posttoday
เมื่อ Brexit สร้างความตื่นตระหนกให้ตลาด

เมื่อ Brexit สร้างความตื่นตระหนกให้ตลาด

30 มิถุนายน 2559

โดย บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกสิกรไทย

โดย บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกสิกรไทย

ดูเหมือนตลาดจะหวั่นวิตกไม่น้อย ภายหลังจากผลประชามติสหราชอาณาจักรออกจากสหภาพยุโรป เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2559 ว่าด้วยฝ่ายที่ต้องการออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) มีผลชนะฝ่ายที่ต้องการอยู่ต่อ (Bremain) ด้วยคะแนน 51.8% ต่อ 48.2% ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์หลังจากสหราชอาณาจักรเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปยาวนานถึง 43 ปี โดยเสียงข้างมากที่ออกมา อาจเป็นการสะท้อนให้เห็นว่าการเป็นหนึ่งในสมาชิกประชาคมเศรษฐกิจยุโรปโดยหวังว่าจะเพิ่มบทบาทในเวทีโลก  อาจไม่คุ้มกับการแลกมาด้วยการเสียอิสรภาพในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นนโยบายการเปิดเสรีในการเคลื่อนย้ายแรงงานที่อังกฤษไม่เต็มใจนัก การสูญเสียอำนาจในการออกกฎหมายของตนเอง รวมทั้งภาระค่าใช้จ่ายในการเป็นสมาชิกที่สูง เหตุผลเหล่านี้นำมาซึ่งการตัดสินใจสู่การขอคืนอิสรภาพในครั้งนี้    ซึ่งผลประชามติยังส่งผลให้ นายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน ประกาศลาออกทันที โดยจะมีผลตั้งแต่เดือนตุลาคม 2559 เป็นต้นไป และสหราชอาณาจักรมีเวลาอย่างน้อย 2 ปีในการดำเนินการแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป

ผลกระทบต่อตลาดการเงินในระยะสั้น

ความตื่นตระหนกของนักลงทุนต่อผลประชามติทำให้ตลาดการเงินโลกผันผวนหนัก เริ่มจากหุ้นปรับตัวลงในทุกตลาด โดยหุ้นยุโรปปิดตลาดติดลบประมาณ 7%  ใกล้เคียงตลาดหุ้นเยอรมันและฝรั่งเศส ส่วนอังกฤษปิดลดลง 3% ฝั่งตลาดเอเชียผันผวนตั้งแต่เช้า ก่อนจะปิดตลาดลดลง 1-3% โดยมีหุ้นญี่ปุ่นลงแรงสุดถึง 8% เนื่องจากมีแรงกดดันของเงินเยนที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้นักลงทุนหันเข้ามาถือเงินเยนในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ส่งผลกระทบต่อผลกำไรของหุ้นขนาดใหญ่ที่เน้นการส่งออก ขณะที่ราคาทองคำปรับตัวขึ้นเกือบ 5% และราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และไทยปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากนักลงทุนหันเข้ามาลงทุนเพิ่มขึ้นในฐานะเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย

คาดการณ์ผลกระทบในระยะต่อไป

ในระยะยาว การออกจากสหภาพยุโรปส่งผลกระทบโดยตรงต่อสภาพเศรษฐกิจ และสังคมของอังกฤษและยุโรป  ซึ่งนัก วิเคราะห์ได้ปรับลดอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของอังกฤษเหลือที่ 0-1% และปรับลดของสหภาพยุโรปเหลือที่ 1.2-1.5% อย่างไรก็ตามมองว่าผลกระทบไม่น่าจะถึงขนาดที่จะทำให้อังกฤษและยุโรปเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย นอกจากนี้ค่าเงินปอนด์และยูโรที่มีแนวโน้มอ่อนค่าจะส่งผลบวกต่อบริษัทขนาดใหญ่ทั้งในอังกฤษและยุโรปเนื่องจากทั้งคู่มีสัดส่วนการส่งออกไปนอกภูมิภาคยุโรปรวมกันถึง 40-50% แม้ว่าภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้อังกฤษและยุโรปต้องระมัดระวังการใช้จ่ายเพื่อรักษาความสามารถในการชำระคืนหนี้ ทั้งนี้ล่าสุด ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ได้ออกแถลงการณ์ว่าพร้อมอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบเพื่อพยุงเศรษฐกิจในภาวะเปราะบางนี้

ทั้งนี้ หากพิจารณารายอุตสาหกรรม ภาคการเงินน่าจะได้รับผลกระทบเชิงลบมากที่สุด เนื่องจากอังกฤษถือเป็นศูนย์กลางทางการเงินที่สำคัญของยุโรปในปัจจุบัน ด้วยกฎระเบียบที่มีความเชื่อมโยงและต้นทุนที่ต่ำ ฉะนั้น การแยกตัวออกของอังกฤษน่าจะสร้างความยากลำบากให้แก่ภาคธุรกิจไม่น้อย ทั้งเชิงกฎระเบียบ และการเชื่อมโยงทางการเงินที่จะซับซ้อนมากขึ้น รวมทั้งต้นทุนที่สูงขึ้นเช่นกัน นอกจากนี้ ภาคธุรกิจอื่นๆ ที่มีฐานในอังกฤษคงต้องมีการปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจ ขณะที่ความสั่นคลอนในภูมิภาคเพิ่มปัจจัยเสี่ยงด้านเสถียรภาพซึ่งจะขัดขวางการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและส่งผลต่อสภาพสังคมในที่สุด

ระหว่างรอดูว่า สหราชอาณาจักรจะมีแนวทางการแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป และมาตรการรองรับผลกระทบอย่างไร ตลาดการเงินน่าจะผันผวนต่อเนื่อง โดยเฉพาะในยามที่อังกฤษขาดผู้นำและไม่มีความชัดเจนทางการเมือง จากความเป็นไปได้ที่จะมีประเทศอื่นๆ ขอแยกตัวออกจากอังกฤษอย่างสก๊อตแลนด์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบวงกว้างต่อประเทศอื่นๆนอกภูมิภาค ผ่านการไหลของเม็ดเงินกลับเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย ซึ่งทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และเยนมีทิศทางแข็งค่าไปอีก นอกจากนี้  ตลาดคาดว่า Brexit จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้โอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้มีน้อยลง ขณะที่ธนาคารกลางอื่นๆ อย่างธนาคารกลางยุโรป ธนาคารกลางญี่ปุ่น รวมทั้งฝั่งเอเชียจะผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มเติมเพื่อบรรเทาผลกระทบ

คำแนะนำการลงทุน

สำหรับคำแนะนำการลงทุน เนื่องจากความผันผวนจะยังมีต่อเนื่องจากปัจจัยใหม่ๆ ที่เข้ามากระทบ บลจ.กสิกรไทยจึงแนะนำให้นักลงทุนที่ไม่สามารถรับความเสี่ยงในระยะสั้นช่วง 3 -6 เดือน อาจโยกการลงทุนไปยังสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำอย่างกองทุนตลาดเงิน ตราสารหนี้ หรือกองทุนผสม   ส่วนนักลงทุนที่สามารถยอมรับความผันผวนได้ในระยะสั้น อาจใช้จังหวะที่ตลาดปรับตัวลงเป็นโอกาสเข้าสะสมเพื่อโอกาสรับผลตอบแทนในระยะยาว โดยมองว่าตลาดหุ้นไทยและเอเชียยังสามารถเข้าลงทุนได้เนื่องจากผลกระทบมีจำกัด ส่วนตลาดหุ้นยุโรป เนื่องจากความเสี่ยงที่น่าจะมีมากขึ้นต่อเนื่องไปอีกในช่วง 1 -2 ปี จากปัญหาความไม่แน่นอนทางการเมือง จึงแนะนำให้หลีกเลี่ยงการเข้าลงทุน

คำเตือน : ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท