
กองทุน LTF น้องใหม่ น่าสนใจกว่า LTF แบบเดิม ?
โดย ธนัฐ ศิริวรางกูร นักวางแผนการเงินอิสระ
โดย ธนัฐ ศิริวรางกูร นักวางแผนการเงินอิสระ
สวัสดีครับ มาพบกับผม หมอนัทในคอลัมน์ Fund Clinic กันอีกครั้ง เหลืออีกไม่กี่เดือน ที่เราจะได้ฉลองปีใหม่กันอีกครั้งแล้วนะครับ ปี ๆ นึง ผ่านไปเร็วจริง ๆ เมื่อเข้าใกล้สิ้นปีแบบนี้ นักลงทุนในกองทุนรวมน่าจะรู้ดีกว่า หมายถึง เราเข้าใกล้ ฤดูแห่งการซื้อ LTF/RMF อีกแล้วนั่นเองครับ
ปีนี้เป็นปีที่แปลกกว่าที่เคยเป็นมาทุกปี เนื่องจากว่ากองทุน LTF เองได้มีการต่ออายุ และเพิ่มระยะเวลาการลงทุนจากเดิม 5 ปีปฏิทิน มาเป็น 7 ปีปฏิทิน อีกด้วยครับ แน่นอนว่าพอมีการต่ออายุให้กับกองทุน LTF ผลที่ตามมาก็คือ แต่ละ บลจ. เองก็เริ่มที่จะงัดไม้เด็ด คือ เอากองทุน LTF ใหม่ ๆ ออกมากันอย่างมากมายเลย
ถ้าใครได้ติดตามกองทุนที่ออกมาใหม่ของแต่ละ บลจ. แล้วละก็ จะเห็นได้ว่า แต่ละบลจ. นั้นจะเอาแนวทางการลงทุน หรือ กองทุนที่มี Investment Process ที่น่าสนใจ หรือ ที่ได้รับความนิยมมาแล้วในอดีตมาให้นักลงทุนได้มีทางเลือกมากขึ้นกว่ากองทุนแบบเดิม ๆ ที่ลงทุนในหุ้น และไม่ได้มีข้อกำหนดของแนวทางการลงทุนที่ตายตัว หรือพูดง่าย ๆ ว่า เป็นนโยบายการลงทุนแบบเปิดกว้างนั่นเอง
กองทุน LTF ที่ออกมาใหม่นั้น ส่วนใหญ่จะมีลักษณะเฉพาะตัวตามแต่ละที่ บลจ. ถนัด หรือว่า เป็นกองทุนที่เคยบริหารแล้วประสบความสำเร็จ เช่น กองทุน T-Lowbeta ของ บลจ.ธนชาต ที่ค่อนข้างโดดเด่นในภาวะที่ตลาดหุ้นผันผวน หรือ กองทุน B-Basic ของ บลจ.บัวหลวง ที่ทำผลงานได้ดีมาตลอด รวมถึง บลจ. ทิสโก้ ที่ได้นำแนวคิดการลงทุนในหุ้นเล็กที่โด่งดัง อย่างกองทุน TISCOM มาประชันกันอย่างเต็มที่
กองทุนเหล่านี้ก็ล้วนแล้วแต่ได้ความนิยมมากมายในหมู่นักลงทุนมาพอสมควร ซึ่งทำให้เวลาที่บลจ. นำออกมาขายใหักับนักลงทุน ก็คงไม่ต้องแนะนำอะไรเพิ่มเติมอะไรให้มากมาย ที่สำคัญ บลจ. เองก็ไม่ต้องมีต้นทุนเพิ่มเติมในด้านการจัดการ เพราะว่าเป็นแนวทางการบริหารที่ถนัดอยู่แล้วนั่นเองครับ
ทั้งนี้ บาง บลจ. ที่มีแนวคิดการลงทุนกับกองทุน LTF ที่โดดเด่นอยู่แล้ว บางที่ก็อาจจะมีการปรับปรุง หรือเพิ่มเติมสินค้าให้ครบทุก segment มากขึ้น เช่นการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์อย่างตราสารหนี้แทน และผมคิดว่าเป็นแนวทางที่ดีมาก เพราะเป็นการพิ่มตัวเลือกใหักับนักลงทุนที่ไม่สามารถรับความเสี่ยงสูงแบบกองทุน LTF ที่เน้นการลงทุนในหุ้นเพียงอย่างเดียวได้ครับ บลจ.ที่ออกกองทุนแบบนี้มาก็ตัวอย่างเช่น บลจ. Aberdeen ที่ได้ออกกองทุน LTF แบบที่ลงทุนในหุ้น 70% และตราสารหนี้อีก 30% ครับ
ส่วนที่ผมเห็นว่าแปลกประหลาดหน่อย และดูแล้วมีแนวความคิดที่ค่อนข้างดี ก็น่าจะเป็น กองทุนของ บลจ. LH ที่ออกกองทุน LHSMART-LTF ออกมาแล้ว ผมรู้สึกว่าโดนใจจริง ๆ เนื่องจากว่ากองทุน LTF ปกติแล้ว จะมีการลงทุนกับสินทรัพย์อยู่ 2 อย่างก็คือ หุ้น ซึ่งตามกฏเกณฑ์ของกฏหมายแล้วก็จะมีสัดส่วนได้อย่างน้อย 65% ของสินทรัพย์ทั้งหมดของกองทุน และส่วนที่เหลือจะเป็น ตราสารหนี้ ซึ่งจะมากหรือน้อยก็ขึ้นกับ นโยบายของแต่ละ บลจ.
แต่ว่ากองทุนนี้ แทนที่จะลงทุนในตราสารหนี้เหมือนกองทุนตามปกติ กองทุน LHSMART-LTF กลับเลือกที่จะเอา กองทุนอสังหา ฯ มาลงทุนในส่วนนี้แทนครับ ซึ่งทำให้กองทุนนี้มีโอกาสได้ผลตอบแทนที่ดีกว่า เนื่องจาก กองทุนอสังหา ฯ นั้น ส่วนใหญ่จะให้ผลตอบแทนได้ดีกว่าตราสารหนี้ ถึงแม้ว่าจะมีความเสี่ยงมากกว่า แต่ด้วยระยะเวลาการลงทุนที่ยาวขึ้นของ LTF ทำให้ความเสี่ยงจากราคากองทุนอสังหา ฯ นั้น ลดลงไปได้มากเลย
ผมยอมรับว่ากองทุนเหล่านี้น่าสนใจมากขึ้นกว่ากองทุนเดิม ๆ ที่เคยออกมากันก็จริงครับ แต่ว่า ผลตอบแทนจะดีกว่าหรือไม่นั้น ยังคงต้องรอคำตอบ เนื่องจากว่ากองทุนที่ออกมาใหม่นั้น ยังไม่ได้พิสูจน์ตัวเองด้วยผลงานจริง ๆ ดังนั้น ถ้าเป็นไปได้นักลงทุนเองที่อยากจะลงทุนกับกองทุนใหม่ ๆ ก็ควรที่จะศึกษาข้อมูลเพิ่มมากขึ้น และ อาจจะแบ่งเงินลงทุนในกองทุนใหม่นี้เป็นสัดส่วนที่ไม่มากจนเกินไป รวมถึงทยอยลงทุนเพื่อลดความผันผวนลงก็น่าจะเหมาะสมกว่าการทุ่มลงทุนในสิ่งที่เราไม่มั่นใจนั่นเองครับ







