หมากของนายกฯ

วันที่ 23 มิ.ย. 2559 เวลา 09:42 น.
โดย...หงส์แดง theredbird08@gmail.com

สองสามวันมานี้ข่าวสารเกี่ยวกับการเมืองดูเหมือนว่าจะอยู่ในภาวะนิ่งๆ ซึมๆ ไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรมากนัก ที่เห็นจะมีเพียงการปิดศูนย์ปราบโกงประชามติ ของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)

จะเปิดหรือปิดก็ไม่มีผลต่อการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญหรอกครับ พูดแบบนี้อาจดูเหมือนหาเรื่อง! แต่ความจริงมันก็คือความจริงครับ

ผมเองไม่ได้ตั้งความหวังว่าศูนย์ปราบโกงอะไรเนี่ยจะมาช่วยทำให้การประชามติเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์

ลองคิดดู เมื่อก่อนเรามี “มูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย” หรือ “พีเน็ต” คอยสอดส่องความไม่โปร่งใสในการเลือกตั้ง ถามใจแต่ละคนดู การเลือกตั้งบ้านเรามันขาวสะอาดตามอุดมคติหรือไม่

แต่กระนั้น จากข่าวการปิดศูนย์ปราบโกง ได้ทำให้เห็นอะไรบางอย่างจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.

อย่างที่ทราบกันดี พอศูนย์ปราบโกงปิดปุ๊บ แกนนำเสื้อแดงก็ทำหนังสือถึงยูเอ็นปั๊บ แต่นายกฯ มาเหนือเมฆกว่า ด้วยการโทรศัพท์ทางไกลหา “บันคีมุน” เลขาธิการยูเอ็นทันที

ถัดมา เว็บไซต์ยูเอ็น ออกเอกสารเผยแพร่อย่างเป็นทางการมีเนื้อหาสำคัญว่า “จะให้การสนับสนุนไทยในการเตรียมความพร้อมเพื่อการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญที่จะนำพาประเทศไทยกลับสู่ประชาธิปไตย”

ยูเอ็นแสดงท่าทีออกมาอย่างนี้ แสดงให้เห็นว่าการแก้เกมการเมืองของนายกฯ ได้ผลในระดับที่น่าพอใจ แม้ยูเอ็นจะส่งเสียงเรื่องการเปิดพื้นที่แสดงความคิดเห็น แต่การไม่ได้พูดถึงการปิดศูนย์ปราบโกง ย่อมทำให้นายกฯ อมยิ้มกับปฏิกิริยาของยูเอ็นได้อยู่ไม่น้อย

ไม่เพียงเท่านี้ นายกฯ ยังโชว์ถึงการเดินเกมการเมืองที่น่าสนใจอีกจังหวะหนึ่งด้วย คือ การอวยพรวันเกิดอายุครบ 49 ปีให้กับอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

“โดยส่วนตัวแล้วผมไม่ได้เป็นศัตรูอะไรกับท่าน และท่านก็มีความสุข สุขภาพท่านก็แข็งแรงอยู่แล้วในวันเกิด และท่านก็อายุน้อยกว่าผมเยอะ” คำอวยพรจากนายกฯ คนปัจจุบันถึงอดีตนายกฯ

การแสดงความเป็นมิตรออกมา ย่อมเป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดา เพราะหากนักข่าวจะขอให้นายกฯ อวยพรถึงอดีตนายกฯ ปู นายกฯ ตู่ใช้คำพูดอื่นแทนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องพูดในทำนองว่า “เราไม่ได้เป็นศัตรูกัน” ทั้งที่ความเป็นจริงก็ต่างรู้อยู่แก่ใจว่าต่างคนต่างเป็นคู่ขัดแย้งกัน

พูดแบบนี้ ถ้ามองในมุมของคนคิดเยอะแบบผม ชวนให้วิเคราะห์ไปได้ว่านี่แหละเป็นการแก้เกมการเมืองครั้งสำคัญในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ

ต้องไม่ลืมนะครับว่าอีกไม่กี่วันจะเข้าสู่เดือน ก.ค. ซึ่งถือเป็นช่วงโค้งสุดท้ายของการประชามติ ร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านหรือไม่ผ่าน ไม่ได้อยู่ที่เนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพึ่งบรรยากาศทางการเมืองด้วย

ปัจจัยหนึ่งที่สำคัญที่มีผลต่อการกำหนดบรรยากาศการเมือง คงหนีไม่พ้นท่าทีของนายกฯ

ถ้านายกฯ เอาน้ำเย็นดับร้อนที่เข้ามา ร่างรัฐธรรมนูญก็จะไม่ร้อนตามไปด้วย แต่ถ้าใครแรงมาและนายกฯ แรงไป แทบไม่ต้องนึกว่าร่างรัฐธรรมนูญจะลุกเป็นไฟขนาดไหน

บางทีน้ำเย็นที่นายกฯ มอบให้คราวนี้ อาจเป็นกุญแจสำคัญที่นำไปสู่ชัยชนะในการทำประชามติก็เป็นได้