
คิดถึงม.44
“เสพติดอำนาจ” ขึ้นหัวอย่างนี้ เพราะมีเสียงบ่นพึมพึมมาไม่ขาดสาย ยามมีปัญหาอะไรขึ้นมาตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ
โดย...ขำ เคืองใจ [email protected]
“เสพติดอำนาจ” ขึ้นหัวอย่างนี้ เพราะมีเสียงบ่นพึมพึมมาไม่ขาดสาย ยามมีปัญหาอะไรขึ้นมาตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ
หนีไม่พ้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต้องงัดมาตรา 44 ตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวออกคำสั่งดำเนินการแก้ปัญหาเกือบทุกที
ประกาศิตอย่างนี้ มีทั้งคนชอบและคนชังครับ พวกชอบให้หัวหน้า คสช.ออกคำสั่งตามมาตรา 44 บอกว่า “ต้องให้ได้งี้สิ เบ็ดเสร็จเด็ดขาด แก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว สะใจโก๋เสียเหลือเกิน”
ส่วนพวกชิงชังดูจะเป็นกลุ่มคนได้รับผลกระทบจากมาตรา 44 เป็นส่วนใหญ่ ออกมาตีโพยตีพายว่า “เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง ไม่มีความเป็นธรรม บ้าอำนาจ อะไรทำนองนั้น”
แต่ถ้าจับอาการสังคมซึ่งตกอยู่ท่ามกลางสารพัดปัญหากลับได้ยินผู้คน-กลุ่มองค์กร โหยหาร้องขอ “เดี๋ยวจะให้นายกฯ ใช้มาตรา 44 ซะเลย”
นี่ล่าสุด เมื่อวันสองวันที่ผ่านมา มีคนจำนวนไม่น้อยที่ติดตามข่าวสาร เหตุการณ์รับน้อง หรือจะเรียกให้ดูดีว่าเป็นการอบรมน้องใหม่ในมหาวิทยาลัยชื่อดังก็ตาม แต่ถึงขั้นน้องนักศึกษาต้องเข้าไอซียู
ก็มีเสียงบ่นขึ้นมาดังๆ ว่า “อยากให้นายกฯ ใช้มาตรา 44 สั่งให้สถาบันอุดมศึกษาห้ามจัดกิจกรรมรับน้อง”
แม้แต่ จตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ผู้รังเกียจอำนาจเผด็จการยังโพสต์ข้อความ ขอพึ่งบริการมาตรา 44 กับเขาด้วย
โดยระบุ อยากให้หัวหน้า คสช.ใช้มาตรา 44 ออกคำสั่งแก้ไขอำนาจคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ทำหน้าที่อย่างเท่าเทียม เสมอภาค ด้วยการให้อัยการเข้ามาถ่วงดุลอำนาจ ป.ป.ช. ในการสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง
ตกลงการใช้มาตรา 44 ดีหรือไม่ดี?!?
เพราะคนที่มีอำนาจออกคำสั่งตามมาตรา 44 อย่าง พล.อ.ประยุทธ์ เคยประกาศจะไม่ใช้พร่ำเพรื่อ ใช้อย่างจำเป็น
แต่นี่ปาเข้าไปกี่คำสั่งแล้ว ตั้งแต่คำสั่งคุมเข้มการจุดบั้งไฟกระทบอากาศยานไปจนถึงบูรณาการจัดเก็บผักตบชวา ขึ้นบัญชีข้าราชการเกี่ยวพันทุจริต สั่งพักงาน ข้าราชการระดับสูงไปจนถึงนายก อบต. ฯลฯ
ส่วนคนที่ชอบมาตรา 44 บอกว่า เอาอีกเอาอีกอย่าเลิก ส่วนคนที่ไม่อยากให้ใช้กลับเริ่มเรียกร้องขอมาตรา 44 บ้าง
จึงต้องมาคิดพิจารณาเหมือนกันว่า อ้าว! ตอนนี้ใครกำลังเสพติดอำนาจ “คนที่มีอำนาจใช้มาตรา 44 หรือคนอยากให้ใช้ เสพติดอำนาจมากกว่ากัน”
ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม การใช้อำนาจอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดเยี่ยงนี้ไม่ได้จีรังถาวร เป็นเพียงการใช้อำนาจจัดการปัญหาในช่วงสถานการณ์ที่บ้านนี้เมืองนี้ไม่ได้เป็นประชาธิปไตยเท่านั้นเอง
แต่เมื่อไหร่ บ้านเมืองกลับคืนสู่ประชาธิปไตย มีการเลือกตั้งได้รัฐบาลบริหารประเทศ มีฝ่ายนิติบัญญัติ ตุลาการ ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ก็ต้องผ่อนคลายยกเลิกประกาศใช้มาตรา 44
ฉะนั้น ต้องคิดล่วงหน้าเหมือนกัน ทำอย่างไรให้กลไกบริหารบ้านเมืองผ่านกฎหมายปกติ สามารถทำได้ดีกว่าพึ่ง “ประกาศิตเผด็จการ”







