
ถ้าเป็นอีกสมัย!
ร่างรัฐธรรมนูญพร้อมด้วยคำถามพ่วง ผ่านความเห็นชอบจากการทำประชามติด้วยคะแนนเอกฉันท์ตามที่ “พะนะท่าน”
โดย...พะนะท่าน [email protected]
ร่างรัฐธรรมนูญพร้อมด้วยคำถามพ่วง ผ่านความเห็นชอบจากการทำประชามติด้วยคะแนนเอกฉันท์ตามที่ “พะนะท่าน” เคยเขียนคาดการณ์ไว้ตั้งแต่ต้นเดือน เม.ย.จากปัจจัยที่คนกลางๆ อยากให้ร่าง รธน.ผ่านฉลุยเพราะเชื่อว่าจะทำให้ประเทศสงบ
เมื่อทุกอย่างชัดเจน ภาพการเมืองไทยหลังการเลือกตั้งที่คาดว่าจะมีขึ้นปลายปี 2560 หรืออย่างช้ากลางปี 2561 จึงแจ่มชัดขึ้น
เกมใหม่ที่จะเกิดขึ้น เปิดกว้างสู่ “นายกฯ คนกลาง” หรือ “นายกฯ คนนอกที่ไม่ใช่ สส.” สิ่งสำคัญคือ ผลประชามติที่ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศเห็นด้วยกับการให้คนนอกมาเป็นนายกฯ ผ่านการลงมติคำถามพ่วงให้ สว.โหวตเลือกนายกฯ คนนอกได้ จึงยุติปัญหาความไม่ชอบธรรมต่างๆ ที่ฝ่ายต่อต้านโจมตีว่า นายกฯ คนนอก ไม่เป็นประชาธิปไตย ถอยหลังไปเหมือนสมัย พล.อ.สุจินดา คราประยูร เป็นนายกฯ
ความจริง ความรุนแรง ณ เวลานั้น คนละบริบท คนละสถานการณ์ บิ๊กทหารยุคนั้นใช้อำนาจเผด็จการ ทำร้ายประชาชนที่ชุมนุมประท้วง ทว่า หลังเกิดพฤษภาทมิฬ ก็ยังมีนายกฯ คนนอกเช่นเดิม คือ อานันท์ ปันยารชุน ที่ได้รับแต่งตั้งมาสะสางวิกฤตอีกครั้งและนำพาประเทศเข้าสู่สถานการณ์ปกติ
สถานการณ์จากนี้เมื่อร่าง รธน.ผ่านประชามติและรอปรับแก้คำถามพ่วงลงใน รธน.จริง นักการเมืองจะเกลียด จะไม่ชอบอย่างไร ก็ต้องปรับตัวเข้ากับกติกาใหม่ แต่ไม่ต้องห่วงหรอก นักการเมือง นักเลือกตั้งพลิ้วไหวได้ทุกรูปแบบ ปากปาวๆ ไม่เอาๆ สุดท้ายกลืนน้ำลายขันอาสามาเล่นการเมืองภายใต้ “กติกาที่ตัวเองคัดค้าน”
การเมืองหลังเลือกตั้งว่าด้วยกติกาใหม่ จึงคาดเดาไว้เลยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะมาเป็นนายกฯ อีกสมัย
สุ้มเสียง “บิ๊กตู่” ล่าสุดไม่ปิดทาง บอกว่า “ถ้าตอนนั้น หาคนไม่ได้ ถึงเวลาค่อยว่ากัน” โอกาสจะขี่หลังเสืออีกรอบจึงมีสูง เพราะกติกาที่เซตในร่าง รธน.เปิดทางหมด โดยเฉพาะ สว.สรรหา 250 คน เทียบแล้วก็เหมือนเป็นพรรคใหญ่จากสภาสูง ที่จะเป็นกำลังหลักให้ “บิ๊กตู่”
ถ้าคาดเดาผลการเลือกตั้งครั้งหน้า ก็ยังหนีไม่พ้น 2 พรรคใหญ่ เพื่อไทย ประชาธิปัตย์ โดยมีพรรคขนาดกลาง 3-4 พรรค เป็นตัวแซมเหมือนเดิม เว้นแต่เพื่อไทยชนะถล่มทลายแบบคาดไม่ถึง คนของเพื่อไทยก็จะเป็นนายกฯ แต่เชื่อว่า จะทำงานลำบาก เพราะจะถูกตรวจสอบ ควบคุมจาก สว.อย่างเข้มงวด
แต่โอกาสของเพื่อไทยไม่น่าเกิดขึ้นอีก ดูจากคะแนนประชามติ เพื่อไทยยังขายได้ในอีสานและเหนือจริง แต่ไม่โตกว่านี้
ที่น่าคิด หากบิ๊กตู่มาเป็น “นายกฯ คนนอก” รอบหน้า ก็ไม่ง่ายที่จะบริหารประเทศเบ็ดเสร็จเหมือนปัจจุบัน เพราะไม่สามารถใช้อำนาจมาตรา 44 ได้อีก ทั้งยังต้องแชร์อำนาจ ผลประโยชน์กับพรรคร่วมรัฐบาล และเมื่อประเทศเปิดเป็นประชาธิปไตย ก็ต้องมีชุมนุม คัดค้าน การขับเคลื่อนอะไรต่างๆ จึงไม่ง่าย
ยิ่งกลไกในร่าง รธน.ใหม่ ถูกมองว่าทำให้เสถียรภาพรัฐบาลอ่อนแอ “บิ๊กตู่” จึงเสี่ยงเพราะทุกอย่างถูกวางกับดักไว้หมด ความเด็ดขาดที่เคยมี จะกลายเป็น “เป็ดง่อย” ก็เป็นได้







