แจ็ค หม่า-นกฟีนิกซ์
การประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือเอเชีย หรือเอซีดี ที่รูดม่านปิดฉากลงไปแล้ว
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
การประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือเอเชีย หรือเอซีดี ที่รูดม่านปิดฉากลงไปแล้ว หนึ่งในไฮไลต์สำคัญเห็นทีจะเป็นการมาเยือนประเทศไทย ของ แจ็ค หม่า ประธานกลุ่มอาลีบาบา
แจ็ค หม่า กล่าวต่อหน้าสมาชิกชาติเอซีดีว่า รัฐบาลประเทศในเอเชีย ต้องออกนโยบายที่แน่ชัด และเจาะจงในการสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็ก เปิดโอกาสให้คนหนุ่ม คนสาวอายุน้อยกว่า 30 ปี เข้ามาทำธุรกิจ
โอกาสของเอเชียก็คือการใช้อินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือ หากมีการเปิดรับเทคโนโลยี เปิดตัวรับกระแสโลกาภิวัตน์ ไม่ว่าจะเป็นประเทศเล็กขนาดไหน ก็สามารถเติบโตเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ
นอกจากนั้น แจ็ค หม่า ยังกระตุ้นให้ธุรกิจขนาดใหญ่ ลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อช่วยธุรกิจขนาดเล็ก ซึ่งจะเป็นอนาคตเอเชียยุคใหม่ ที่สามารถสู้กับโลกตะวันตก
นั่นคือสิ่งที่ แจ็ค หม่า พูดฝากข้อคิดเอาไว้
แต่อีกด้านการปรากฏตัวของ แจ็ค หม่า ก็มีสิ่งที่ไม่ได้พูดออกมา แต่น่าพิจารณากันให้มาก ก็คือหัวใจการทำธุรกิจของแจ็ค หม่า โดยอย่าดูแค่ความสำเร็จในปัจจุบัน แต่ให้ย้อนดูเส้นทางเดินที่ผ่านมาด้วย
การที่ แจ็ค หม่า ก่อตั้งอาลีบาบา และกลายเป็นมหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของโลก ไม่ใช่เพราะทำอะไรก็ประสบความสำเร็จไปเสียทุกอย่าง ในทางตรงกันข้าม แจ็ค หม่า กลับประสบความล้มเหลวมากกว่าการพบความสำเร็จเสียด้วยซ้ำ
ประวัติของ แจ็ค หม่า ตั้งแต่เด็ก ไม่ใช่เด็กเรียนดี หรือเรียนเก่ง ต้องเรียนซ้ำชั้น เป็นเด็กโข่งเมื่อเทียบกับเด็กในวัยเดียวกัน ลําพังในการสมัครเข้าเรียนในชั้นมัธยมก็ต้องใช้เวลาสอบถึง 3 รอบ
การทำงาน แจ็ค หม่า ถูกปฏิเสธจากงานเล็กงานน้อยกว่า 30 ครั้ง เมื่อจะสมัครไปเรียนต่างประเทศ ก็เลือกมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดของโลก และถูกปฏิเสธจากฮาร์วาร์ด ถึง 10 ครั้ง
จากนั้น แจ็ค หม่า ก็ล้มลุกคลุกคลาน แม้ในช่วง 5 ปีแรกๆ ของการตั้ง อาลีบาบา ก็เป็นช่วงแห่งความยากลําบาก
แต่สิ่งที่แจ็ค หม่า มีก็คือการสู้ไม่ถอย
ไม่ว่าจะล้มเหลวกี่ครั้ง แจ็ค หม่า ก็ลุกขึ้นมาได้ และสุดท้ายก็กลายเป็นความสำเร็จ กับอาณาจักรธุรกิจ อาลีบาบา ที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก
นี่แหละ คือหัวใจธุรกิจ หัวใจแห่งความสำเร็จของแจ็ค หม่า
ในการประกอบธุรกิจ หากไม่ใช่ตระกูลใหญ่โต ต้องเริ่มต้นจากธุรกิจขนาดเล็ก ความล้มเหลว เป็นสิ่งที่คอยกวักมือรออยู่เสมอ
บรรดาเอสเอ็มอี ธุรกิจขนาดกลาง ขนาดเล็ก มีการประเมินว่ากว่า 80% คือล้มเหลว อีก 10% เป็นธุรกิจซอมบี้ ไม่ตายแต่เลี้ยงไม่โต และมีเพียง 10% ที่เติบโต กลายเป็นบริษัทชั้นนำขึ้นมาได้
แจ็ค หม่า ก็มาจากวัฏจักรเอสเอ็มอี ที่เคยอยู่ในส่วนของ 80% ที่ล้มเหลว แต่ก็ลุกขึ้นมาจนกลายเป็น 10% ที่เติบโต และเป็น 1 ในล้านกิจการที่ขยับขึ้นมาเหมือนมังกรผงาดฟ้า
เทพนิยายของจีน มีนกชนิดหนึ่งเรียกว่า นกฟงหวง เหมือนกับเทพนิยายฝรั่งที่มี นกฟีนิกซ์ ทั้งสองชนิดมีสิ่งที่เหมือนกันก็คือ จะเกิดใหม่ท่ามกลางเถ้าถ่าน
นกฟงหวง นกฟีนิกซ์ ก็คล้ายกับภาพสะท้อนของแจ็ค หม่า และนักธุรกิจระดับโลก ระดับประเทศมากมายที่พร้อมจะลุกขึ้นมาเกิดใหม่ ท่ามกลางเถ้าถ่านของความล้มเหลว
ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจ หรือการแข่งขันของแต่ละชาติ จะแพ้ จะชนะก็อยู่ที่ตรงนี้
เมื่อล้มแล้ว ใครจะฮึดลุกขึ้นมาได้มากกว่ากัน


