
บทเรียน
ยังไงก็ต้องชื่นชมหัวใจของ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ที่เคารพในกระบวนการยุติธรรม เดินทางมาฟังคำพิพากษาศาลฎีกานักการเมือง
โดย...พะนะท่าน [email protected]
ยังไงก็ต้องชื่นชมหัวใจของ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ที่เคารพในกระบวนการยุติธรรม เดินทางมาฟังคำพิพากษาศาลฎีกานักการเมือง ในคดีแก้ไขสัมปทานดาวเทียมเอื้อบริษัท ชินคอร์ป ทำให้รัฐได้รับความเสี่ยงสมัยที่เจ้าตัวเป็น รมต.ไอซีที เมื่อปี 2545
รู้ทั้งรู้ว่า มาฟังคำพิพากษาครั้งนี้ มีความเสี่ยงที่อาจเข้าไปนอนในเรือนจำ เพราะผลคำพิพากษา คดีก่อนหน้าที่ศาลฎีกาเพิ่งตัดสินไม่ถึงเดือนในคดีที่หมอเลี้ยบตั้งบอร์ด ธปท.โดยมิชอบ สมัยเป็น รมว.
คลังยุค สมัคร สุนทรเวช ก็โดนจำคุก 1 ปี แต่ให้รอลงอาญา 1 ปี
“หมอเลี้ยบ” หนึ่งในขุนพลที่ทักษิณไว้ใจส่งตรงมานั่งเก้าอี้ รมว.ไอซีที ทุกอย่างเพื่อประโยชน์ของนายใหญ่ จนนำมาสู่การแก้ไขสัญญาสัมปทานดาวเทียมเอื้อประโยชน์ชินคอร์ป ลดสัดส่วนผู้ถือหุ้นบุคคลสัญชาติไทยจาก 51% เหลือ 40%
จริงๆ แล้วหมอเลี้ยบไม่ใช่คนฉาวโฉ่ หรือมีพฤติกรรมทุจริต บ้าอำนาจ ตรงกันข้ามมีประวัติทำงานเพื่อสังคม ตั้งแต่สมัยเป็นนักศึกษาช่วง 14 ตุลา 2516 ก่อนมาเป็นคุณหมอเพื่อประชาชน เติบโตมาช่วยงานการศึกษาและสาธารณสุข เป็นผู้ช่วยคณบดีฝ่ายบริหารคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ตามด้วยกรรมการแพทยสภา
ตัดสินใจมาเล่นการเมืองร่วมสร้างพรรคไทยรักไทยช่วงต้นปี 2543 กับทักษิณในยุคที่ผู้คนหลงใหลยกนิ้วให้เป็น “อัศวินคลื่นลูกที่สาม” พอมาเป็นรัฐมนตรีครั้งแรกยุคที่ทักษิณชนะเลือกตั้งถล่มทลาย “หมอเลี้ยบ” เป็น รมช.สาธารณสุข เดินหน้าทำนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรคถูกใจประชาชนเป็นอย่างมาก ก่อนจะถูกทักษิณจับโยกมาเป็น รมต.ไอซีที ดูแล “กล่องดวงใจ” ให้กับทักษิณในกระทรวงใหม่ที่เพิ่งถูกตั้งขึ้น
แต่เมื่อกล้าทำก็ต้องกล้ารับ น้อมรับคำพิพากษาจำคุก 1 ปี เอาเข้าจริง หมอเลี้ยบอาจติดคุกแค่ 8-10 เดือน ก็น่าเข้าข่ายได้รับการพักโทษ
คดีแปลงสัมปทานเอื้อบริษัท ชินคอร์ป ริเริ่มในสมัย คตส. ยุค“บิ๊กบัง” ปฏิวัติเดินหน้าไว้ 10 กว่าคดี หลายคดีศาลฎีกาตัดสินไปแล้วมีทั้งจำคุกจริง จำคุกรอลงอาญา ยกฟ้อง บางคดียังไม่ตัดสิน
หลายคดี จำเลยหลายรายในระบอบทักษิณที่ถูกฟ้องยอมมาฟังคำพิพากษาทั้งคดีหวยบนดิน วราเทพ รัตนากร อดีต รมช.คลัง ถูกศาลตัดสินจำคุก 2 ปี แต่ให้รอลงอาญา คดีทุจริตปล่อยกู้กรุงไทยเข้าคุกกันถ้วนหน้า ยกคณะมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ร่วม 20 ราย วิโรจน์ นวลแข อดีตเอ็มดีแบงก์กรุงไทย 18 ปี ขณะที่พนักงาน กลุ่มนิติบุคคล โดนด้วยคนละ 12 ปี และยังต้องชดใช้กว่าหมื่นล้านบาท
ส่วนทักษิณโดนศาลออกหมายจับ เพราะหลบหนีคดียาว ไปเสพสุข ทำธุรกิจในต่างแดน
ข้ออ้างต่างๆ ที่ว่า “ต้นไม้พิษ” คดีความ คตส.มาจากการปฏิวัติจึงไม่ชอบธรรม แต่ทักษิณก็เดินทางไปขึ้นศาลฎีกาเพื่อต่อสู้คดี พอจำนนต่อหลักฐานก็บินหนีอ้างประเทศไม่เป็นประชาธิปไตยเฉย
ไม่รู้ทักษิณคิดอย่างไร เห็นลูกน้องที่รับใช้ตอบสนองตัวเองต้องติดคุกในยุครัฐบาลที่เต็มไปด้วยเรื่องคอร์รัปชั่นเชิงนโยบายจากผลประโยชน์ทับซ้อนของบริษัทตัวเอง
แต่ก็เป็นบทเรียนให้คนของพรรคเพื่อไทยและทุกพรรคได้คิด ถ้าอนาคตมีโอกาสมาบริหารประเทศ และยังไปเกื้อหนุนผลประโยชน์ทุจริตคอร์รัปชั่น เชื่อว่าศาลไม่ปรานีแน่







