
อยู่ต่อเลยได้ไหม
การหารือระหว่างคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กับผู้แทนของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)
โดย...มวยแทน
การหารือระหว่างคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กับผู้แทนของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในวันที่ 19 ส.ค. 2559 มีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อยครับ
เนื่องจากเป็นการแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับประเด็นคำถามพ่วงซึ่งได้ผ่านฉันทามติจากพี่น้องประชาชนเห็นชอบให้บรรจุไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ
จำกันได้มั้ยกับคำถามพ่วงดังกล่าว เริ่มต้นจากสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ชงให้ สนช.ผ่านความเห็นชอบส่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดพิมพ์ลงไปในบัตรประชามติที่ผ่านมานั่นแหละครับ
ระบุว่า “เพื่อให้การปฏิรูปประเทศเกิดความต่อเนื่องตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ สมควรกำหนดไว้ในบทเฉพาะกาล ว่าในระหว่าง 5 ปีแรก นับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ ให้ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี”
หลักใหญ่ใจความ ต้องการเปิดทางให้รัฐสภา (สส. 500 คน บวก สว. 250 คน) โหวตเลือกนายกรัฐมนตรีได้ เพื่อจะได้ดำเนินการปฏิรูปประเทศอย่างต่อเนื่องในระยะ 5 ปีแรก
คราวนี้ตามร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านการประชามติ ดั๊นเขียนไว้ในมาตรา 272 ถึงการได้มาซึ่งนายกรัฐมนตรีเหมือนกัน เป็นกรณีเกิดเหตุสภาผู้แทนฯ ตกลงกันไม่ได้ในการเลือกนายกฯ ตามบัญชีพรรคการเมือง จึงมีช่องทางให้ สส.ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง (มากกว่า 250 คน) เข้าชื่อเสนอประธานรัฐสภาให้รัฐสภายกเว้นการเลือกจากบัญชีที่พรรคการเมืองเสนอ
จากนั้นประธานรัฐสภาจัดประชุมรัฐสภา เมื่อรัฐสภามีมติไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่มีมติให้ยกเว้นบัญชีรายชื่อว่าที่นายกฯ จากพรรคการเมืองได้ จะทำให้สภาผู้แทนฯ สามารถเลือกคนนอกบัญชีเป็นนายกฯ ได้
แต่เมื่อต้องมาข้องแวะเกี่ยวพันกับคำถามพ่วงในการให้รัฐสภา (สส.บวก สว.) เห็นชอบบุคคลที่สมควรเป็นนายกฯ ข้างต้น จำเป็นต้องหาทางตัดต่อปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญกันใหม่
แนวทางคงจะหนีไม่พ้น “การให้รัฐสภามีมติด้วยเสียงเกินกึ่งหนึ่งเพื่อให้รัฐสภาเลือกนายกฯ จากคนนอกบัญชีของพรรคการเมือง เพียงแต่จะให้รัฐสภามีมติงดเว้นในการใช้รัฐธรรมนูญในวันเดียวกันกับวันที่ไม่สามารถเลือกนายกฯ ได้ทันที หรือจะกำหนดระยะเวลาเพื่อให้รัฐสภาลงมติในภายหลัง” นั่นเอง
ส่วนที่มีข่าวแว่วๆ ว่า การหารือพรุ่งนี้ สนช.จะถือโอกาสเสนอให้ สว.สามารถเสนอชื่อนายกฯ ได้ด้วยนั้น ตรงนี้ถ้าพิจารณากันแล้ว ไม่น่าตรงตามเจตนารมณ์คำถามพ่วง เพราะระบุให้รัฐสภาร่วมกันโหวต ไม่ได้ระบุให้ สว.เสนอชื่อ อีกอย่าง สว.ไม่ได้เป็นผู้แทนฯ ที่ปวงชนเลือกเข้ามาเสนอชื่อนายกฯ เหมือนกับ สส.
อย่างไรก็ดี คำถามพ่วงดังกล่าวเป็นการเพิ่มบทบาทหน้าที่ให้ สว. ขณะที่มา สว.ในระยะ 5 ปีแรก ได้รับการคัดเลือกจาก คสช.จนมีนักวิชาการตั้งให้เป็น พรรค คสช.ในสภา ที่จะมีบทบาทโหวตเลือกนายกฯ
จึงเริ่มมีการวาดภาพว่าที่นายกฯ กันไว้แล้ว ถ้าจะอาศัยพลังจากพรรค คสช.ร่วมกับเสียง สส.โหวต ก็คงหนีไม่พ้น “บิ๊กใน คสช.”นั่นแหละ อาจได้มาเป็นนายกฯ...อย่างงี้สงสัยจะได้อยู่ต่อแหงมๆ...







