posttoday
ผันผวนเยอะ จากสภาพคล่องสูง

ผันผวนเยอะ จากสภาพคล่องสูง

19 กรกฎาคม 2559

โดย...มณฑล จุนชยะ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.วรรณ

โดย...มณฑล  จุนชยะ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.วรรณ [email protected]

ในภาพของการลงทุนปัจจุบันนี้ ต้องยอมรับว่า สภาพคล่องในระบบการเงินโลกมีสูงมากในขณะที่ เศรษฐกิจโลก ยังเติบโตอยู่ในระดับต่ำ และเปราะบาง ดังนั้นสภาพคล่องส่วนใหญ่เลยมุ่งหาประโยชน์ในตลาดการเงิน มากกว่าที่จะเข้าสู่ภาคธุรกิจการลงทุนที่แท้จริง(Real Sector) ผลที่ตามมาคือ การลงทุนนั้นมีความผันผวนค่อนข้างสูง ยกตัวอย่างเหตุการณ์ BREXIT ที่ผ่านมา เมื่อมีปัจจัยความไม่แน่นอนเกิดขึ้นเม็ดเงินก็เริ่มไหลกลับไปยังสินทรัพย์ปลอดภัยส่งผลให้ราคาทองคำมีปรับตัวสูงขึ้นมากกว่า 12% ผลตอบแทนของพันธบัตรปรับตัวลดลง ในขณะที่ และตลาดหุ้นเกิดใหม่ทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้น มากกว่าตลาดหุ้นของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว เช่น อเมริกา และ ญี่ปุ่น

สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น จากความกังวลที่มีต่อสถานะภาพของกลุ่มยุโรป ซึ่งทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายเงินทุนอย่างรุนแรง ดังนั้นประเทศที่ไม่ใช่ศูนย์กลางของปัญหา ย่อมได้ประโยชน์ จากเงินทุนที่เคลื่อนย้ายเข้ามา โดยเฉพาะประเทศแถบอาเซียน ที่มีธุรกรรมทางการค้ากับกลุ่มยุโรปน้อยก็ได้รับผลบวกอย่างมาก ทั้งนี้ได้มีการคาดการณ์จากศูนย์บริการข้อมูลและเศรษฐกิจระหว่างประเทศเกี่ยวกับการเติบโตของเศรษฐกิจในแถบอาเซียนภายใน 5 ปีมีโอกาสเติบโตเฉลี่ยประมาณ 5.5%ต่อปี อีกทั้งปัจจุบันในทางการของหลายประเทศในแถบอาเซียนยังคงใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงินอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจซึ่งล่าสุดทางธนาคารกลางอินโดนีเซียประกาศลดอัตราดอกเบี้ยลงอยู่ที่ 3.00% เพื่อให้เศรษฐกิจขยายตัวอย่างต่อเนื่อง พร้อมคาดว่าเศรษฐกิจอินโดนีเซียในปี 2559 จะขยายตัว 4-4.5% สะท้อนได้ว่า โอกาสการเติบโตของเศรษฐกิจในแถบอาเซียนยังคงมีอยู่ 

ดังนั้นในภาวะที่ประเทศเศรษฐกิจหลักแถบยุโรปและเศรษฐกิจสหรัฐรอการฟื้นตัวอย่างชัดเจน การลงทุนในแถบภูมิภาคอาเซียนยังมีความน่าสนใจ และก่อนหน้านั้น ผู้ว่าการธนาคารกลางฟิลิปปินส์ระบุจุดยืนนโยบายการเงินของธนาคารกลางฟิลิปปินส์ยังคงเหมาะสม โดยคงอัตราดอกเบี้ยนับตั้งแต่เดือน ต.ค. 57 เนื่องจากสภาพคล่องจำนวนมากในตลาดและความสามารถในการจัดการอัตราเงินเฟ้อ ในขณะที่ประเทศไทยเองก็ยังคงใช้อัตราดอกเบี้ยนโยบายในระดับต่ำเช่นกัน

อย่างไรก็ดี โดยภาพรวมแล้วเศรษฐกิจโลกแม้ว่าจะชะลอตัวแต่เชื่อว่าการเติบโตยังพอมีอยู่บ้าง และไม่มีสัญญาณการถดถอยที่มีนัยสำคัญ โดยปัจจัยที่ต้องติดตามในช่วงครึ่งปีหลัง ได้แก่ ปัจจัยทางการเมืองทั้งของอังกฤษเกี่ยวกับความคืบหน้าการเจรจาหลังจากที่อังกฤษเลือกถอนตัวออกจากสมาชิกภาพการเลือกตั้งประธานาธิบดีของอเมริกา และความชัดเจนเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญของประเทศไทย ดังนั้นในช่วงครึ่งปีหลัง เรายังมีโอกาสเห็นการปรับฐานของตลาดเงิน และตลาดทุน แต่น่าจะเป็นการย่อตัวลง เพื่อสะท้อนปัจจัยพื้นฐานก่อนปรับตัวขึ้น  เนื่องจากสภาพคล่องที่มีมาก และแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐอาจจะชะลอไปถึงปลายปี

ในแง่ของการลงทุนในตลาดหุ้นไทยก็เช่นเดียวกัน ซึ่งโดยรวมมองว่าหากดัชนีมีการปรับตัวลดลงถือเป็นโอกาสในการสะสม  ทั้งนี้ หากพิจารณาสัดส่วนการถือครองของนักลงทุนต่างชาติปัจจุบันอยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต สะท้อนได้ว่า โอกาสที่จะมีการไหลกลับของเม็ดเงินลงทุนต่างชาติในตลาดหุ้นไทยยังคงมีอยู่ ดังนั้น ในแง่ของคำแนะนำการลงทุนสำหรับหุ้นไทย ควรเลือกลงทุนในกลุ่มหลักทรัพย์ขนาดใหญ่หรือกลุ่มหลักทรัพย์ที่ได้ประโยชน์จากปัจจัยการลงทุนในโครงการภาครัฐบาล เช่น กลุ่มธนาคาร กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มค้าปลีก หรือเลือกลงทุนในหุ้นที่มีความผันผวนต่ำ อาทิ กลุ่มโรงพยาบาล  และถือลงทุนในระยะยาวประมาณ 2-3 ปี

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท