
การลงทุนมาคู่กับความเสี่ยง
โดย ปริย เตชะมวลไววิทย์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายงานเลขาธิการและสื่อสารองค์กร
โดย ปริย เตชะมวลไววิทย์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายงานเลขาธิการและสื่อสารองค์กร
ก.ล.ต. มักได้รับข้อคำถาม หรือข้อร้องเรียน จากผู้ลงทุนอยู่เป็นระยะ ๆ เกี่ยวกับการได้รับการชักชวนให้ลงทุน ซึ่งรูปแบบของการชักชวนที่สอบถามหรือร้องเรียนเข้ามานั้น ค่อนข้างจะหลากหลาย วันนี้ผมจึงขอมาให้ข้อมูล เพื่อให้ผู้ลงทุนสามารถดูแลหรือปกป้องตนเองได้ในเบื้องต้นนะครับ
เรื่องที่สอบถามกันเข้ามาแบบที่เรียกว่าท็อปฮิตติดชาร์ตต่อเนื่องมาโดยตลอด ก็คือเรื่องของการชักชวนลงทุนที่เป็นการหลอกลวง หรืออาจเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ ที่มีรูปแบบคล้ายกันเกือบจะทุกราย โดยผู้ลงทุนสามารถสังเกตได้จาก (1) การเสนอผลตอบแทนสูงกว่าระดับผลตอบแทนของการลงทุนด้วยรูปแบบหรือวิธีการปกติเป็นอย่างมาก เช่น สูงกว่าลงทุนในหุ้น หรือฝากธนาคาร ไม่รู้กี่เท่า หรือพอเห็นแล้วอาจจะคิดว่า ทำธุรกิจอะไร กำไรดีขนาดนั้น เช่น เสนอผลตอบแทน 15-20% ในขณะที่ดอกเบี้ยเงินฝากประจำอยู่ที่ 1% กว่า ๆ เท่านั้นเอง
(2) รับรองผลตอบแทนว่าจะได้สูงตามที่บอกอย่างแน่นอน ไม่มีความเสี่ยง แค่สองข้อนี้ ก็คิดไม่ออกเลยว่า เขาจะนำเงินของเราไปลงทุนในอะไร ที่ทั้งผลตอบแทนดีเหลือเชื่อและไม่มีความเสี่ยง และ (3) บางกรณีก็มีการให้หาสมาชิกเพิ่ม โดยได้ส่วนแบ่งผลตอบแทนเพิ่ม ยิ่งหาสมาชิกมาก ก็ได้ผลตอบแทนมาก จนบางครั้งกลายเป็นไม่ต้องสนใจเรื่องลงทุนเลย ตั้งหน้าตั้งตาหาสมาชิกกันดีกว่า แบบนี้ก็อาจเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ได้ ลองสังเกตดูกันให้ดีนะครับ
ตัวช่วยอีกประการหนึ่งที่จะทำให้ผู้ลงทุนไม่เกิดความเสียหายโดยไม่จำเป็นก็คือ การพิจารณารูปแบบการทำธุรกิจว่าเกี่ยวกับอะไร และมีหน่วยงานใด เป็นผู้กำกับดูแล เพื่อที่จะได้สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ เช่น
หากเข้าข่ายอาจเป็นแชร์ลูกโซ่ ก็จะมีศูนย์รับแจ้งการเงินนอกระบบ สำนักนโยบายพัฒนาระบบการเงินภาคประชาชนสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลังหมายเลขโทรศัพท์ 1359 เข้ามาดูแลให้ความมั่นใจ
หากทำธุรกรรมเกี่ยวกับหลักทรัพย์ ก็จะมี ก.ล.ต. เป็นผู้ดูแล ซึ่งการทำธุรกรรมด้านหลักทรัพย์ก็มีหลายรูปแบบด้วยกัน อาทิ การเสนอขายหลักทรัพย์ต่อสาธารณะหรือระดมทุนจากประชาชน โดยหากผู้ลงทุน เห็นการลงคำชักชวนให้ลงทุนในหุ้น หุ้นกู้ บอกราคา ผลตอบแทน ซึ่งดูสูงความความเป็นจริง ไม่ว่าจะลงตามหน้าหนังสือพิมพ์ นิตยสาร ประกาศทางวิทยุ หรือลงในบรรดาโซเชียลมีเดีย อย่างอินสตาแกรม ไลน์ หรือเฟซบุ๊ค ก็ให้สงสัยไว้ก่อนว่า จะเข้าข่ายการระดมทุนที่อยู่ภายใต้กฎหมายหลักทรัพย์ ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. ก่อนหรือไม่
ถ้าเป็นการเสนอขายหลักทรัพย์โดยไม่ได้รับอนุญาต มีความผิดนะครับ อาจจะเป็นโทษจำคุกหรือปรับ
หรือถ้าหากเป็นการรับจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ให้กิจการของคนอื่น เพื่อกระจายให้แก่ประชาชน หรืออธิบายง่าย ๆ คือ ทำธุรกิจช่วยเอาหลักทรัพย์ของบริษัทคนอื่นมาขายต่อให้ผู้ที่ทำหน้าที่นี้ถือเป็นตัวกลางให้ผู้ระดมทุนกระจายหลักทรัพย์ไปยังผู้ลงทุนจำนวนมาก ซึ่งก็ต้องได้รับใบอนุญาตที่เรียกว่าใบอนุญาตจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ก่อนจะประกอบธุรกิจนี้ได้ครับ ตัวอย่างที่ท่านอาจจะคุ้นเคยสำหรับธุรกิจประเภทนี้ ก็คือ การจองซื้อหุ้น IPO กับบริษัทหลักทรัพย์นั่นแหละครับ เขากำลังทำหน้าที่ภายใต้การเป็นผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ถ้าฝ่าฝืน ก็อาจได้รับโทษจำคุกและปรับ
กรณีที่ผู้ลงทุนถูกชักชวน แล้วต้องการจะตรวจสอบว่า การระดมทุนโดยเสนอขายหลักทรัพย์แก่ประชาชนที่เขามาชวนเราไปลงทุนด้วย หรือคนที่มาชวนเราให้ไปซื้อหลักทรัพย์ของบริษัทอื่น ได้รับอนุญาต หรือได้ใบอนุญาต ถูกต้องหรือไม่ สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ของ ก.ล.ต. www.sec.or.th หรือสอบถามหรือขอคำปรึกษาได้ที่โทรศัพท์หมายเลข 1207 จะมีเจ้าหน้าที่ของ ก.ล.ต. คอยให้ข้อมูลอยู่ครับ
รูปแบบของการชักชวนหรือทำธุรกรรม ที่อาจเข้าข่ายที่ต้องได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. ยังมีอยู่อีกหลายรูปแบบด้วยกัน ซึ่งผมจะมาเล่าให้ฟังต่อไปในครั้งหน้า ขอบคุณครับ
“ก.ล.ต. ดูแลตลาดทุน เพื่อให้คุณมั่นใจ”







