
ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก
ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความโศกเศร้าเสียใจ ร่วมแสดงความไว้อาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช “ผู้เป็นศูนย์รวมใจของคนไทยทั้งชาติ”
โดย...ขำ เคืองใจ
ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความโศกเศร้าเสียใจ ร่วมแสดงความไว้อาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช “ผู้เป็นศูนย์รวมใจของคนไทยทั้งชาติ”
แต่ทว่าชีวิตมนุษย์ยังต้องดำเนินต่อไปครับ ดำเนินไปตามวิถีของพลเมืองที่ดีของชาติ เมื่อไม่นานมานี้ รัฐบาลโดย พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาแถลง
“...แม้ประเทศไทยจะอยู่ในช่วงของความโศกเศร้า วิปโยค แต่ทุกคนต้องไม่ลืมคำสอนของพระองค์ ที่ทรงสอนให้ทุกคนไม่ลืมหน้าที่ และจะต้องปฏิบัติหน้าที่ทุกอย่างอย่างสมบูรณ์เต็มกำลัง เพื่อพัฒนาประเทศต่อไป การบริหารราชการแผ่นดินยังคงต้องเดินหน้าควบคู่ไปกับการเตรียมการพิธีพระบรมศพ” พล.ท.สรรเสริญ แถลงเมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2559
อย่างไรก็ตาม ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่และห้วงเวลารำลึกถึงพระองค์ท่าน มีเรื่องราวปลาบปลื้ม อยากนำมาแบ่งปัน
อย่างเมื่อวันที่ 17 ต.ค. 2559 ท่านอาจารย์วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ตอนหนึ่ง โดยขอบคุณประชาชนที่เข้าแถวตากแดดตากฝนเป็นเวลายาวนานเพื่อถวายสักการะพระบรมศพ
“เมื่อคืนผมน้ำตาคลออีกหนหนึ่ง ที่มีการไปสัมภาษณ์ประชาชนที่บอกว่า ‘เรารู้ว่าถึงอย่างไรก็ไม่ได้เข้าไป เรารู้ว่าฝนจะตก หนูรู้ว่าเขายังไม่เปิดโอกาสให้เข้าไป แต่อยู่บ้านไม่ได้ ต้องมา เพราะว่าอยากอยู่ใกล้ที่สุดเท่าที่จะใกล้ได้...
...วันนี้เขาให้ใกล้แค่นี้ก็อยู่แค่นี้ วันหน้าให้ใกล้กว่านี้ก็จะขยับไปใกล้กว่านี้ มาแค่นี้ก็ชื่นใจ’ ผมว่าเป็นคำสัมภาษณ์ที่ไพเราะเหลือเกิน” วิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวเมื่อวันที่ 17 ต.ค. 2559
อีกท่านหนึ่ง คุณภัทระ คำพิทักษ์ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เขียนบทความลงเฟซบุ๊ก ในหัวข้อเรื่อง “ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก” เมื่อวันที่ 18 ต.ค. 2559
ซึ่งก็มองปรากฏการณ์ช่วงเวลาที่คนไทยมุ่งหน้าไปพระบรมมหาราชวังโดยมิได้หวั่นไหวต่อพระพิรุณโหมกระหน่ำ
จึงขออนุญาตนำบทตอนสำคัญๆ มาถ่ายทอด เพื่อตอบคำถามว่า “ทำไมคนไทยถึงรักในหลวง”
“เห็นภาพประชาชนชาวไทยเข้าแถวรอลงนามถวายสักการะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช
แล้วนึกอีกภาพและความอีกประโยค ทรงฝ่าแดด ตากฝนทรงงานเพื่อคนไทยมาตลอดพระชนม์ชีพ เมื่อถึงคราวต้องตอบแทนจึงไม่มีประชาชนหนีฝนแค่นี้กลับบ้านหรอก
รูปทรงงานท่ามกลางสายฝน และคนตากฝนเพื่อพระองค์ท่าน ทำให้นึกถึงคำว่า “ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก”
ในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านให้แก่พสกนิกรมาตลอด 70 ปี ความรักความผูกพันจึงคับแน่นอยู่ในใจประชาชน
ทำอย่างไรมันก็ยังบรรเทาลงไม่ได้ ท่านสวรรคตไปสี่วันแล้วแต่เผลอๆ น้ำตาก็นองหน้า เผลอๆ น้ำตาก็นองหน้า
อย่างที่เขาว่าๆ กันนั่นล่ะ ไม่ได้ร้อง มันไหลออกมาเอง สี่วันแล้วน้ำตายังนองแผ่นดิน ไม่ได้เหือดไปไหนเลยแม้แต่นิด
ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก ท่านให้เรามานาน นานจนยากที่ใครๆ จะทำใจได้ในเร็ววัน”







