
แผลเป็นสนช.
วันก่อนมีข่าวเล็กๆ ชิ้นหนึ่งลงในหนังสือพิมพ์หลายฉบับ ถึงจะไม่ได้เป็นข่าวใหญ่ระดับลงหน้าหนึ่ง แต่ต้องถือว่ามีประเด็นให้ขบคิดอยู่ไม่น้อยเช่นกัน
โดย...หงส์แดง [email protected]
วันก่อนมีข่าวเล็กๆ ชิ้นหนึ่งลงในหนังสือพิมพ์หลายฉบับ ถึงจะไม่ได้เป็นข่าวใหญ่ระดับลงหน้าหนึ่ง แต่ต้องถือว่ามีประเด็นให้ขบคิดอยู่ไม่น้อยเช่นกัน
ข่าวที่ว่านั้น คือ การประชุมของคณะกรรมการสรรหาเพื่อเลือกบุคคลที่สมควรให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดิน ข่าวนี้มีความน่าสนใจตรงที่การเสนอชื่อ “นพ.เรวัต วิศรุตเวช” อดีตอธิบดีกรมการแพทย์ ให้ที่ประชุม สนช.ลงมติเห็นชอบ
จริงๆ ก็ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่โตอะไร ถ้าว่าที่ผู้ตรวจการแผ่นดินไม่ได้เป็นบุคคลท่านนี้
ย้อนกลับไปเมื่อต้นเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา คณะกรรมการสรรหาได้ส่งชื่อหมอเรวัตมาให้ สนช.ลงมติแล้วครั้งหนึ่ง แต่ครั้งนั้น สนช.มีมติเห็นชอบ 66 และไม่เห็นชอบ 66 คะแนนเท่ากัน และมี สนช.งดออกเสียง 24 คน
เมื่อคะแนนเห็นชอบและไม่เห็นชอบออกมาเท่ากัน “สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย” รองประธาน สนช.ที่ทำหน้าที่ประธานการประชุมในวันนั้นแจ้งกับที่ประชุมว่าเมื่อไม่ได้เสียงข้างมากเท่ากับว่า สนช.ไม่ได้ให้ความเห็นชอบ
กระบวนการสรรหาต้องกลับมานับหนึ่งใหม่อีกครั้ง ตั้งแต่การเปิดรับสมัครและตรวจสอบคุณสมบัติ ไปจนถึงการประชุมชี้ขาดว่าคณะกรรมการสรรหาจะส่งชื่อใครให้ สนช.ประทับตราเป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน
พลิกดูรายชื่อคณะกรรมการสรรหาจำนวน 6 คน ก็ล้วนเป็นผู้ทรงคุณวุฒิทั้งสิ้น ประกอบด้วย 1.วีระพล ตั้งสุวรรณ ประธานศาลฎีกา 2.นุรักษ์ มาประณีต ประธานศาลรัฐธรรมนูญ 3.ปิยะ ปะตังทา ประธานศาลปกครองสูงสุด 4.พรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. 5.พล.ท.ศิลปชัย สรภักดี ตัวแทนจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา และ 6.อัครวิทย์ สุมาวงศ์ ตัวแทนจากที่ประชุมใหญ่ตุลาการศาลปกครองสูงสุด
ตามข่าวบอกว่าที่ประชุมคณะกรรมการสรรหาต้องลงมติเลือกกันถึง 30 รอบ ถึงจะได้ชื่อคนเดิม คือ หมอเรวัต
เท่าที่ผมติดตามข่าวการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติมาหลายปี มีน้อยครั้งมาก เมื่อที่ประชุมของสภาไม่เห็นชอบกับบุคคลให้ตำแหน่งในองค์กรใดแล้ว คณะกรรมการสรรหาก็จะไม่เสนอชื่อคนนั้นกลับเข้ามาให้สภาเลือกอีก
ในกรณีนี้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. 2552 ก็ไม่ได้มีข้อห้ามไว้หากคณะกรรมการสรรหาจะเสนอชื่อคนที่ สนช.เคยปฏิเสธมาแล้วกลับมาให้สภาลงมติอีกครั้ง
แม้จะไม่ผิดกฎหมายแต่ก็ผิดธรรมเนียมของสภาไปสักหน่อย
ลองคิดตามดูนะครับ ถ้า สนช.ลงมติไม่เห็นชอบหมอเรวัตเป็นครั้งที่ 2 ปัญหาตามมาแน่นอน เพราะต้องกลับไปสู่ขั้นตอนการสรรหาอีกครั้งเป็นครั้งที่ 3 และหากคณะกรรมการสรรหายังเลือกคนเดิมกลับเข้ามาอีก ก็จะเกิดสภาพที่ยันกันเองระหว่างคณะกรรมการสรรหากับ สนช.
ในอดีตเราเคยเห็นวุฒิสภาเข้าเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ก่อให้เกิดวิกฤตองค์อิสระมาแล้ว มาในครั้งนี้ปัญหาการเลือกผู้ตรวจการแผ่นดินของ สนช.อาจจะไม่ถึงขั้นสร้างวิกฤต แต่หากไม่หาทางออกเรื่องนี้ให้ดีๆ สนช.ชุดนี้จะมีแผลเป็นกลางหน้าผากอย่างแน่นอน







