
กฎหมายหลักทรัพย์ฯ ใหม่ (1)
โดย...ปริย เตชะมวลไววิทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายงานเลขาธิการและสื่อสารองค์กร ก.ล.ต.
โดย...ปริย เตชะมวลไววิทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายงานเลขาธิการและสื่อสารองค์กร สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
ปัจจุบันตลาดทุนซึ่งเป็นแหล่งลงทุนและระดมทุนที่สำคัญของประเทศ มีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาไปจากเดิมมาก พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ ซึ่งเป็นกฎหมายตลาดทุน จึงควรต้องมีการปรับปรุงแก้ไขให้ทันสมัย รองรับการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ นับตั้งแต่ประกาศใช้ พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ ในปี 2535 ก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาไปหลายส่วน เช่น การเพิ่มบทบัญญัติเรื่องการบริหารกิจการของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์เพื่อยกระดับบรรษัทภิบาล เป็นต้น
ในครั้งล่าสุดนี้ ซึ่งกฎหมายหลักทรัพย์ฉบับใหม่ ได้ผ่านการพิจารณาของ สนช. แล้ว โดยมีการแก้ไขเพิ่มเติมที่สำคัญด้วยกันสามกลุ่มหลัก ได้แก่ (1) การแก้ไขเพิ่มเติมความผิดในส่วนของการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ (market misconduct) (2) การเพิ่มมาตรการลงโทษทางแพ่ง (civil penalty) และ (3) การแก้ไขบทบัญญัติเพิ่มเติม เพื่อรองรับการเชื่อมโยงตลาดทุน และผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ ๆ
การแก้ไขในแต่ละกลุ่มนี้ มีรายละเอียดที่น่าสนใจและน่าจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อตลาดทุน ซึ่งผมจะทยอยมาเล่าให้ฟังกันนะครับ เริ่มจากกลุ่มแรก การกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์
ซึ่งก็มีประเด็นเสนอแก้ไขหลายประเด็นด้วยกัน ได้แก่ การเปิดเผยข้อมูล การใช้ข้อมูลภายใน การสร้างราคาหรือปั่นหุ้น และการกระทำที่มีผลต่อระบบซื้อขายหลักทรัพย์
การเปิดเผยข้อมูลเป็นเรื่องที่สำคัญมากนะครับ เพราะผู้ลงทุนนั้น ต้องอาศัยข้อมูลที่ถูกต้อง เพียงพอ ทันเวลา และเท่าเทียม เพื่อการตัดสินใจลงทุน กฎหมายใหม่ได้ปรับปรุงลักษณะการกระทำความผิดเกี่ยวกับการ บอกกล่าว เผยแพร่ หรือเปิดเผยข้อมูลที่เป็นเท็จ หรือที่ทำให้สำคัญผิด ที่อาจมีผลต่อราคาหลักทรัพย์หรือต่อการตัดสินใจลงทุนให้มีความครอบคลุม รวมทั้งชัดเจนยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ การที่จะออกมาวิเคราะห์ หรือคาดการณ์เกี่ยวกับข้อมูลของบริษัทจดทะเบียนจะต้องใช้ความระมัดระวัง และรับผิดชอบโดยก่อนวิเคราะห์คาดการณ์ ไม่ใช่ว่าได้ข้อมูลมาแบบไหนก็ใช้ไปอย่างนั้น แต่จะต้องพิจารณาและตรวจสอบเสียก่อนว่า ข้อมูลที่ได้รับมานั้นถูกต้องหรือน่าเชื่อถือหรือไม่ ต้องไม่นำข้อมูลที่รู้ว่าเท็จหรือไม่ครบถ้วนมาใช้วิเคราะห์คาดการณ์ และไม่พยายามบิดเบือนข้อมูลครับ
อันที่จริงแล้ว หลักของการตรวจสอบข้อมูล การใช้ข้อมูลที่เชื่อถือได้ และการไม่บิดเบือนข้อมูล ไม่ว่าจะมีกฎหมายใหม่หรือไม่ นักวิเคราะห์ก็จะต้องปฏิบัติตามหลักดังกล่าวอยู่แล้ว เพราะเป็นมาตรฐานวิชาชีพครับ การยกระดับบทบัญญัติมาอยู่ในกฎหมายใหม่ จะช่วยทำให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม โดยกฎหมายครอบคลุมทุกคนที่ให้ข้อมูล หรือวิเคราะห์คาดการณ์ ดังนั้น ใครก็ตาม รวมถึงกูรูหุ้น
ตามรายการวิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ โซเชียลมีเดีย หรือสื่ออื่น ๆ ที่ให้ข้อมูล หรือวิเคราะห์ หรือคาดการณ์เกี่ยวกับบริษัทจดทะเบียน ที่น่าจะทำให้มีผลต่อราคาหลักทรัพย์หรือต่อการตัดสินใจลงทุน ในหลักทรัพย์ ก็จะอยู่ภายใต้บทบัญญัติของกฎหมายนี้
เป็นเรื่องปกตินะครับที่การเปลี่ยนแปลงจะนำมาซึ่งความสงสัย หรือไม่แน่ใจ ก็ขอเรียนอีกครั้งว่า การวิเคราะห์หรือคาดการณ์นั้น ยังสามารถทำได้ ตามหลักการที่ผมได้อธิบายข้างต้น ซึ่งหากเป็นการคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคต ตราบใดที่การคาดการณ์นั้นมีข้อมูลที่เป็นจริงรองรับ ไม่ได้บิดเบือน แม้ต่อมาภายหลังผลจะออกมาไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ ก็ไม่ถือเป็นความผิด แต่การคาดการณ์หรือวิเคราะห์ทั้งหลาย ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความรับผิดชอบ ความระมัดระวังต่อข้อมูลที่สื่อสารออกไป เพราะอาจมีผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์ หรือต่อการตัดสินใจของผู้ลงทุน และที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งคือ หลังจากที่ได้ให้ความเห็นไปแล้ว ก็ควรจะเก็บหรือบันทึกข้อมูลที่ใช้ในการให้ความเห็นไว้เพื่อเป็นหลักฐานหรือใช้อธิบายเมื่อเวลาผ่านไปได้ด้วยนะครับในครั้งหน้า ผมจะมาเล่าเรื่องการแก้ไขกฎหมายหลักทรัพย์ที่ส่งเสริมความเชื่อมั่นและการเติบโตของตลาดทุนในระยะยาว ในประเด็นสำคัญอื่น ๆ ต่อไปนะครับ
ก.ล.ต. ดูแลตลาดทุน เพื่อให้คุณมั่นใจ







