
จะจบมั้ย
มาถึงเพลานี้ ไม่ใช่นับถอยหลังเตรียมไปลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญเท่านั้นนะครับ
โดย...ขำ เคืองใจ [email protected]
มาถึงเพลานี้ ไม่ใช่นับถอยหลังเตรียมไปลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญเท่านั้นนะครับ แต่ช่วงสองสัปดาห์ที่เหลือ กลับมีเรื่องราวทางสงฆ์ผสมโรงโยงให้เป็นประเด็นทางการเมือง
แม้แต่แวดวงสภากาแฟหยิบโยงมาสนทนาพร้อมตั้งคำถาม “คสช.เอาไงต่อ” “จะชะลอออกไปก่อนจนกว่าการลงประชามติเสร็จสิ้นมั้ย” หรือ “เปลี่ยนรัฐบาลจะจบมั้ย”
อย่างที่ทราบกันดี ความฮอตฮิตวงการสงฆ์ถูกยกระดับขึ้นเป็นข่าวพาดหัวสลับข่าวการเมืองให้ติดตามต่อเนื่องยิ่งกว่าชมละครซีรี่ส์ดังเกาหลี
ตั้งแต่กรณีธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ตั้งข้อหาคดีสมคบคิดฟอกเงิน-ร่วมฟอกเงิน-รับของโจร ผ่านมาจนถึงป่านนี้ยกระดับออกหมายจับ ธัมมชโยยังไม่รับกิจนิมนต์ดีเอสไอเข้ารับทราบข้อหาอยู่ดี ท่ามกลางคำถาม ธัมมชโยยังนั่งกำหนดฌานสมาธิเพ่งลูกแก้วอยู่ภายในวัดหรือไม่
ส่วนพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง ผู้ทำหน้าที่รักษาการแทนสมเด็จพระสังฆราช ต้องข้อหาครอบครองรถเบนซ์โบราณหรูผิดกฎหมาย ดีเอสไอสอบสวนอยู่เช่นกัน ปาเข้า 2 ปีแล้วนะครับ นำไปสู่ความคลุมเครือในคุณสมบัติแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่
แม้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความผู้มีหน้าที่นำชื่อเสนอ ยังคงอยู่ที่นายกรัฐมนตรี แต่มีความพยายามจากผู้เรียกตนว่า “พระ” ประกาศเคลื่อนไหวกดดันไม่เลิก
ถึงขั้นใช้ช่วงเวลาเข้าพรรษาซึ่งควรศึกษาธรรมะ แต่กลับเปิดเฟซบุ๊กออกแถลงการณ์อ้างองค์กรพุทธและภาคีเครือข่ายทั่วประเทศประชุมตกลงกันเตรียมเคลื่อนไหว
ถ้าจะกล่าวถึงความเดิมเมื่อตอนที่แล้วมาถึงท่าทีปัจจุบัน เข้าอีหรอบขบวนการจีวรเหลืองจะออกมาขย่มรถฮัมวี่กันอีกรอบนั่นล่ะท่าน
ไม่อยากยกสุภาษิตสอนสังฆราชหรอกนะครับ ดูกรสงฆ์ผู้มีคนศรัทธา ช่วงนี้เข้าพรรษาตามที่พระธรรมวินัยบัญญัติ จะต้องจำพรรษา ณ ที่ใดที่หนึ่งเป็นเวลา 3 เดือน
ครั้นจะออกมาเคลื่อนไหวไปสถานที่ใด อย่าลืมรีบกลับเข้าวัด เกิดยกระดับปักหลักค้างแรมหน้าทำเนียบฯ จะผิดพระธรรมวินัย เดี๋ยวจะหาว่าฆราวาสไม่เตือนนะครับ
บอกตรงๆ เลย ถ้าอยากสะดวกกายไม่ต้องการให้เครื่องนุ่งห่มเป็นอุปสรรค “ผู้เรียกตนว่าพระ” ควรตัดสินใจสละจีวร ออกมาเป็นปุถุชนเคลื่อนไหวท้าทายกฎหมายชุมนุมในที่สาธารณะดีกว่า จะได้คุยง่ายเคลียร์ง่ายกว่าการสวมหัวโขนสร้างเกราะกำบังสีเหลืองให้เกิดความไม่สะดวกใจต่อผู้เคารพและศรัทธาพุทธศาสนา
ไม่ใช่แต่ปมปัญหาพระชั้นผู้ใหญ่ สมเด็จช่วง-ธัมมชโย ทว่าเมื่อวานนี้ พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หรือหลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม ตั้งโต๊ะแถลงข่าวยืนยันความบริสุทธิ์ หลังจากมีข่าวดีเอสไอตรวจสอบพบการครอบครองรถหรูโบราณเลี่ยงภาษีอีกแล้ว
หน้าที่ดีเอสไอ ณ ตอนโน้นถึงตอนนี้ หนักไปทางติดตามสอบสวนคดีพระดังๆ ทั้งนั้น แตะตรงโน้นเจอตรงนี้ สะสมสำนวนคดีเพิ่มขึ้น ส่วนอีกฝ่ายตั้งแง่ยื้อเวลารอให้ประชาธิปไตยกลับมา โดยหวังว่าเมื่อเปลี่ยนถ่ายอำนาจการเจรจาต่อรองคงง่ายขึ้น ราวกับเป็นความฝันอันสูงสุดของผู้ต้องคดีกระมัง
จะจบแบบไหนหนอ...สาธุชนได้แต่ภาวนาสาธุ







