
ดีเบตเปลือกๆ
เห็นการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชุดปัจจุบันแล้วก็อดเห็นใจลึกๆ เหมือนกัน เหมือนมีเจ้ากรรมนายเวรหลอกหลอนยังไงพิกล
โดย...หงส์แดง [email protected]
เห็นการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชุดปัจจุบันแล้วก็อดเห็นใจลึกๆ เหมือนกัน เหมือนมีเจ้ากรรมนายเวรหลอกหลอนยังไงพิกล
เข้ามาทำงานครั้งแรกตั้งแต่ปี 2556 แทนที่จะได้มีเวลาดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์สักเล็กน้อย กลับต้องมาเจองานใหญ่อย่างการจัดการเลือกตั้ง สส.หลังจากอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎร แต่กระท่อนกระแท่นและไปไม่รอด ก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะในเวลาต่อมา
พอคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รัฐประหาร กกต.ต้องอยู่ในสภาพหนาวๆ ร้อนๆ เพราะได้ยกเลิกการใช้รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 มีผลให้กฎหมายรับรองสถานะของ กกต.ต้องสิ้นสุดลงไปด้วย ยังดีที่ คสช.ให้งานทำต่อพร้อมกับมอบอำนาจเท่าที่จำเป็น
ระหว่างนั้นต้องยอมรับว่า กกต.อยู่ในช่วงตบยุงก็คงไม่แปลกนัก เพราะไม่มีงานให้ทำเป็นกิจจะลักษณะ มีเพียงการบริหารงานภายในและกิจการของพรรคการเมือง รวมไปถึงการจัดอบรม จะมีขยับหน่อยตรงที่การจัดทำข้อเสนอเกี่ยวกับการปฏิรูประบบเลือกตั้งให้กับคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญชุดที่มีอาจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธาน
จนกระทั่ง คสช.ตัดสินใจให้มีประชามติร่างรัฐธรรมนูญ กกต.ถึงได้มีงานทำแบบจริงๆจังๆ
กกต.เองคงตั้งความหวังอยู่ไม่น้อยที่ต้องการให้การประชามติร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้เป็นผลงานชิ้นโบแดง หลังจากเสียฟอร์มไปเมื่อตอนจัดการเลือกตั้ง สส. แต่พอได้งานใหญ่มาทำก็ยังดูไม่ค่อยลื่นไหลเท่าไหร่
โดยเฉพาะการบริหารเรื่องการจัดพิมพ์เนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญที่มีข่าวออกมาว่ามีการเรียงหน้าผิดพลาด ต้องออกแรงแก้ไขกันพอสมควร
แต่ที่หนักที่สุดเห็นจะเสียงบ่นเรื่องการจัดพื้นที่ให้แสดงความคิดเห็นของ กกต.
มีกรรมการ กกต.บางคนที่คุณก็รู้ว่าใครขู่ผ่านสื่อมวลชนตลอดเวลาว่าใครแสดงความคิดเห็นไม่เข้าท่าระวังจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2559 มาตรา 61 วรรคสอง
พอมาผสมโรงกับท่าทีของฝ่ายความมั่นคงที่บังคับใช้กฎหมายประชามติแบบเข้มข้น เลยมีผลให้บรรยากาศการออกเสียงประชามติไม่น่าอภิรมย์เท่าไหร่
นานไปเสียงบ่นเริ่มหนักมากขึ้น ล่าสุดกกต.ประกาศเตรียมจัดเวทีดีเบต ให้ทุกฝ่ายมาอภิปรายออกโทรทัศน์ เอาข้อดีข้อเสียมาโชว์กลางรายการเพื่อให้ประชาชนตัดสิน แต่ไม่ได้เป็นรายการสด เพราะจะบันทึกแล้วค่อยเอาไปออกอากาศภายหลัง
ปกติการจัดเวทีดีเบตในเรื่องสำคัญของบ้านเมืองต้องเป็นรายการสด อย่างการดีเบตของผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐที่เราเห็นกันจนชินตา
ลองนึกภาพดูการดีเบตประชามติร่างรัฐธรรมนูญของไทยที่ทำแบบเทปบันทึกการแข่งขัน สภาพดูไม่จืดแน่นอน และแถมความสนใจคงลดลงไปมากอีก
การทำเป็นรายการสดมีข้อดี คือ คนไทยทั้งประเทศจะได้เห็นความจริงที่ไม่ผ่านการเซ็นเซอร์พร้อมกัน ใครพูดจริง ใครพูดมั่ว ใครของจริง ใครของปลอม ทุกคนจะได้เห็นธาตุแท้ก่อนตัดสินใจเดินเข้าคูหาว่าจะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ
แต่เมื่อ กกต.ตัดสินใจจะใช้ระบบบันทึกเทป ก็ได้แค่เสียดายที่คนไทยจะได้เห็นแค่การดีเบตแบบเปลือกๆ เท่านั้น







