posttoday
กฎหมายหลักทรัพย์ฯ ใหม่ (2)

กฎหมายหลักทรัพย์ฯ ใหม่ (2)

27 ตุลาคม 2559

โดย ปริย เตชะมวลไววิทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายงานเลขาธิการและสื่อสารองค์กร สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

โดย ปริย เตชะมวลไววิทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายงานเลขาธิการและสื่อสารองค์กร สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

ตอนที่แล้ว ผมได้เล่าเรื่องการแก้กฎหมายหลักทรัพย์ในส่วนของการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ (market misconduct)  เกี่ยวกับประเด็นการเปิดเผยข้อมูล  ที่กฎหมายใหม่ได้ปรับปรุงลักษณะการกระทำความผิดเกี่ยวกับการบอกกล่าว เผยแพร่ หรือเปิดเผยข้อมูลที่เป็นเท็จ หรือที่ทำให้สำคัญผิดที่อาจมีผลต่อราคาหลักทรัพย์หรือต่อการตัดสินใจลงทุนให้มีความครอบคลุม และชัดเจนยิ่งขึ้น

ในส่วนของการกระทำอันไม่เป็นธรรมนี้ ยังมีการแก้ไขในเรื่องอื่น ๆ ที่สำคัญอีกหลายเรื่องนะครับ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ข้อมูลภายใน การสร้างราคาหรือปั่นหุ้น  และการกระทำที่มีผลต่อระบบซื้อขายหลักทรัพย์ ซึ่งในส่วนของการใช้ข้อมูลภายใน ที่มักจะเรียกสั้น ๆ ว่า ข้อมูลอินไซด์นั้น หมายถึง ข้อมูลหรือเหตุการณ์ของบริษัทที่มีผลกระทบต่อราคาซื้อขายหลักทรัพย์ซึ่งยังมิได้มีการเปิดเผยต่อผู้ลงทุนให้รับรู้เป็นการทั่วไป

หลักกฎหมายเรื่องนี้มีอยู่ในกฎหมายปัจจุบันอยู่แล้วนะครับ เพราะการนำข้อมูลภายในไปใช้ถือเป็นการเอาเปรียบผู้ลงทุนรายอื่น ๆ ในตลาดทุน แต่กฎหมายปัจจุบันจะเน้นไปที่กลุ่มคนที่ใกล้ชิดข้อมูลจริง ๆ อย่างกรรมการ หรือผู้บริหารของบริษัท โดยหากกลุ่มคนเหล่านี้ นำข้อมูลนั้นไปใช้ประโยชน์ด้วยการซื้อขายหลักทรัพย์ ก็จะมีความผิด

เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายในประเด็นนี้มีความครอบคลุมและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น กฎหมายใหม่จึงขยายให้ครอบคลุมบุคคลใด ๆ ก็ตามที่มีข้อมูลอินไซด์ต้องรักษาไว้เป็นความลับ ห้ามนำไปใช้หรือไปบอกต่อ เพราะหากนำข้อมูลไปเปิดเผยแก่บุคคลอื่นที่อาจนำข้อมูลนั้นไปใช้ประโยชน์เช่นเดียวกัน ทั้งคนให้ข้อมูลและคนรับข้อมูลไปใช้ประโยชน์อาจต้องมีความรับผิดนะครับ

นอกจากนี้ กฎหมายใหม่ยังมีข้อสันนิษฐานด้วยว่า บุคคลภายในบริษัทหรืออินไซเดอร์อย่างเช่น กรรมการ ผู้บริหาร ผู้สอบบัญชีที่ปรึกษาทางการเงิน และที่ปรึกษากฎหมาย ของบริษัทจดทะเบียน เป็นต้น หากเข้าไปซื้อขายหลักทรัพย์ในช่วงที่มีข้อมูลภายใน จะถูกพิจารณาไว้ก่อนว่าเป็นผู้ที่รู้และครอบครองข้อมูลภายใน ซึ่งก็อาจเป็นความผิดตามกฎหมายได้ บางครั้งอินไซเดอร์อาจไม่ได้ซื้อขายหลักทรัพย์เอง แต่คนที่ใกล้ชิด เช่น พ่อแม่พี่น้อง คู่สมรส หรือคู่ที่อยู่กินด้วยกันฉันสามีภรรยา และบุตร มีการซื้อขายหลักทรัพย์ในช่วงที่บริษัทมีข้อมูลภายใน หากพบหลักฐานพิสูจน์ได้ว่าคนใกล้ชิดที่ว่าเหล่านี้ซื้อขายหลักทรัพย์ผิดปกติไปจากที่เคยทำแล้ว ก็อาจถูกสันนิษฐานได้ว่าเป็นการซื้อขายโดยผู้รู้หรือครอบครองข้อมูลภายใน ซึ่งก็จะเป็นความผิดเช่นกันครับ ยกเว้นว่าจะสามารถพิสูจน์หักล้างได้ว่าตนซื้อขายโดยมิได้ใช้ข้อมูลภายในแต่อย่างใด
สำหรับเรื่องของการใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่ล่วงรู้มานั้น ยังมีข้อมูลอีกประเภทหนึ่งที่อาจถูกนำไปใช้ประโยชน์ได้ นั่นคือ ข้อมูลการทำธุรกรรมซื้อขายหลักทรัพย์ของลูกค้าครับ หากบริษัทหลักทรัพย์ที่ประกอบธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ หรือที่มักเรียกกันสั้น ๆ ว่าโบรกเกอร์หรือบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน  รวมทั้งพนักงานและลูกจ้างของบริษัททั้งสองประเภทนี้ นำข้อมูลคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของลูกค้าไปใช้ประโยชน์ โดยการซื้อขายหลักทรัพย์ตัดหน้าลูกค้า (front-running) ก็จะต้องมีความรับผิดตามกฎหมาย

เรื่อง front-running มิใช่เรื่องใหม่ เดิมทีก็มีกำหนดมาตรการไว้ในแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ของนักวิเคราะห์การลงทุนและผู้แนะนำการลงทุนอยู่แล้ว ว่าจะต้องไม่ทำพฤติกรรมดังกล่าว และบริษัท

ผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ก็จะต้องมีระบบงานที่ดีที่จะสามารถป้องกันการเกิด front-running ด้วย

ซึ่งหากบุคลากรทำผิดก็อาจถูกเพิกถอนใบอนุญาต หรือหากบริษัทมีระบบงานไม่เพียงพอก็อาจโดนปรับ การปรับปรุงตามกฎหมายใหม่นี้ ก็เพื่อยกระดับให้การบังคับใช้กฎหมายมีความเข้มแข็งมากขึ้นครับ

พื้นที่หมดอีกแล้ว ครั้งหน้าผมจะมาเล่าประเด็นอื่น ๆ ในกฎหมายหลักทรัพย์ใหม่ ให้ฟังกันต่อ ขอได้โปรดติดตาม  ขอบคุณครับ 

ก.ล.ต. ดูแลตลาดทุน เพื่อให้คุณมั่นใจ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท