
หุ้นไทยแกว่งตามตลาดโลก
โดย...พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ, CFP, และผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บมจ.หลักทรัพย์ ธนชา
โดย...พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ, CFP, และผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บมจ.หลักทรัพย์ ธนชาต email: [email protected]
ตลาดหุ้นทั่วโลกและน้ำมันเด้งกลับตั้งแต่กลางสัปดาห์ก่อน หลังบรรเทาวิตกประเด็น Brexit ขณะที่ธนาคารกลางสำคัญ นำโดยของยุโรป อังกฤษ ญี่ปุ่น และจีน ได้ร่วมมือกันออกมาตรการลดความผันผวนของตลาด
ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ระบุว่า ความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นจาก Brexit ทำให้ BoE มีแนวโน้มที่จะต้องออกมาตรการกระตุ้นทางการเงินในฤดูร้อนนี้ ทั้งนี้ BoE มีแผนปรับลดสัดส่วนเงินทุนสำรองของภาคธนาคารลงในสัปดาห์นี้
ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์เริ่มอ่อนค่าลงบ้าง หลังนักลงทุนลดการคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด
นายเจมส์ บูลลาร์ด ประธานเฟดสาขาเซนต์หลุยส์ คาดการณ์ว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพียง 1 ครั้งเท่านั้นในปีนี้ และคาดว่าเฟดจะยังไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกไปจนถึงปี 2561 เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐส่งสัญญาณชะลอตัว แต่มีโอกาสน้อยมากที่จะเข้าสู่ภาวะถดถอย
น่าสังเกตว่า ราคาสินทรัพย์ปลอดภัยยังคงทรงตัวในระดับสูง โดยเฉพาะทองคำ พันธบัตร เงินเยน เป็นต้น สะท้อนว่า นักลงทุนยังคงจัดพอร์ตแบบเน้นความปลอดภัยสูง
แม้ตลาดหุ้นโลกจะฟื้นตัวขึ้นมาก แต่ประเด็น Brexit ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกในช่วง 3-6 เดือนข้างหน้า โดยเฉพาะเศรษฐกิจยุโรป รวมถึงญี่ปุ่นที่ได้รับผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินเยน
ขณะที่เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบน้อยมาก เนื่องจากการเติบโตพึ่งพาการลงทุนภาครัฐฯ การบริโภคภายในประเทศ และการท่องเที่ยว
แม้กระแสเงินทุนจะไหลออกบ้าง แต่สภาพคล่องในประเทศยังคงสูงมาก จากการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดที่สูงถึง US$2.2 หมื่นล้านในช่วง ม.ค.-พ.ค.59 และทุนสำรองระหว่างประเทศที่สูงถึงUS$1.75 แสนล้าน จึงสามารถรองรับความผันผวนของกระแสเงินทุนระยะสั้นได้ดี
บทวิเคราะห์ T-Wealth ที่จัดทำโดยฝ่ายวิเคราะห์บล.ธนชาต ฉบับเดือนก.ค. แนะลดน้ำหนักลงทุนในตลาดหุ้นโลก เนื่องจากตลาดหุ้นยุโรปถูกกดดันจากเสถียรภาพของอียูและค่าเงินยูโร รวมไปถึงตลาดหุ้นญี่ปุ่นที่ถูกกดดันจากค่าเงินเยนที่แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว
ขณะที่แนะเพิ่มสัดส่วนการลงทุนใน Asset Fund ที่รวมถึงกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน กองทุนรวมอสังหาฯ และ REITs ที่คาดว่าจะให้ผลตอบแทนที่ปรับค่าความเสี่ยงดีกว่าตลาดเพราะ 1) ผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงถึง 6-8% ด้วยกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่มั่นคงสูง และ 2) เป็นหนึ่งในเป้าหมายกระแสเงินทุนที่โยกเข้าหาสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ
การปรับพอร์ตจาก Brexit ยังคงกดดันตลาดหุ้นไทยเป็นระยะ แต่ T-Wealth มองว่าการปรับลดลงเป็นโอกาส “ซื้อ” เนื่องจาก 1) เศรษฐกิจไทยถูกขับเคลื่อนด้วยการลงทุนภาครัฐฯ การบริโภคภาคเอกชน และท่องเที่ยว 2) สภาพคล่องในประเทศสูง 3) Brexit ไม่ได้กระทบกำไรบริษัทจดทะเบียน 4) Earnings Yield Gap ยังสูงที่ 4.6% ซึ่งจะเป็นระดับที่เริ่มน่าสนใจเข้าซื้ออีกครั้ง
(โปรดอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมในบทวิเคราะห์ T-Wealth ฉบับเต็ม)







