
ได้คืบ...อย่าเอาศอก
แม้ส่วนตัวจะเป็นคนหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยกับการตั้งคำถามพ่วงของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)
โดย...หงส์แดง [email protected]
แม้ส่วนตัวจะเป็นคนหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยกับการตั้งคำถามพ่วงของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ตั้งแต่แรก แต่เมื่อประชาชนส่วนใหญ่ลงมติสนับสนุน ก็ขอน้อมรับตามหลักการระบอบประชาธิปไตย
แล้ว สนช.และ สปท.ที่อุดมไปด้วยผู้รอบรู้ด้านกฎหมายเคารพเสียงของประชาชนหรือไม่?
เวลานี้ทั้งสองสภากำลังกดดันมายัง คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เพื่อให้ กรธ.บัญญัติให้ สว.มีสิทธิเสนอชื่อบุคคลให้รัฐสภา (สส.และ สว.) ลงมติเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี
ไม่รู้เหมือนกันว่านักกฎหมายทั้งสองสภากำลังคิดอะไรอยู่ ถึงได้พยายามผลักดันข้อเสนอที่ว่านี้ ทั้งที่ในคำถามพ่วงที่เสนอให้ประชาชนลงประชามติไม่มีตัวอักษรสักตัวที่บอกว่าให้ สว.มีหน้าที่เสนอชื่อนายกฯ
“ท่านเห็นชอบหรือไม่ว่า เพื่อให้การปฏิรูปประเทศเกิดความต่อเนื่องตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ สมควรกำหนดไว้ในบทเฉพาะกาลว่าในระหว่าง 5 ปีแรกนับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ ให้ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคล ซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี” เนื้อหาของคำถามพ่วงทุกตัวอักษร
ขอขีดเส้นใต้ตรงประโยค “ให้ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคล ซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี”
จริงอยู่ครับที่ถ้อยคำนี้ย่อมชวนให้ สนช.และ สปท.สามารถตีความเพื่อขยายอำนาจของวุฒิสภาได้ว่า เมื่อ สว.ถือเป็นหนึ่งในผู้ที่มีสิทธิลงมติให้ความเห็นชอบแล้ว ก็สมควรมีสิทธิเป็นผู้เสนอชื่อนายกฯ เช่นกัน
แต่ปัญหา คือ ตอนที่พวกท่านกำหนดคำถามกันในที่ประชุม สปท.และ สนช.ได้บอกเป็นเจตนารมณ์หรือไม่ที่จะให้ สว.มีสิทธิเสนอชื่อได้
นอกจากนี้ สปท.และ สนช.ยังได้บอกกับประชาชนระหว่างการรณรงค์ทำประชามติหรือไม่ว่า สว.มีสิทธิเสนอชื่อนายกฯ ได้ หรือต่อให้มีสมาชิก สนช.หรือ สปท.คนไหนพลั้งปากบอกไป ก็ยังมีประเด็นให้ต้องตีความกันอีกว่าคำพูดของสมาชิก สนช.หรือ สปท.เพียงคนหรือสองคนจะถือเป็นเจตนารมณ์ของคำถามพ่วงทั้งหมดหรือไม่
โดยสามัญสำนึกแล้วเมื่อที่ผ่านมาตั้งแต่รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 และ 2550 บัญญัติให้สภาผู้แทนราษฎรลงมติเลือกนายกฯ มาในครั้งนี้การเลือกนายกฯ ไม่ว่าคนนั้นจะเป็น สส.หรือไม่ ก็ต้องมาจากการเสนอชื่อของสภา เช่นกัน
รัฐธรรมนูญไทยหลายฉบับวางหลักการให้วุฒิสภามีหน้าที่กลั่นกรองกฎหมายและตรวจสอบรัฐบาล เพิ่งจะมามีหน้าที่เพิ่มในเรื่องการติดตามการปฏิรูปประเทศตามร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านประชามติ
เหนืออื่นใด วุฒิสภาที่กำลังจะมีขึ้นในอนาคตมาจากการสรรหาของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
ไม่ใช่ สว.สรรหาเป็นสิ่งไม่ดี เพราะในอดีตก็มี สว.สรรหาเก่งๆ หลายคน แต่จะให้ สว.มีอำนาจแบบนี้ เหมาะสมหรือไม่ ท่านๆ ที่เป็นนักกฎหมายย่อมรู้อยู่แก่ใจ







