posttoday
เศรษฐกิจพอเพียง กับการลงทุนในทองคำ

เศรษฐกิจพอเพียง กับการลงทุนในทองคำ

25 ตุลาคม 2559

โดย...นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานบริษัท เอ็มทีเอสโกลด์ แม่ทองสุก

โดย...นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานบริษัท เอ็มทีเอสโกลด์ แม่ทองสุก

จากสภาพตลาดทองคำที่ค่อนข้างทรงตัวในขณะนี้คงไม่มีอะไรดีกว่าการที่จะศึกษาเพื่อพัฒนาความรู้และความเข้าใจในการลงทุนมากขึ้น ในวันนี้ขอนำเสนอประเด็นการเปรียบเทียบจากในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงสอนไว้ในเรื่องของ “เศรษฐกิจพอเพียง” โดยมีหลักการสามารถนำมาใช้ได้กับการลงทุนในทองคำ กล่าวคือ ในเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียงพระองค์ได้ทรงสอนให้เราตั้งอยู่บนพื้นฐานของทางสายกลางและความไม่ประมาท โดยคำนึงถึง 3 ประเด็นสำคัญดังต่อไปนี้ 1) การดำเนินชีวิตอย่างพอประมาณ 2) การดำเนินชีวิตอย่างมีเหตุมีผล  3) การสร้างภูมิคุ้มกันในการดำเนินชีวิต ซึ่งทั้ง 3 ประเด็นสำคัญสามารถนำมาเปรียบเทียบกับการลงทุนได้ดังต่อไปนี้ คือ

1) การลงทุนอย่างพอเพียงหรือพอประมาณ เปรียบได้กับการที่นักลงทุนจะต้องยึดถือหลักความไม่โลภ โดยก่อนลงทุนต้องรู้จักการเงินในส่วนที่จะลงทุนออกมาจากเงินออม ก็จะทำให้เราสามารถวางแผนการลงทุนได้อย่างถูกต้อง

1.1) เราต้องมีความเพียงพอต่อเงินสำหรับความเสี่ยงในการลงทุนว่ารับได้ในจำนวนเท่าไหร่

1.2) การใช้ประโยชน์จากเครื่องมือทางการเงินหรือ Derivatives ก็คือ การสามารถใช้ Leverage ในการลงทุนได้อย่างเหมาะสมหรือพอดีกับความเสี่ยงนั้น ถือว่ามีความสำคัญที่จะต้องมีความพอเพียงและพอเหมาะกับยอดเงินลงทุน ไม่ทำการ Leverage จนมากเกินไป

1.3) การใช้เงินลงทุนแต่ละครั้งต้องใช้เงินลงทุนที่เหมาะสมประมาณ 1 ใน 10 ของพอร์ตการลงทุนทั้งหมด และนี่คือหลักทั้งหมดของความพอเพียงและพอประมาณในการลงทุน

2) การลงทุนอย่างมีเหตุมีผล คือการที่นักลงทุนต้องยึดวินัยในการลงทุน ซึ่งวินัยในการลงทุนที่ดีก็ต้องอาศัยประเด็นในการควบคุมอย่างมีเหตุผลนั่นคือ บทวิเคราะห์ ทั้งในส่วนของปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค เพื่อที่จะประเมินทิศทางและแนวโน้มการลงทุนได้อย่างถูกต้อง และการมีเหตุมีผลก็จะทำให้นักลงทุนสามารถทำกำไรจากการลงทุนได้อย่างมีหลักการ

3) การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีเปรียบได้กับการควบคุมบริหารความเสี่ยง (Risk Control) ในการลงทุนก็เหมือนกับการลงทุนในชีวิตอย่างหนึ่งที่ถึงแม้จะมีหลักเกณฑ์ที่ดีหลายครั้งก็อาจจะมีความผิดพลาดหรือมีความผิดเพี้ยนไปจากสิ่งที่เราวิเคราะห์ไว้ตั้งแต่ต้น ไม่ว่าจะเกิดจากปัจจัยแทรกหรือด้วยเหตุผลอื่นใดก็ตาม การที่เรารู้จักบริหารความเสี่ยงในเชิงการลงทุนในทองคำก็คือการใช้ “Stop Order” เพื่อที่จะควบคุมทั้งความเสี่ยงและความพอเพียงของการทำกำไรได้อย่างเหมาะสมนั่นเอง

ดังนั้น จึงสรุปได้ว่า การใช้แนวทางของหลัก “เศรษฐกิจพอเพียง” ในการดำเนินชีวิต ทั้งภาวะเศรษฐกิจและภาวะการลงทุน นักลงทุนจะสามารถเข้าถึงความสำเร็จของการลงทุนได้เช่นกัน

วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค

ราคาทองคำในสัปดาห์ที่ผ่านมาขยับตัวสูงขึ้นมายืนเหนือ 1,260 เหรียญได้ และขึ้นไปทดสอบ 1,270 เหรียญ โดยเป็นลักษณะการปรับตัวขึ้นอย่างช้าๆ ซึ่งในทางเทคนิคเรียกว่า “Sideway Up”  อย่างไรก็ดี สภาวะโดยทั่วไปของตลาดทองคำ ยังเป็นช่วงปราศจากข่าวที่สำคัญ ขณะที่ภาพรวมตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯอยู่ในเกณฑ์ทรงตัว ซึ่งในเชิงเทคนิคราคาทองคำจะมีแนวต้านสำคัญบริเวณ 1,285 เหรียญ และ 1,300 เหรียญตามลำดับ ทั้งนี้ ราคาทองคำยังคงเคลื่อนตัวระดับล่างในเส้นค่าเฉลี่ยโดยทั่วไปของนักลงทุนรายวัน จึงทำให้ ทองคำระยะยาวยังเป็นทิศทางขาลง ขณะที่ภาพระยะสั้นในกราฟรายชั่วโมง ราคาทองคำเริ่มมีการดีดกลับและสามารถทรงตัวได้ โดยในระยะสั้นทองคำจะมีแนวรับ 1,260 เหรียญ ขณะที่ระยะปานกลางจะมีแนวรับ 1,235 เหรียญ

นอกจากนี้ ยังวิเคราะห์ได้ว่า ในสัปดาห์นี้คงจะเป็นช่วงที่ราคาทองคำอาจถูกกดดันจากข่าวเฟดที่จะมีการประชุมในช่วง 1-2 พ.ย. 59 โดยผลสำรวจล่าสุดของ CME Group ระบุว่า มีโอกาสที่เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยมีเพียง 9% ในเดือนพ.ย. แต่โดยส่วนใหญ่ เชื่อว่า เฟดมีโอกาสขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค. มากถึง 70%  ดังนั้น ในเชิงการลงทุนจึงเข้าสู่โหมดของการเตรียมความพร้อมในการรับรู้ข่าวสารสำคัญอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งน่าจะเห็นการแกว่งตัวบ้างไม่มากก็น้อยในช่วงก่อนประชุมเฟด และช่วงที่ทราบผลการประชุมของเฟด

ราคาทองคำของไทยยังคงเคลื่อนไหวในกรอบแคบระหว่าง 20,900 – 21,100 บาท/บาททองคำ โดยยังคาดว่าโอกาสที่ราคาทองคำจะปรับตัวสูงขึ้นในระยะสั้นๆ น่าจะยังมีอยู่ ในขณะที่ปัจจัยที่กดดันราคาทองคำระยะยาวมาจากประเด็นการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด ที่ยังเป็นตัวกดดันราคาทองคำทำให้ไม่อาจปรับตัวขึ้นได้ไกลเช่นกัน ดังนั้น นักลงทุนจึงควรเตรียมความพร้อมในการลงทุนตามปัจจัยภาวะเศรษฐกิจพอเพียงที่สามารถนำมาเทียบเคียงกับการลงทุนได้อย่างมีเหตุผล

บริษัท MTS Gold และห้างทองแม่ทองสุก ซึ่งเป็นผู้นำการลงทุนในทองคำอย่างแท้จริง มีข้อมูลในการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมได้ พร้อมแจ้งราคาสมาคมอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ท่านสามารถติดตามการเคลื่อนไหวได้ที่ www.mtsgold.co.th หรือติดต่อ MTS Call Center 02-770-7777

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ