posttoday
ราคาทองดิ่งกว่า 5% เปลี่ยนแนวโน้มเป็นขาลง

ราคาทองดิ่งกว่า 5% เปลี่ยนแนวโน้มเป็นขาลง

10 ตุลาคม 2559

โดย...นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานบริษัท เอ็มทีเอสโกลด์ แม่ทองสุก

โดย...นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานบริษัท เอ็มทีเอสโกลด์ แม่ทองสุก

ราคาทองคำสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวลดลงเกือบ 5% ซึ่งถือเป็นสัปดาห์ที่ปรับตัวลงมากที่สุดในรอบ 4 เดือน โดยในวันศุกร์ที่ผ่านมา ปรับตัวลงไปทำจุดต่ำสุดบริเวณ 1,241 เหรียญ สาเหตุจากการที่ประธานเฟดบางสาขาให้ความเห็นค่อนข้างตรงและรุนแรงว่าควรถึงเวลาในการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯได้แล้ว มิฉะนั้นจะเกิดผลเสียจากแนวโน้มเศรษฐกิจในภาพรวม เนื่องจากตัวเลขการจ้างงานที่ดีขึ้นตามลำดับมีความแข็งแกร่งเพียงพอที่จะรองรับการปรับตัวของเศรษฐกิจรวมทั้งอัตราเงินเฟ้อที่เริ่มมีภาวะสูงขึ้น ซึ่งหากทิ้งไว้นานไปกว่านี้จะส่งผลร้ายต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ดังนั้นด้วยความเห็นดังกล่าวจึงจุดประกายให้เกิดแรงเทขายทองคำจนหลุดระดับ 1,300 เหรียญลงมา หลังจากนั้นเกิดภาวะที่เราเรียกว่า “Sell Stop” ตามลงมาอย่างหนาแน่น ทำให้ในคืนวันอังคาร ราคาทองคำร่วงลงกว่า 3% ราคาหุ้นเหมืองทองคำต่างๆในตลาดดาวโจนส์ ปรับตัวลดลงกว่า 5% รวมไปถึงราคาซิลเวอร์ที่ตกลงอย่างรุนแรงอีก5% ทำให้เปิดตลาดในวันพุธบ้านเราราคาร่วงลงไปบาทละ 550บาท/บาททองคำ ส่งผลให้นักวิเคราะห์หลายๆฝ่ายมองว่าเป็นภาวะสิ้นสุดการขึ้นของราคาทองคำในปีนี้ก็เป็นไปได้

วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค

ราคาทองคำหลุดแนวรับสำคัญ 1,300 เหรียญในช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้เกิดสภาวะ Sell Stop ตามมาจนทำให้ราคาหลุดระดับเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน ซึ่งภาพทางเทคนิคถือว่ามีความสำคัญอย่างมากเพราะทำให้ราคาทองคำกลับสู่แนวโน้มขาลงอย่างสมบูรณ์แบบ อย่างไรก็ดี ราคาทองคำจะมีแนวรับสำคัญทางเทคนิคที่ระดับ 1,247 เหรียญ ซึ่งเป็นระดับเส้นค่าเฉลี่ยราย 10 วัน ของนักลงทุนรายสัปดาห์ อันจะเห็นได้ว่า ราคาทองคำในวันศุกร์ยังคงทำจุดต่ำสุดใหม่แถวระดับ 1,240 เหรียญ ก่อนจะมี Technical Rebound กลับในช่วงปลายตลาดและปิดที่ระดับ 1,253 เหรียญโดยประมาณ ขณะที่แนวต้านสำคัญของทองคำจะอยู่ที่ 1,270 เหรียญ และในเชิงเทคนิคราคามีการเข้าสู่แนวโน้มขาลงทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว จึงวิเคราะห์ได้ว่าแนวโน้มขาขึ้นในช่วงที่ผ่านมาได้จบสิ้นไปแล้ว และราคาทองคำยังมีโอกาสที่จะทำจุดต่ำสุดใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง

แนวโน้มขาลงกับกลยุทธ์การลงทุน

นักลงทุนควรปรับกลยุทธ์ให้ทันกับแนวโน้มขาลงที่เกิดขึ้น เนื่องจากเป็นสภาวะการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของการลงทุนในทองคำที่จะส่งผลให้นักลงทุนเกิดกำไรขาดทุนได้อย่างมีนัยยะสำคัญ และโปรดอย่าลืมว่าปัจจุบันการลงทุนในทองคำได้เปลี่ยนไปตามสภาพตลาดที่เคลื่อนไหวรวดเร็วรุนแรง นักลงทุนที่ติดตามได้ทันก็จะสามารถทำกำไรได้ดี แต่นักลงทุนที่ยังฝืนแนวโน้มของตลาดก็มีโอกาสที่จะถูกบังคับ Force Close หรือถูกบังคับการปิดสัญญาได้จากสภาวะขาดทุนมากขึ้นเมื่อ Mark to Market โดยต้องไม่ลืมว่าการลงทุนในทองคำ บ่อยครั้งนักลงทุนใช้เงินเปิดบัญชี Margin เพียงบางส่วนในการลงทุนซื้อขาย ดังนั้น เมื่อ Margin ปรับตัวลงต่ำกว่าระดับที่จะคุ้มครองความเสี่ยงได้ ทาง Broker จะทำการแจ้งให้ท่านเติม เงิน Margin ซึ่งเป็นการควบคุมความเสี่ยงที่ถูกต้อง ขณะที่นักลงทุนที่ทำการลงทุนเกินตัวและไม่สามารถเติม Margin ได้ก็จะถูก Force Close ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุนที่สำคัญ มีดังนี้

1. ไม่ลงทุนเกินตัว คือ การใช้ Leverage ในระดับสูง และเมื่อมีการ Mark to Market แล้วไม่สามารถที่จะมีเงินเติมให้ควบคุมกับสภาวะราคาในตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป

2. การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ไปตามสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป จากขึ้นเป็นลง จากลงกลับเป็นขึ้น และจะเห็นได้ว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง

การลงทุนในทองคำจึงเป็นทั้งวิกฤตและโอกาสที่นักลงทุนจำเป็นที่จะต้องมีวินัยในการลงทุนที่ถูกต้อง ก็จะสามารถอยู่ในตลาดอย่างผู้ชนะ สนใจลงทุนในทองคำหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ MTS Gold Call Center 02 770 7777

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท