posttoday
มีโอกาสที่จะกลับไปเกิน 1,530 จุด

มีโอกาสที่จะกลับไปเกิน 1,530 จุด

08 สิงหาคม 2559

โดย...บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย

โดย...บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย

บทความนี้เขียนขึ้นก่อนที่จะมีการลงประชามติรับ/ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งผลที่จะเกิดขึ้นคงไม่หนีไปกว่า 2 กรณีด้านล่างคือ

กรณี ประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ ขั้นตอนต่อไปคือจะต้องมีการขึ้นทูลเกล้าและประกาศใช้ภายในเดือน ก.ย. – ต.ค. 59 โดยจะมีการจัดทำกฎหมายลูกเพื่อใช้ประกอบรัฐธรรมนูญภายในเดือน ธ.ค.59 และให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณาระหว่าง ม.ค. – ก.พ.60 ซึ่งกฎหมายลูกจะแล้วเสร็จได้ภายใน เม.ย.60 ก่อนจะมีการแต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภาชุดแรกภายในเดือน ก.ค.60 และเลือกตั้งทั่วไปในเดือน ส.ค. – ก.ย.60

แต่อาจมีประเด็นเล็กน้อย เกี่ยวกับคำถามพ่วงที่กำหนดให้ สว.ชุดแรกมีส่วนร่วมในการเลือกนายกรัฐมนตรีซึ่งหากมีการเห็นชอบคำถามพ่วงดังกล่าว จะทำให้อาจต้องใช้เวลาเพิ่มเติมในส่วนที่ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญต้องปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญให้เข้ากับคำถามพ่วง ต่อจากนั้นต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าการแก้ไขถูกต้องหรือไม่ ซึ่งต้องใช้เวลาเพิ่มจากกำหนดการเดิมไปอีก 1 เดือนกว่าๆ

คาดกรณีประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ ตลาดจะตอบรับเชิงบวก และมีโอกาสที่จะกลับไปเกิน 1,530 จุด แต่ควรต้องระวังการ Sell on Fact หลังตลาดซึมซับและมีการเก็งกรณีนี้มานาน ประกอบกับดัชนีปรับขึ้นมาตั้งแต่ต้นปีกว่า 19% เอื้อต่อการดักขายทำกำไรได้

อย่างไรก็ตามหากเกิดกรณี ประชามติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ต้องติดตามว่า คสช. จะดำเนินการในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญด้วยวิธีใด ซึ่งตลาดอาจตอบรับเชิงลบในช่วงต้น แต่หากมีผู้มาใช้สิทธิ์มีจำนวนน้อย ตลาดจะมองว่าเสถียรภาพของ คสช. ยังดีอยู่และผลประชามติไม่น่าจะสร้างความวุ่นวายได้ SET จะลงเล็กน้อยเพียง 1-2 วันก่อนที่จะฟื้นตัวขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อ คสช.ยืนยันที่จะให้มีการเลือกตั้งในปี 2560 

ความเสี่ยงของตลาดหลังการทำประชามติคือ การรายงานผลประกอบการงวด 2Q59 ของ Real Sector ที่เหลือ หากผลประกอบการไม่ออกมาอย่างที่ตลาดคาดหวัง อาจทำให้เกิดแรงขายทำกำไรต่อเนื่อง รวมไปถึงการปรับประมาณการณ์กำไรและเป้าหมาย SET Index ขึ้นของ Consensus ซึ่งเกิดขึ้นค่อนข้างช้า หลังตลาดปรับเพิ่มขึ้นมาล่วงหน้าแล้ว จะเป็นโอกาสให้ผู้ที่ซื้อมาตั้งแต่ต้นปีขายทำกำไรได้เช่นกัน

กระแสการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ที่เริ่มแรงขึ้นเรื่อยๆจะเป็นอีกปัจจัยที่กดดันตลาด ล่าสุดประธาน Fed สาขา Chicago คุณ  Charles Evan แสดงความคิดเห็นว่า Fed ควรขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้งในปีนี้ โดยที่ไม่ได้มีการพูดถึงกรอบเวลาชัดเจนว่าควรปรับขึ้นในการประชุมเดือนก.ย.หรือธ.ค

แม้ว่าคุณ Evan จะไม่ได้เป็นกรรมการที่มีสิทธิ์ Vote แต่การแสดงความคิดเห็นดังกล่าว เรียกได้ว่าน่าสนใจ เพราะ Evan ขึ้นชื่อเรื่องการเป็นสายพิราบที่สนับสนุนการใช้นโยบายการเงินผ่อนคลาย และมีจุดยืนให้ชะลอการขึ้นดอกเบี้ยมาโดยตลอด การแสดงความคิดเห็นว่าควรขึ้นดอกเบี้ยดังกล่าว แปลว่าภาพเศรษฐกิจมีความแข็งแกร่งขึ้นมากแล้ว

มองว่านับจากนี้ตลาดจะให้น้ำหนักการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ใน ก.ย.59 มากขึ้น ซึ่งต้องติดตามสัญญาณจาก การรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร ในวันนี้ หากออกมามากกว่าที่ตลาดคาดไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 1.8 แสนตำแหน่ง เชื่อว่าจะทำให้ Fed Fund Futures ให้ความน่าจะเป็นในการขึ้นดอกเบี้ยมากขึ้น นอกจากนั้นยังต้องติดตามFed Minutes ในวันที่ 17 ส.ค.59 น่าจะมีความคิดเห็นของกรรมการหลายๆท่านที่เห็นควรขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อย 1 ครั้งในปีนี้

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเปิดเผย ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือน ก.ค.59 อยู่ที่ 72.5 ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจโดยรวมในเดือน ก.ค.59 อยู่ที่ 61.4 ซึ่งเป็นการปรับเพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบปีสะท้อนถึงภาพการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับความคิดเห็นของ กนง. หลังจากที่มีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 1.5% ว่าเศรษฐกิจไทยกำลังฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป เชื่อว่าด้วยแนวโน้มนี้จะทำให้ กนง. ยังคงอัตราดอกเบี้ยต่อไปในการประชุมที่เหลือของปี ซึ่งเท่ากับเป็นการยุติแนวโน้มดอกเบี้ยขาลง มองเป็นบวกต่อ BLA

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ