posttoday
มาตรวัดการบริหารความมั่งคั่ง

มาตรวัดการบริหารความมั่งคั่ง

06 กันยายน 2559

โดย ดร.ศุภกร สุนทรกิจ กรรมการบริหาร สายงาน Wealth Management บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย เวลท์ จำกัด

โดย ดร.ศุภกร สุนทรกิจ กรรมการบริหาร สายงาน Wealth Management  บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย เวลท์ จำกัด

สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่รักทุกๆท่าน ในช่วงที่ตลาดเงินตลาดทุนเคลื่อนไหวแบบไร้ทิศทางในช่วงนี้อาจทำให้ท่านผู้อ่านหลายๆคนรู้สึกอึดอัดกันบ้าง แต่ถ้าเรายังยึดมั่นกับแผนการลงทุนที่ได้วางเอาไว้ทั้งในด้านของการกระจายตัวของสินทรัพย์ที่ได้วางแผนเอาไว้ รวมถึงการลงทุนอย่างสม่ำเสมอตามแผนที่กำหนด ก็จะทำให้เราคลายความอึดอัดได้บ้าง หรือขอให้เราถอยหลังสักสองก้าวจากตัวเลขเศรษฐกิจหรือตลาดเงินตลาดทุนก็จะทำให้รู้สึกสบายใจขึ้น อย่างน้อยเงินของเราก็ได้ทำงานให้กับเราเป็นอย่างดีตั้งแต่ต้นปีมา

วันนี้ผมอยากพูดถึงเรื่องของการใช้มาตรวัดประสิทธิผลของการบริหารจัดการความมั่งคั่ง หรืออธิบายง่ายๆคือตัวชี้วัดว่าพอร์ตการลงทุนของเราที่เราได้บริหารจัดการมามีผลการดำเนินงานที่ดีมากน้อยเพียงใด คำตอบที่ได้ก็คือ 1) พอร์ตความมั่งคั่งของเรายังอยู่ในเกณฑ์ที่ตั้งไว้ หรือ2) ดีกว่าที่ตั้งไว้ หรือ3)แย่กว่าที่ตั้งเอาไว้ เพื่อที่จะทำให้เราสามารถประเมินสถานการณ์และมองหาข้อผิดพลาดจากสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้วและสามารถหาแนวทางในการดำเนินการแก้ไขเพื่อที่จะทำให้พอร์ตความมั่งคั่งของเราสามารถกลับมาสู่เป้าหมายที่เราได้ตั้งเอาไว้

สิ่งแรกที่เราต้องทำเพื่อสร้างมาตรวัดดังกล่าวเราต้องเข้าใจถึงตัวแปรที่ส่งผลกระทบต่อแผนการบริหารความมั่งคั่งของเราซึ่งได้แก่ 1) เงินตั้งต้น 2) จำนวนเงินเป้าหมาย 3) ระยะเวลาการลงทุน 4) ผลตอบแทนที่คาด 5) จำนวนเงินที่เราวางแผนจะลงทุนในแต่ละช่วงเวลา เช่น 10,000 บาททุกๆเดือน เมื่อเป็นสิ่งที่เราทราบตั้งแต่การสร้างแผนการลงทุนเพื่อให้เงินของเราเติบโตและบรรลุวัตถุประสงค์ แต่ในความเป็นจริงนั้นสิ่งที่เราทำจริงอาจคลาดเคลื่อนหรือผิดไปจากที่เราได้วางแผนเอาไว้เช่น 1) ผลตอบแทนของกองทุน อาจไม่เป็นไปตามคาด (นั่นก็คือความเสี่ยงจากการลงทุน) หรือ 2) เราไม่ได้ลงทุนในจำนวนเงินที่เรากำหนด เช่นบางเดือนเราลืมลงทุนไป 3) สัดส่วนการกระจายตัวของสินทรัพย์ของพอร์ตเราผิดจากพอร์ตเป้าหมายตามแผนที่กำหนด ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนส่งผลให้พอร์ตความมั่งคั่งในทุกๆขณะของเราเบี่ยงเบนออกจากเป้าหมายได้

ดังนั้นการสร้างมาตรวัดเพื่อเป็นตัวเปรียบเทียบกับพอร์ตจริงที่เกิดขึ้นจึงมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการลงทุนจริงๆ การสร้างมาตรวัดดังกล่าวท่านผู้อ่านอาจสร้างได้ในรูปแบบง่ายเช่น การหาจุดเริ่มต้นและเป้าหมายของจำนวนเงินที่เราตั้งใจจะไปให้ถึงตามจำนวนปีหรือระยะเวลาที่เรากำหนด หลังจากนั้นให้เราลากเส้นตรงเชื่อมสองจุดดังกล่าวเพื่อสร้างเส้นเปรียบเทียบ (benchmark)และในทุกๆ3 เดือน หรือทุกๆปีเราก็นำตัวเลขความมั่งคั่งของเรามาอยู่ในกราฟดังกล่าวเพื่อเปรียบเทียบผลการดำเนินงานของพอร์ตความมั่งคั่งของเรากับเส้นเปรียบเทียบดังกล่าวเพื่อจะเราจะได้รู้ว่าพอร์ตของเราที่ได้ลงทุนมายังอยู่ในเกณฑ์ ดีกว่าหรือแย่กว่าเกณฑ์ และหาสาเหตุและแนวทางแก้ไข

มาตรวัดการบริหารความมั่งคั่ง

 


ซึ่งการสร้างเส้นตรงดังกล่าวเป็นการสร้างแบบง่ายแต่ในความเป็นจริงผลตอบแทนของการลงทุนจะมีการทบต้นดังนั้นหากท่านผู้อ่านต้องการที่จะสร้างตัวชี้วัดเพื่อให้ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากขึ้นเราต้องสร้างกราฟการลงทุนที่ได้มาจากเงินลงทุนเริ่มต้นและเงินลงทุนในแต่ละเดือนและผลตอบแทนจากการลงทุนตามเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้ ซึ่งเส้นกราฟที่ได้จะไม่เป็นเส้นตรงแต่จะเป็นเส้นโค้งซึ่งสะท้อนถึงผลตอบแทนจากการทบต้น ซึ่งการใช้เส้นกราฟที่ละเอียดขึ้นจะช่วยให้เราสามารถวิเคราะห์ถึงสาเหตุจากการที่พอร์ตการลงทุนจริงของเราเบี่ยงไปจากเป้าหมายได้ดีขึ้นเช่น จากการที่ผลตอบแทนจากการลงทุนจริงนั้นน้อยกว่าที่เราตั้งใจไว้เป็นต้น

ครับท้ายสุดนี้ผมหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อท่านผู้อ่านในการนำไปบริหารจัดการความมั่งคั่งนะครับและก็ขอให้ท่านผู้อ่านทุกๆท่านประสบความสำเร็จและโชคดีกับการลงทุนนะครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท