ไม่เบื่อหรือไง

วันที่ 21 มิ.ย. 2559 เวลา 10:13 น.
โดย...ขำ เคืองใจ khumkungjai@yahoo.com

“เหมือนความตั้งใจเป็นเลิศอยากให้บังเกิดผล แต่แท้ที่จริง แค่หวังเล่นเกมตามสไตล์นักปลุกระดมมวลชนเดิมๆเท่านั้นเอง”

นับตั้งแต่ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง ออกคำสั่งประกาศิตให้ปิดศูนย์ปราบโกงประชามติ ซึ่งน่าจะทราบกันดีทั่วประเทศเพราะมีการเผยแพร่ข่าวออกทางหนังสือพิมพ์ ทีวี วิทยุ

ขนาดเครือข่ายแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ระดับจังหวัด เช่น ลำปาง เชียงใหม่ ยังทราบข่าว รีบตัดสินใจปลดป้ายผ้าขอปิดศูนย์ด้วยตนเอง   

แต่ทว่า จตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.นี่น่ะสิ เหมือนฟังภาษา คสช.ไม่เข้าใจ คงปฏิบัติการตัดริบบิ้นเปิดศูนย์ปราบโกงประชามติสาขาต่างจังหวัด เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา

แล้วปรากฏเป็นไงครับ เจ้าหน้าที่ตำรวจแห่มาร่วมเป็นสักขีพยานถึงที่ทำการ พร้อมอ่านสารจาก คสช.สั่งให้ จตุพร ปิดศูนย์โดยเร็วพลัน

คุณจตุพรเหมือนรู้สถานการณ์อยู่แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้น ตั้งแต่ทราบถึงคำเตือนจาก คสช. ทราบว่าหากฝ่าฝืนจะมีเจ้าหน้าที่มาควบคุม ไม่ยินยอมให้เปิดศูนย์ฯ และอาจนำสู่การเชิญตัวไปปรับทัศนคติซ้ำซากไม่ช้านี้

แต่สิ่งที่คุณจตุพรดื้อดึงต้องเดินหน้าต่อ เพียงมุ่งหวังให้เป็นข่าวพาดหัววันรุ่งขึ้น เพราะจะมีทั้งภาพนิ่งนำเสนอหน้าหนังสือพิมพ์ ภาพเคลื่อนไหวออกทั่วทุกช่องสถานีในวันหยุด วันที่ไม่ค่อยมีข่าวหวือหวาทางการเมืองนั่นเอง

หลังจากไม่ประสบความสำเร็จในการเปิดศูนย์ประชามติระดับจังหวัด เหล่าคณะปฏิบัติภารกิจต่อไป ชนิดเรียกว่า “คิดอะไรไม่ออกบอกคุณพ่อยูเอ็น” อันเป็นสูตรสำเร็จของกลุ่มนี้และอาจเป็นก๊อบปี้เดียวกับแกนนำพรรคเพื่อไทยมักพึ่งพิงองค์กรต่างชาติประจานไทยต่อสายตาชาวโลก

คุณจตุพรประกอบกิจกรรมสำเร็จเมื่อวานนี้ ด้วยการเดินปาดเหงื่อยื่นหนังสือที่องค์การสหประชาชาติ พร้อมร้องแรกแหกกระเชอ “ประชาชนถูกคุกคามสิทธิ”(ตามเคย) เหลือบไปเห็นคุณป้าธิดา ถาวรเศรษฐ สังขารมากแล้วยังลากขาไปกับเหล่าคณะด้วย น่าเห็นใจปนสงสารจริงๆ ครับ

แล้วนี่ฉากต่อไป วางคิวเตรียมยื่นหนังสืออียูประจำประเทศไทยต่อ ถ้าให้เด็กประถมคาดการณ์กิจกรรมระเริงร่ายามตกงานคงไม่ผิดไปจากนี้ กล่าวคือ เดี๋ยวคงทำหนังสือฟ้อง บารัก โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา

ตามด้วยสั่งเครือข่ายกระแทกคีย์บอร์ดสื่อสารทางโลกโซเชียลมีเดียบอกประชาคมโลก ฟ้ององค์กรสิทธิกำมะลอ ว่า “ประชาชนถูกปิดกั้นสิทธิเสรีภาพ รัฐบาลเผด็จการไม่ให้เปิดศูนย์ประชามติ”

ได้แต่สงสัย คำอ้างประชาชน สองคำก็อ้างประชาชน ประชาชนคนไทยทั้งแผ่นดิน หรือประชาชนสี่ห้าคนที่ทำตัวเป็นแมลงหวี่แมลงวันสร้างความปั่นป่วนน่ารำคาญให้ประเทศขณะนี้

ไม่เบื่อหรือไงยุทธวิธีสุดเชย อ้างประชาชน อ้างประชาธิปไตย ปลุกระดมมวลชนบังหน้า จึงไม่แปลกที่่โรคระบาดประชาธิปไตยแพร่เชื้อไปถึงวัดวาอาราม ทั้งระดมมวลชนเข้าวัด สร้างโล่มนุษย์ ตบท้ายด้วยการยื่นเงื่อนไข จะรับฟังข้อกล่าวหาต่อเมื่อประเทศไทยกลับสู่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์

ขนาด “ประชาชน” ที่คุณจตุพรนำไปเป็นเกราะกำบังตน พวกเขายังรู้สึกเบื่อ พะอืดพะอมกับวิธีการเดิมๆ ที่เป็นอยู่เลยครับ