posttoday
อยู่ยาก

อยู่ยาก

29 กรกฎาคม 2559

หลังจาก อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตัดสินใจกระโดดหนีจากขบวนรถไฟ “กาเยส” รับร่างรัฐธรรมนูญ

โดย...คุณบ๊งเบ๊ง [email protected]

หลังจาก อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตัดสินใจกระโดดหนีจากขบวนรถไฟ “กาเยส” รับร่างรัฐธรรมนูญ การลงประชามติสัปดาห์หน้า ก็ดูจะสั่นคลอนไม่น้อย

แม้ คสช.จะใช้กฎหมายเข้มข้น ไม่ให้ฝ่าย “โหวตโน” ได้แสดงออก รวมถึงมีผู้นำมวลมหาประชาชนอย่าง สุเทพ เทือกสุบรรณ คอยเป็นเชียร์ลีดเดอร์ให้ แต่ในช่วงโค้งสุดท้าย เมื่อหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ประกาศไม่เอาด้วย ก็ต้องยอมรับว่ารัฐธรรมนูญฉบับ มีชัย ฤชุพันธุ์ กำลังตกที่นั่งลำบาก

เพราะอภิสิทธิ์ย่อมรู้ทิศทางลม รวมถึงรู้ว่ากระแสของมวลชนจะเทไปทางไหนมากกว่ากัน จึงอาจเป็นเหตุผลสำคัญให้ตัดสินใจ “โหวตโน” ในช่วงสัปดาห์สุดท้าย

น่าสนใจไม่น้อย เพราะการตัดสินใจเช่นนี้ เท่ากับการยอมหักกับสุเทพ ยอมหักกับ กปปส. ยอมแยกกับสมาชิกพรรคบางส่วน และที่สำคัญคือยอมเสียฐานมวลชนของพรรค ซึ่งในเวลานี้อยู่เคียงข้าง “ลุงตู่” เป็นส่วนใหญ่

นั่นแปลว่า หากผลประชามติออกเป็น “เยส” ทั้งแผ่นดิน ก็มีความเสี่ยงเช่นกันว่าพรรคประชาธิปัตย์จะแตก และเก้าอี้หัวหน้าพรรคจะ “ไม่มั่นคง” อีกต่อไป

ในทางกลับกัน หากผลเป็นไปในทางตรงกันข้ามคือ “โหวตโน” ชนะ นอกจากอภิสิทธิ์จะขี่กระแสไปได้สบายๆ แล้วก็นับว่าน่าศึกษาเช่นเดียวกันว่าลุงตู่และ คสช.จะเอาอย่างไร เพราะเรื่องไม่ได้ง่ายอย่างลุงตู่ร่างเอง หรือตั้ง วิษณุ เครืองาม มาคุมร่างใหม่แน่นอน

อย่างน้อยก็จะมีเสียงเรียกร้องให้ “รับผิดชอบ” ต่อการตัดสินใจของประชาชน เพราะนั่นหมายความว่า กรรมการร่างรัฐธรรมนูญทำงานไม่เข้าเป้า ทั้งที่รัฐบาลเสียเงินเสียทองไปมากมาย

นี่ยังไม่นับรวมว่าปีกลาย รัฐบาลเคยจ้างกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญมาก่อนแล้ว 1 ชุด แล้วก็สั่งให้สปช.คว่ำ โดยที่ใครๆ ก็รู้เหตุผลว่าเป็นเพราะ “อยากอยู่ต่อ”

เสียงที่ดังออกมาพร้อมๆ กันขณะนี้ คือการตีความว่าโหวตคว่ำรัฐธรรมนูญ = แสดงออกว่าไม่เอา คสช. ซึ่งก็มีคนจำนวนไม่น้อยสมาทานแนวคิดนี้ ด้วยเชื่อว่าการไปลงประชามติ โหวตโน คือการแสดงออกทางการเมืองเพียงอย่างเดียวที่ทำได้ในรอบ 2 ปี ว่าไม่เห็นด้วยกับ คสช. โดยไม่ต้องเสี่ยงขึ้นศาลทหาร

เพราะฉะนั้นการออกมาของกลุ่ม “พลเมืองผู้ห่วงใยฯ” และมีหนึ่งในข้อเรียกร้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมร่างรัฐธรรมนูญ หากประชามติไม่ผ่าน จึงมีนัยสำคัญคืออย่างน้อยก็เป็นหลักประกันว่า รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะมี “ความชอบธรรม” มากกว่า และที่สำคัญคือจะคุมการเปลี่ยนผ่านจาก “รัฐบาลทหาร” ไปสู่ “รัฐบาลประชาธิปไตย” ได้สมูทกว่าอีกด้วย

สัญญาณหลังจากนี้จึงชัดเจน หากรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน รัฐบาลประยุทธ์ จะอยู่ได้ยากขึ้น เพราะการกดดันจากทั้งในและนอกประเทศจะเรียกร้องหาความผิดชอบจากผู้นำรัฐบาล แม้ คสช.จะอ้างว่ามาแบบไม่ปกติก็ตาม

เมื่อถึงเวลานั้น การบริหารประเทศอาจจะไม่ใช่เรื่องที่ “ผมไม่เห็นว่าจะยากตรงไหน” อีกต่อไป เพราะเมื่อถึงเวลานั้น เป็นไปได้สูงที่ คสช.จะเผชิญแรงกดดันสูงที่สุดในรอบ 2 ปี

ขณะเดียวกัน ความเคลื่อนไหวใน “กองทัพ” ที่คนภายนอกไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง ก็แน่นอนว่ามีแวว “กระเพื่อม” ตามไปด้วย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท