Brexit จะทำให้เป้า SET ของเราที่ 1,500 จุดถึงเร็วขึ้น
โดย จิตรา อมรธรรม รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซียไซรัส [email protected]
โดย จิตรา อมรธรรม รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซียไซรัส [email protected]
แม้ว่าผลของ Brexit จะช็อกโลก แต่ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและตลาดหุ้นไทยมีจำกัด ในขณะที่ในข่าวร้ายมีข่าวดีคือมีโอกาสที่ BOE, ECB, BOJ อาจออกมาตรการผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มเติม ส่วน FED อาจเลื่อนการขึ้นอัตราดอกเบี้ยออกไปนานกว่าที่ตั้งเป้าไว้ และเมื่อทั่วโลกกลับมาคาดหวังพึ่ง QE อีกครั้ง เป็นไปได้ที่ SET Index จะถึงเป้าของเราที่ 1,500 จุดเร็วกว่าที่คาดไว้ เหมือนที่ทั่วโลกคาดหวัง QE เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาที่ผลักดันให้ SET ปรับขึ้นถึง 5.7% จากเดือนก่อนหน้า กลายเป็นเดือนที่ให้ผลตอบแทนที่ดีที่สุดของปีนี้ ขณะที่เศรษฐกิจในประเทศฟื้นต่อเนื่องอย่างค่อยเป็นไปค่อยไป รถไฟฟ้ากำลังจะมา ผลประกอบการกลุ่มแบงก์ในไตรมาส 2 ที่ไม่สดใส ไม่ใช่เรื่องใหม่ FSS ยังคงมองภาพตลาดหุ้นในครึ่งปีหลังสดใสกว่าครึ่งแรก ทุกๆการปรับฐานเป็นระยะ จึงเป็นจังหวะดีในการซื้อ ยังคงเน้นหุ้น Domestic plays ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนและบริโภคในประเทศ รวมถึงการท่องเที่ยว
Brexit ช็อกโลกแต่กระทบเศรษฐกิจและตลาดทุนไทยจำกัด
ผลการทำประชามติของชาวอังกฤษเมื่อวันที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา ถือว่าช็อกโลกเมื่อเสียงโหวตให้ออกจาก EU ชนะด้วยคะแนน 51.9% (17.4 ล้านคน) แต่กระบวนการออกจาก EU จะใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 ปี ซึ่งหมายความว่าอังกฤษจะยังอยู่ใน EU ไปจนถึงสิ้นปี 2018 เป็นอย่างน้อย ในระหว่างนี้อังกฤษยังต้องทำตามกฎระเบียบของ EU เพียงแต่ไม่มีส่วนร่วมในการตัดสินใจของ EU ผลของ Brexit ทำให้เม็ดเงิน flight to safety เงินดอลลาร์และเยนแข็งค่าอย่างรวดเร็ว ทองคำปรับขึ้น ผลตอบแทนพันธบัตรปรับลง แต่เศรษฐกิจไทยถูกกระทบจำกัด ทั้งการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว รวมแล้วคาดกระทบไม่เกิน 0.2% ของ GDP ผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยยิ่งจำกัด เพราะหุ้นกลุ่มที่เกี่ยวกับส่งออกและท่องเที่ยว มีสัดส่วนเพียง 7-8% ของ Market cap
Brexit อาจลามเป็นโดมิโน แต่กลับทำให้ภูมิภาคเอเชียดูดีขึ้น
มีความเป็นไปได้ที่สก็อตแลนด์ซึ่งเคยทำประชามติครั้งแรกไปแล้วเมื่อปลายปี 2014 ว่าจะออกจากอังกฤษหรือไม่ อาจทำประชามติรอบใหม่ นอกจากนี้ ฝรั่งเศสและเยอรมนีที่จะมีเลือกตั้งปีหน้า รวมถึงประเทศอื่นอาจทำประชามติออกจาก EU ซึ่งจะทำให้ EU ยิ่งอ่อนแอชัดเจน การส่งออกของทั่วโลกจะทรุดตัว ค่าเงินจะผันผวนหนัก แต่ยิ่งทำให้ภาพของเศรษฐกิจเอเชียและตลาดหุ้นในภูมิภาคนี้ซึ่งมีปัญหาน้อยกว่า กลับดูแข็งแรงขึ้นโดยเปรียบเทียบ
Brexit จะทำให้ SET Target ของเราที่ 1,500 จุดถึงเป้าเร็วขึ้น
ในข่าวร้ายมีข่าวดีคือมีโอกาสที่ BOE, ECB, BOJ อาจออกมาตรการผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มเติม ขณะเดียวกัน FED อาจเลื่อนการขึ้นดอกเบี้ยออกไปอีก เมื่อทั่วโลกคาดหวังพึ่งนโยบายของธนาคารกลาง เป็นไปได้ที่ SET Index จะถึงเป้าของเราที่ 1,500 จุดเร็วกว่าที่คาดไว้ เหมือนที่คาดหวัง QE ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมาที่ผลักดันให้ SET ปรับขึ้นถึง 5.7% จากเดือนก่อนหน้า กลายเป็นเดือนที่ให้ผลตอบแทนที่ดีที่สุดของปี
Brexit ไม่กระทบท่องเที่ยว
ไทยพึ่งพานักท่องเที่ยวชาวยุโรปลดลงมาก ในปี 2015 สัดส่วนเหลือเพียง 18.8% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด ลดจาก 24.8% ในปี 2014 แต่กำไรของกลุ่มโรงแรมในปี 2015 โตเฉลี่ย 25.6% เพราะชดเชยได้จากนักท่องเที่ยวจีน FSS เชื่อว่าค่าเงินปอนด์และยูโรที่อ่อนค่ามีผลจำกัดต่อ MINT, CENTEL, ERW ที่มีรายได้จากชาวยุโรปเพียง 10-11% ของรายได้รวม (ไม่รวมรัสเซียซึ่งเป็นตลาดใหญ่และเริ่มดีขึ้น) FSS ยังคงชอบ MINT (พื้นฐาน 43 บาท)
Brexit กระทบกลุ่มอิเล็กทรอนิคส์เล็กน้อย
แม้ผู้ประกอบการชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ไทยจะส่งออกไปยุโรปเฉลี่ย 40% ของรายได้ แต่รายได้ส่วนใหญ่ 85-90% ขายเป็นเงิน USD ที่เหลือ 10-15% ขายเป็นสกุลยูโร เราประเมินว่าทุกๆ 1 บาทที่แข็งค่าเมื่อเทียบกับยูโร จะกระทบกำไรของทั้งกลุ่มเพียง 2-3% แต่จริงๆแล้วแทบไม่กระทบเพราะทุกบริษัทมีนโยบายป้องกันความเสี่ยง อย่างไรก็ตาม การเติบโตของกำไรปีนี้เริ่มชะลอจากในช่วง 3 ปีก่อนที่โตเฉลี่ย 21% และค่าเงินบาทไม่ได้อ่อนอย่างรวดเร็วเหมือนปีก่อน ความน่าสนในของกลุ่มนี้จึงลดลง
รถไฟฟ้ากำลังจะมา
รถไฟฟ้าสายสีชมพู สีเหลือง และสีส้มกำลังจะเริ่มขายซองประมูลในเดือนนี้ และยื่นซองประกวดราคาประมาณปลายปี ส่วนงานก่อสร้างสุวรรณภูมิเฟส 2 AOT จะประกาศผลอย่างเป็นทางการกลางเดือนนี้ สำหรับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ซึ่งบอร์ดรฟม.เห็นชอบให้เจรจาตรงกับ BEM รอเพียงสคร.และครม.อนุมัติ ความคืบหน้าต่างๆ จะทำให้กลุ่มรับเหมาและวัสดุก่อสร้างมีสีสันมากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งดีต่อสินเชื่อธนาคาร







