
ผลประกอบการคือของจริง
โดย จิตรา อมรธรรม รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซียไซรัส [email protected]
โดย จิตรา อมรธรรม รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซียไซรัส [email protected]
ตลาดหุ้นวานนี้ ตอบรับผลประชามติด้วยการที่หุ้นขนาดใหญ่หลายตัวเปิดกระโดดและปิดที่ระดับสูงสุดของวัน โดยที่นักลงทุนต่างชาติเป็นผู้ซื้อสุทธิถึง 6,800 ล้านบาท ซึ่งเป็นการซื้อต่อเนื่องและเป็นปริมาณที่มากขึ้น ส่วนกองทุนในประเทศกลับมาซื้อเล็กน้อยเกือบ 2,000 ล้านบาท จากที่ขายมาตลอด 3 สัปดาห์ก่อนหน้าลงประชามติ แน่นอนว่าหุ้นกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นแรงจะเป็นหุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่มธนาคารและรับเหมาก่อสร้าง ซึ่งเป็นกลุ่มที่นักวิเคราะห์บอกว่าจะได้ประโยชน์หากนโยบายประเทศมีความต่อเนื่อง จากนี้ไปนักลงทุนหลายท่านคงตั้งถามว่าจะทำอย่างไรต่อไปดีกับดัชนีตลาดที่ 1,542 จุด
ดิฉันให้ความเห็นว่าถ้ามีหุ้นอยู่แล้วในพอร์ต ปล่อยให้มีกำไรต่อไป เพราะมองว่าแนวโน้มตลาดยังคงซิกแซ็กขึ้นต่อไปสลับกับปรับฐาน FSS ยังคงมองเป้าดัชนีสิ้นปีที่ 1,650 จุด แต่ถ้าจะซื้อเพิ่มโดยคิดจะลงทุน ควรรอซื้อตอนปรับฐานซึ่งต้องมีแน่นอน (หากเป็นนักลงทุนเดย์เทรดรายวัน ต้องเลือกเป็นรายตัวเน้นที่ราคาหุ้นขึ้นช้ากว่ากลุ่มและมีสตอรี่ที่ดีๆ รออยู่ข้างหน้า) ตลาดวานนี้เป็นการสะท้อนความดีใจในระยะสั้นๆ จากนี้ไปคือของจริง ผลประกอการของบริษัทจดทะเบียนกำลังทยอยประกาศ มีทั้งที่กำไรดีกว่านักวิเคราะห์คาด แย่กว่าคาด หรือดีตามคาด แต่เต็มมูลค่าแล้วก็สมควรปรับลง เช่น THANI, BIG เป็นต้น
BIG ยังปรับลงไม่มากพอ
รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2559 จำนวน 186 ล้านบาท แม้ว่าจะเพิ่มขึ้น 162% เมื่อเทียบปีต่อปี แต่ต่ำกว่าที่ FSS คาดไว้ที่ 195 ล้านบาท เรามองว่าบริษัทน่าจะทำได้ดีกว่านี้ แต่ปรากฏว่ายอดรีเบทมีสัดส่วนลดลงเหลือ 13.8% ของยอดขาย จาก 14.4% ในไตรมาส 1/2559 เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ทำได้เพียงทรงตัวเมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2559 ขณะที่ค่าการตลาดเริ่มสูงขึ้นจากทั้งการสร้างทีมขายใหม่ และการเปิดสาขาพิมพ์ภาพดิจิทัล แม้ว่าเราจะมีแนวโน้มปรับเพิ่มประมาณการกำไรปีนี้ขึ้น เพราะกำไรครึ่งปีหลังจะดีกว่าครึ่งปีแรก แต่ราคาหุ้นวานนี้ที่ปรับลง 7% ยังไม่มากพอที่จะทำให้เราแนะนำซื้อ ล่าสุดนักวิเคราะห์ของ FSS ปรับลดคำแนะนำลงเป็นถือ โดยประเมินราคาพื้นฐานปีนี้ที่ 4.70 บาท
ASK ถูกกว่า THANI
อุตสาหกรรมสินเชื่อเช่าซื้อรถเชิงพาณิชย์โดยเฉพาะรถบรรทุกมีแนวโน้มที่ดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง เนื่องจากจะมีรถรุ่นใหม่ออกสู่ตลาด ประกอบกับการขนส่งในประเทศและระหว่างประเทศค่อยๆ ดีขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ การเจริญของชุมชนเมืองและการค้าชายแดน FSS คาดว่า ASK สินเชื่อในครึ่งปีหลังจะเริ่มฟื้น ทำให้ทั้งปีโต 5% แนวโน้มกำไรตั้งแต่ไตรมาส 2-4 ปี 2559 จะโดดเด่นมาก คาดว่าจะทำจุดสูงสุด
ทุกไตรมาสจากค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ลดลง และการตั้งสำรองหนี้สูญที่ลดลง FSS ปรับกำไรสุทธิปีนี้ขึ้นเป็นขยายตัว 11.2% เป็น 757 ล้านบาทสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ปรับราคาเหมาะสมปีนี้ขึ้นเป็น 26 บาท และคาด Dividend Yield 6% ต่อปี อันที่จริงสตอรี่ที่กำไรทำนิวไฮทุกไตรมาส คล้ายคลึงกับ THANI แต่ด้วยพีอีของ ASK ที่ถูกกว่า เงินปันผลตอบแทนสูงกว่า เราคิดว่า ASK น่าสนใจกว่า THANI
บ้านมีดีที่ถูก ยังห่วงกำไรปีหน้า
หุ้นกลุ่มบ้านและคอนโดวานนี้ขยับขึ้นแรงหลายตัว เพราะราคาหุ้นปรับขึ้นช้ากว่ากลุ่มอื่น ทำให้พีอีต่ำกว่าหลายๆ กลุ่ม แต่เรากลับเห็นว่าการปรับขึ้นของราคาหุ้นไม่น่าไปได้ไกล เพราะผลประกอบการปีหน้ายังน่าห่วง ที่ต้องมองไปถึงปีหน้าเพราะการบันทึกรายได้ของกลุ่มนี้แตกต่างจากธุรกิจผลิตและบริการทั่วไปที่จะบันทึกเป็นรายได้เมื่อขายสินค้าหรือบริการได้ แต่เมื่อโครงการบ้านและคอนโดเปิดขาย ลูกค้าจองยังไม่นับเป็นรายได้ ต่อเมื่อสร้างบ้านหรือคอนโดเสร็จและลูกค้ารับโอนไปแล้ว จึงจะสามารถบันทึกเป็นรายได้ได้ หมายความว่ารายได้ที่เราเห็นในปีนี้เกิดจากลูกค้าจองโครงการเมื่อปีหรือปีครึ่งที่ผ่านมา แต่การเปิดโครงการใหม่ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมามีน้อยมาก โครงการที่เปิดขายก็ใช่จะขายดีเหมือนในช่วง 2-3 ปีก่อน รายได้ที่จะเกิดขึ้นในปีหน้าจึงน่าเป็นห่วงมิใช่น้อย ยกเว้น PACE ที่เราเริ่มเห็นคอนโดและรีสอร์ทซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่สร้างเสร็จพร้อมโอนตั้งแต่ไตรมาส 3/2559 เป็นต้นไป แต่ห้องที่จะโอนในไตรมาส 2/2559 นี้ยังน้อย น่าจะมีผลขาดทุนให้เห็นก่อน รอให้ราคาหุ้นปรับลงสะท้อนการขาดทุนก่อนค่อยน่าลงทุน







