาลจอมพลถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรีคนที่ 10 จนถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีคนที่ 29
เรียกว่า 20 นายกฯ ผ่านการถูกเจ๊ยุสัมภาษณ์ และทุกคำตอบจากบรรดาผู้นำประเทศมักถูกนำมาพาดหัวข่าวสื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ แทบทั้งสิ้น
กระทั่งยุคที่สื่อเปลี่ยนแปลงมาเป็นสื่อดิจิทัล โซเชียลมีเดีย เจ๊ยุยังคงมีบทบาทในการตรวจสอบความเป็นไปในรัฐบาล
ถามในฐานะเป็นตัวแทนประชาชนจำนวนมากที่ไม่มีโอกาสได้ถามถึงการแก้ปัญหาความเดือดร้อนต่างๆ นำคำตอบออกมาตีแผ่ในวงกว้าง เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน
คำถามของเจ๊ยุอาจไม่ค่อยเข้าหูของใครบางคน อาจขัดใจผู้มีอำนาจทางการเมือง หรือแม้แต่คนทั่วไปซุบซิบนินทา “ยัยป้าคนนี้รับจ้างนักการเมืองให้มาถามหรือเปล่า” หรือถึงขั้นวิพากษ์วิจารณ์ “นักข่าวมีสีแหงๆ”
ซึ่งเป็นธรรมดาของสังคมประชาธิปไตยมักมีมุมมองความคิดเห็นแตกต่าง โดยเฉพาะในยุคที่การเมืองแบ่งขั้วสียังไม่จางหาย ก็จะตั้งแง่มองเจ๊ยุแบบนั้นได้
แต่ละคนย่อมมีทัศนคติทางการเมืองแตกต่างกันออกไป มีรักมีชอบต่างกัน แต่เมื่อสวมบทบาททำหน้าที่ ยิ่งเป็นหน้าที่สื่อมวลชนด้วยแล้ว หากใครได้สัมผัสการทำหน้าที่ของเจ๊ยุ ย่อมเข้าใจดีถึงการทำหน้าที่ได้อย่างครบถ้วนสมกับความเป็นสื่อมวลชนโดยแท้
อีกอย่าง เจ๊ยุเกษียณอายุจากการทำงานสื่อสำนักพิมพ์ต่างประเทศมานานหลายปีแล้ว แต่โดยสายเลือดของความเป็นสื่อมวลชน ผูกพันกับศูนย์กลางอำนาจทางการเมืองอย่างทำเนียบรัฐบาล ทำให้เจ๊ยุเดินทางมาที่ทำเนียบรัฐบาลเป็นประจำ เสมือนเป็นบ้านอีกหลังหนึ่งที่ต้องคอยเข้ามาทำหน้าที่เฝ้าระแวดระวัง เก็บกวาดความไม่ชอบมาพากลภายในบ้านหลังนี้
วันนี้ คสช.ปิดประตูทำเนียบฯ ไม่อนุญาตให้เจ๊ยุเข้ามาทำข่าว โดยอ้างถึงมาตรการรักษาความปลอดภัย ต้องจัดทำบัตรเข้าออกให้สื่อมวลชนแบบใหม่ จะคัดกรองให้สื่อที่มีต้นสังกัดรับรองเท่านั้น ซึ่ง “เจ๊ยุ” น้อมรับกฎกติกาที่ออกมา อีกอย่างเจ๊ยุสังขารมากแล้วก็อยากวางมือในช่วงสิ้นปีเหมือนกัน
แม้เจ๊ยุหายไป แต่บทบาทหน้าที่ความเป็นสื่อที่ทิ้งไว้ในทำเนียบฯ ไม่เลือนหายไปแน่นอนครับ







