posttoday
ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม

ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม

27 ตุลาคม 2559

สถานการณ์ทางการเมืองเริ่มมีความเคลื่อนไหวมากขึ้น หลังจากสงบนิ่งอยู่พักใหญ่ไม่ว่าจะเป็นร่างรัฐธรรมนูญ

โดย...หงส์แดง

สถานการณ์ทางการเมืองเริ่มมีความเคลื่อนไหวมากขึ้น หลังจากสงบนิ่งอยู่พักใหญ่ไม่ว่าจะเป็นร่างรัฐธรรมนูญที่คณะรัฐมนตรีเตรียมดำเนินการเข้าสู่กระบวนการให้มีผลบังคับใช้ตามโรดแมป หรือการจัดทำร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง 4 ฉบับ ซึ่งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) พยายามจะเสนอให้กับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้

แต่ที่น่าสนใจที่สุดเห็นจะเป็นข่าวความเคลื่อนไหวของ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เพิ่งถูกกระทรวงการคลังให้ชดใช้ค่าเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว 3.5 หมื่นล้านบาท

แน่นอน งานนี้อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ประกาศสู้เท่าที่กฎหมายจะเปิดทางให้สู้ได้ เพราะทราบดีว่าเงิน 3 หมื่นกว่าล้านบาทนั้นไม่ใช่น้อยๆ ไม่รู้ว่าต่อให้มีเครื่องพิมพ์ธนบัตรเองจะพอชดใช้ค่าเสียหายครั้งนี้หรือเปล่า

ประเด็นนี้ส่วนตัวมีข้อสังเกตอยู่เรื่องหนึ่งตรงที่การดำเนินการเรียกค่าเสียหายลักษณะนี้ มีเหรียญสองด้านต้องพิจารณาให้ดีกล่าวคือ คดีของยิ่งลักษณ์อาจจะเป็นบรรทัดฐานต่อๆ ไปที่ทำให้รัฐบาลในอนาคตไม่กล้าตัดสินใจในนโยบายสาธารณะหรือไม่

ต้องไม่ลืมนะครับว่านโยบายสาธารณะทุกนโยบายมีทั้งประสบความสำเร็จและล้มเหลว ซึ่งไม่เคยมีรัฐบาลไหนประสบความสำเร็จในทุกนโยบายที่ลงมือทำ แต่การจะเอาความผิดพลาดในนโยบายสาธารณะมาคิดเป็นตัวเลขและออกบิลให้ผู้ออกนโยบายชดใช้ค่าเสียหายเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาให้รอบคอบ

ถ้าใช้บรรทัดฐานแบบนี้ ต่อไปจะมีรัฐบาลที่ไหนกล้าคิดในเรื่องใหม่ๆ หรือถึงกล้าก็คงไม่เดินไปให้สุดด้วยเหตุที่กลัวนโยบายจะเจ๊งและผวาว่าถูกเช็กบิลย้อนหลัง สุดท้ายเราก็จะได้รัฐบาลเกียร์ว่างที่ไม่กล้าทำอะไรเลยไม่ใช่ไม่มีความสามารถ แต่เป็นเพราะไม่รู้ว่าจะต้องหมดตัวด้วยนโยบายของตัวเองหรือไม่

เรื่องการปราบการทุจริต ผมยกมือสนับสนุนเต็มที่ และอยากเห็นประเทศไทยใสสะอาด แต่ความยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้ ส่วนหนึ่งก็มาจากการบังคับใช้กฎหมายอย่างรอบคอบและไม่สร้างปัญหาในระยะยาว

ไม่ผิดหรอกครับที่จะเรียกค่าเสียหายคดีจำนำข้าวในเวลานี้ แต่ต้องไม่ลืมว่าศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองก็กำลังไต่สวนอยู่เช่นกัน

ดังนั้น การที่หน่วยงานรัฐเร่งสรุปความเสียหายออกมาในระหว่างนี้เป็นสิ่งที่ต้องใคร่ครวญให้ดี

ศาลฎีกาเป็นศาลสูงสุดในการวินิจฉัยข้อพิพาทต่างๆ การรอให้คดีถึงที่สุดก่อนที่จะไปดำเนินการอะไรต่อไปเป็นสิ่งที่เหมาะสมที่สุด

รอสักหน่อยก็ไม่เห็นเสียหาย ไหนๆ ทุกฝ่ายต่างรอกันมานานว่าที่สุดแล้วคดีจำนำข้าวมีการทุจริตจริงหรือไม่ หลังจากที่ได้แต่ฟังการกล่าวอ้างกันไปมา

เท่าที่ดูจากกระบวนการพิจารณาในศาลฎีกานับว่ามีความคืบหน้าไปมากเชื่อว่าอีกไม่นานน่าจะมีคำพิพากษาออกมาให้คนไทยทั้งประเทศได้เห็นกัน

หากยิ่งลักษณ์ผิดจริง เท่ากับว่าต้องยอมรับกับคำพิพากษาและผลที่จะตามมาคือ การฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย โดยใช้คำพิพากษาของศาลฎีกามาขยายผลให้เป็นฐาน

สุดท้ายยังเชื่อมั่นเสมอว่า ช้าๆ ย่อมได้พร้าเล่มงามแน่นอน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท