
หน้าไม่อาย
ใครเคยสัญญิงสัญญาอะไรไว้หลังร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติ อย่าเฉไฉหลงลืมคำพูดของตนเองแล้วกันนะครับ
โดย...ขำ เคืองใจ [email protected]
ใครเคยสัญญิงสัญญาอะไรไว้หลังร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติ อย่าเฉไฉหลงลืมคำพูดของตนเองแล้วกันนะครับ
คนนึงล่ะ จตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เคยบอก “หากร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติจะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร”
เป็นเพราะจตุพรทำโพลส่วนตัว มั่นใจเหลือเกินว่า ร่างรัฐธรรมนูญคงไม่ผ่านประชามติ ก็ไม่มีผลผูกพันต่อคำพูดตนเอง
หรือเป็นเพราะต้องการแสดงให้เห็นถึงความมีอุดมการณ์ประชาธิปไตยสุดยอดที่หนึ่งเลย ปฏิเสธบรรดาผลผลิตจากเผด็จการทหาร
หรือรู้ทั้งรู้ ไม่ว่าจะมีรัฐธรรมนูญฉบับไหนออกมา ตราบใดตนเองมีคดีความติดตัวส่อขัดคุณสมบัติลงสมัคร สส.
หรือแม้ไม่ขัดคุณสมบัติ แต่เมื่อสมัครคงพ่ายแพ้เลือกตั้งเพราะผู้คนเอือมระอาไม่ลงคะแนนให้ เหมือนอย่างที่เคยเอารายชื่อซุกไว้ใน สส.ระบบบัญชีรายชื่อนั่นไงเล่า
เอาล่ะ ไม่ว่าจะเข้าเงื่อนไขใดๆ ก็ตาม นาทีนี้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านความเห็นชอบจากประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ สมควรปฏิบัติตามสัญญาให้ไว้ต่อสาธารณะอย่างเคร่งครัด หากพลิกลิ้นเปลี่ยนท่าทีถูกตราหน้า “เป็นพวกตระบัดสัตย์ ปลิ้นปล้อนหลอกลวงไปวันๆ”
รังจะทำให้เครดิตความน่าเชื่อถือซึ่งไม่มีอยู่แล้วต้องต่ำเตี้ยเรี่ยดินลงไปอีก ทั้งสร้างความหวาดระแวงสงสัยในหมู่กองเชียร์ แฟนคลับ ว่าไอ้หมอนี่เป็นนักพิทักษ์ประชาธิปไตยเก๊หรือเปล่า
นอกจากจตุพร บรรดาแกนนำ นปช.รายอื่นๆ นักการเมืองภายใต้ชายคาพรรคเพื่อไทย รวมถึง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ซึ่งเคยประกาศจุดยืนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ น่าใช้โอกาสนี้ทบทวนตัวเอง
คิดใหม่ทำใหม่ด้วยการเจริญรอยตามจตุพร ออกมาประกาศไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งด้วยก็ดีเหมือนกันนะครับ แต่เชื่อว่าคงไม่มีใครแรงเกินพิกัดแบบจตุพรแล้วกระมัง
อย่างที่ทราบกันดี ถึงจะกระดกลิ้นไม่ยอมรับรัฐธรรมนูญที่เผด็จการร่างขึ้น แต่ทว่าถึงคราวเลือกตั้งทีไร พวกเสียงดังๆ นี่แหละ แห่ลงสมัครหน้าสลอน”
ล่าสุด “เจ๊ใหญ่” ประจำพรรคโพสต์ข้อความ “เสียใจและเสียดายกับประเทศที่กำลังจะก้าวถอยหลังไปใช้รัฐธรรมนูญที่ดูเหมือนจะเป็นประชาธิปไตย แต่ไม่ใช่ประชาธิปไตยที่แท้จริง”
ตรองดูแล้วกัน ประกาศเคารพเสียงประชาชนส่วนใหญ่เป็นสำคัญ ผลประชามติออกมาซะขนาดนี้ยังไม่รู้สึกตนสักทีว่าเหตุผลหนึ่งที่ประชาชนให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติเพราะต้องการสะกิดนักการเมืองให้รู้ว่า ต้องการกฎกติกาใหม่สกัดนักการเมืองฉ้อฉลทุจริตเข้าสู่อำนาจ
แล้วนี่สรรหาวาทกรรมกล่าวหาไม่เลิกรา “ประเทศถอยหลังจากกฎกติกาใหม่ไม่ใช่ประชาธิปไตยที่แท้จริง”
แต่ปรากฏว่า คุณเธอ ยอมรับกติกาที่มองว่าทำให้ประเทศถอยหลัง ลงสมัครเลือกตั้งอีกเช่นเคย
อย่างนี้ "หน้าไม่อาย" ยิ่งกว่าจตุพรเสียอีกครับ







