
2 ยุคมหาอาลัย
ในช่วงชีวิตปัจจุบัน หลายสิบปีที่ผ่านมา เมื่อถึงวันปิยมหาราช ชาวไทยจำนวนมากต่างก็รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5
โดย... ณ กาฬ เลาหะวิไลย
ในช่วงชีวิตปัจจุบัน หลายสิบปีที่ผ่านมา เมื่อถึงวันปิยมหาราช ชาวไทยจำนวนมากต่างก็รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5
แต่ในปีนี้ นอกจากจะระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณแล้ว ชาวไทยทั้งปวงจากซาบซึ้ง รู้สึก และเข้าถึงหัวใจในความรู้สึกของชาวไทย เมื่อครั้งรัชกาลที่ 5 เสด็จสวรรคตเมื่อ 106 ปีก่อน
สาเหตุเพราะในช่วงเวลาเดียวกันนี้ เมื่อวันที่ 13 ต.ค. 2559 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของชาวไทยในยุคปัจจุบัน ก็เพิ่งเสด็จสวรรคตไปเช่นกัน
ความเศร้าสลด อาลัยอาวรณ์ ปกคลุมไปทั่วอาณาจักร เหมือนเมื่อครั้ง 106 ปีก่อน ก็ไม่ปาน
ทั้งสองพระองค์ต่างเป็นพระมหากษัตริย์ผู้เป็นที่รัก เป็นผู้ยิ่งใหญ่ ปกครองบ้านเมืองตั้งแต่ทรงพระเยาว์ และทรงสร้างคุณูปการอเนกอนันต์ให้กับแผ่นดิน
ในช่วงแผ่นดินของทั้งสองพระองค์ ต่างมีปัญหาใหญ่ของบ้านเมือง อาทิ ในช่วงแผ่นดินรัชกาลที่ 5 พระราชภารกิจสำคัญ ก็คือ การพัฒนาประเทศให้เท่าเทียมอารยประเทศ เพื่อนำประเทศให้พ้นจากการเป็นเมืองขึ้นจากประเทศตะวันตกที่เข้ามาล่าอาณานิคม
ช่วงนั้น ประเทศสยาม ต้องยอมเสียสละดินแดนส่วนน้อยแลกเอกราชไว้เป็นหลายครั้ง ทำให้รัชกาลที่ 5 เสียพระราชหฤทัย ไม่ทรงเสวยพระกระยาหาร จนพระวรกายอ่อนแอ ถึงแม้ภายหลังจะกลับมาทรงเสวยพระกระยาหารอีกครั้ง แต่ก็เป็นเหตุให้พระวรกายไม่สมบูรณ์เหมือนก่อน
ขณะเดียวกัน ในรัชสมัยรัชกาลที่ 9 ก็ต้องทรงต่อสู้กับปัญหาใหญ่ของประเทศ นั่นคือความยากจน ที่พระองค์ทุ่มเทพระวรกายช่วยเหลือประชาชนมาตลอด 7 ทศวรรษแห่งการครองราชย์ นอกจากนั้นบ้านเมืองก็ยังประสบปัญหาการแตกแยกทางความคิด นับตั้งแต่การเผยแพร่ลัทธิคอมมิวนิสต์เป็นต้นมา การครองแผ่นดินของพระองค์จึงเป็นการทรงงานหนักมาโดยตลอด
การเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอันเป็นที่รัก ทั้งรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 9 จึงนำพามาซึ่งความเศร้าโศกทั้งแผ่นดิน
ความโศกสลดนี้ เหมือนจะกลายเป็นความเศร้าสลดของแผ่นดิน แผ่นฟ้า ด้วยปรากฏการณ์การเกิดหมอกธุมเกตุ และฝนตกใหญ่คล้ายกันทั้งสองวาระ
รัชกาลที่ 5 เสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 23 ต.ค. 2453 ที่มีบันทึกว่า ได้เกิดปรากฏการณ์หมอกธุมเกตุ ดังข้อความบางส่วนจากพระนิพนธ์ใน ม.จ.หญิง พูนพิศมัย ดิศกุล ที่ว่า พวกราษฎรเอาเสื่อไปปูนั่งสองข้างทาง หาคนที่จะมีแม้รอยยิ้มไม่มีแม้ผู้เดียว ทุกคนน้ำตาไหลแต่งดำตกอกตกใจอย่างไม่เคยรู้รส อากาศมืดหมอกขาวลงปกคลุมเกือบถึงหัว ตำราบอกนี่คือหมอกธุมเกตุ จะเกิดขึ้นเมื่อมีเหตุใหญ่
ขณะที่ช่วงเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ก็บังเกิดหมอกธุมเกตุ เมื่อคืนวันที่ 13 ต.ค. 2559 เช่นกัน
ในช่วงย่ำค่ำของวันที่ 23 ต.ค. 2453 กระบวนแห่พระบรมศพ รัชกาลที่ 5 เคลื่อนจากหน้าพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ถึงพระบรมมหาราชวัง ระหว่างอัญเชิญพระบรมศพนั้นฝนตกลงมาตลอด ปรากฏการณ์นี้คล้ายคลึงกับเมื่อเคลื่อนพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 มาถึงพระบรมมหาราชวัง ก็เกิดฝนตกใหญ่หลายวัน
ความอาลัยของแผ่นดิน จึงไม่อาจหาสิ่งใดมาเปรียบได้ในช่วง 2 ยุคสมัยนี้







