
ยิ่งแก้ยิ่งยุ่ง
ใครที่ผ่านประสบการณ์ตรงต้องเผชิญรถติดแสนสาหัสในวันที่ฝนตกหนัก น้ำนองท่วมถนน
โดย...มะกะโรนี
ใครที่ผ่านประสบการณ์ตรงต้องเผชิญรถติดแสนสาหัสในวันที่ฝนตกหนัก น้ำนองท่วมถนน การจราจรที่เคลื่อนตัวช้าสลับหยุดนิ่ง ตามที่ได้ยินจากรายงานวิทยุ เริ่มเปลี่ยนเป็นนิ่งสนิท ขณะที่โอกาสรอดพ้นไปจากผิวถนน ค่อยๆ ละลายไปกับสายฝน
เมื่อสำรวจข้อมูลแทบจะไม่สงสัยเลยว่า เหตุใดปัญหานี้จึงทวีความรุนแรงมากขึ้น อย่างชนิดที่เรียกว่า ไม่ว่าจะสรรหานโยบายอะไรมาช่วยแก้ ตัวช่วยสารพัดไอเดียดูเหมือนบรรเทาปัญหาจราจรให้ทุเลาลงไปเพียงแค่กระผีกริ้นเท่านั้น
แท้จริงแล้วต้นเหตุของปัญหารถติดไม่สามารถสลัดจากปัญหาอันยิ่งยวดที่ว่า ถนนที่เรามีไม่สัมพันธ์กับปริมาณรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นอย่างเกินขีดจำกัดไปมาก
สถิติของกรมการขนส่งทางบก ระบุจำนวนว่า ในปี 2557 พื้นที่กรุงเทพฯ มีปริมาณรถยนต์สะสมถึง 8,638,204 คัน มีการจดทะเบียนรถใหม่เฉลี่ยวันละ 1,249 คัน ตัวเลขที่ยกมายังไม่รวมถึงปัจจุบัน ลองจินตนาการดูว่าจะเพิ่มขึ้นอีกเท่าไหร่
แม้ปัจจุบันเมืองกรุงจะตัดเส้นทางจนทุกมุมเมืองพรุนไปด้วยถนน ตรอก ซอกซอย ความยาวของทุกสายรวมกันมีระยะทางถึง 5,400 กิโลเมตร แต่ไม่เพียงพอ ถนนที่มีนั้นรองรับจำนวนรถหลักล้านเดียวเท่านั้น
เมื่อไหร่ที่หยิบเรื่องรถติดมาถกกัน โดยเฉพาะในโลกออนไลน์สิ่งที่เกิดขึ้นก็ไม่วายลงเอยอีหรอบเดียวกับที่เถียงกันเรื่องการเมือง คือเถียงแบบโทษกันไปโทษกันมา แต่สุดท้ายก็หาทางออกไม่เจอ
แต่จะว่าไปแล้ว ปัญหารถติดที่เรื้อรังมานานใช่ว่าจะแยกจากการเมืองได้ เพราะหากสรุปทางออกสำคัญๆ ของปัญหานี้ให้เหลือเพียงสองข้อ คือ ข้อแรก ต้องมีกฎหมายจำกัดจำนวนรถยนต์ จะด้วยมาตรการภาษี หรือต้องมีการระบุที่จอดรถก็ว่ากันไป อีกข้อคือ ต้องมีระบบขนส่งมวลชนที่ดีพอที่จะให้คนกรุงยอมจอดรถไว้ที่บ้าน และหันไปใช้บริการสาธารณะ
แค่เพียงทั้งสองข้อนี้ไม่เคยมีรัฐบาลไหนมีนโยบายที่ชัดเจนเลย
ใครกล้าประกาศนโยบายข้อแรกชัดเจน รับรองได้ว่านอกจากถูกวิพากษ์วิจารณ์แบบสับเละไม่เหลือชิ้นดีแล้ว คะแนนเสียงติดลบดิ่งฮวบอย่างแน่นอน ไหนจะต้องตอบคำถามให้ได้ว่า แล้วรถที่แล่นอยู่ทั่วกรุงตอนนี้จะเอาไปไว้ที่ไหน อย่าว่าแต่คุมกำเนิดรถยนต์ส่วนตัวเลย คุมรถรับจ้าง รถเมล์ แท็กซี่ แทบเป็นไปไม่ได้
ขณะที่เรื่องระบบขนส่งมวลชนดีเลิศแบบที่ชวนฝันถึงความก้าวหน้าทัดเทียม เมืองใหญ่ๆ อย่างโตเกียว นิวยอร์ก โซล มีอันฝันสลาย เมื่อหันกลับมามองรถไฟฟ้า สายสีม่วง และแอร์พอร์ตลิงค์บ้านเรา
หากรถติดเป็นปัญหาอมตะที่ใครบอกว่า แก้ได้ชะงัดโดยไม่จัดการสองข้อนี้ ถือว่ากำลังประกาศนโยบายเหนือจริง แล้วทำไมถึงยังเสนอไอเดียเพิ่มทางจราจร เจาะโน่นขุดนี่ ราวกับเพื่อเลี้ยงไข้เรื่องนี้ เป็นอย่างนี้ก็เพราะในทางการเมืองแล้ว ปัญหาที่แก้ไม่ได้นั้น จะมาพร้อมกับโอกาสผุดโครงการต่างๆ เสมอ ปัญหายิ่งหนักหนาคนส่วนใหญ่ก็ยิ่งอยากให้จบลงเร็วๆ โดยไม่สนว่าจะใช้วิธีไหน







