
เลือกกองทุนอย่างไรให้พ้นวิกฤต BREXIT
โดย...สานุพงศ์ สุทัศน์ธรรมกุล นักวิเคราะห์กองทุน บริษัทหลักทรัพย์ฟิลลิป (ประเทศไทย)
โดย...สานุพงศ์ สุทัศน์ธรรมกุล นักวิเคราะห์กองทุน บริษัทหลักทรัพย์ฟิลลิป (ประเทศไทย)
ประเด็นหลักที่จะทำให้ตลาดหุ้นผันผวนได้ในช่วงนี้และน่าจะเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างไปตลอดกาล คือ Brexit
แต่ครั้งนี้ผมจะไม่ได้มาอธิบายว่า Brexit นั้นจะมีความเหมายอย่างไร เกิดจากอะไร แต่ประเด็สำคัญที่จะอธิบายนั่น คือ เราจะทำอย่างไรดีกับเหตุการณ์นี้มากกว่าครับ ซึ่งน่าจะมีผลต่อการลงทุนและผลตอบแทนจากการลงทุนในระยะสั้นและระยะกลาง
ในกรณีที่อังกฤษออกจากยูโรโซน?
ถ้าอังกฤษออกจากกลุ่มยูโรโซนจริงๆ อังกฤษจะมีข้อได้เปรียบด้านการค้านอกกลุ่มที่ดีขึ้นและสามารถทำสัญญาต่างๆ ได้โดยไม่ต้องเข้าประชุมกับทางยูโรโซนก่อน แต่ก็จะส่งผลให้มีความผันผวนเกิดขึ้น เนื่องจากแค่มีข่าวเรื่องนี้ออกมาในตอนต้นปี ก็ทําให้ค่าเงินปอนด์อ่อนค่าลงไปทันที
แต่ทั้งนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรของอังกฤษไม่ได้เปลี่ยนแปลงมาก แสดงว่าเงินไม่ได้ไหลออกจากตลาดการเงินเท่าไหร่ หมายความว่า ระยะสั้นมีความเสี่ยงทางด้านความกังวลทางเศรษฐกิจอยู่บ้าง โดยในความเป็นจริงการออกจากกลุ่มยูโรโซนนั้นคงจะมีผลกระทบเชิงโครงสร้างทางการเมืองระหว่างประเทศมากกว่าทางด้านการเงิน แต่ทั้งนี้ ก็คงมีผลกระทบทางด้านจิตวิทยาระยะสั้นจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เนื่องจากคู่ค้าของอังกฤษส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มประเทศยุโรปถึง 1 ใน 3 เลยครับ อีกทั้งยังมีเรื่องของความเชื่อมั่นในการลงทุนต่างๆ
ดังนั้น การออกจากกลุ่ม EU ครั้งนี้มีผลกระทบต่างๆ มากทีเดียว ซึ่งกว่าจะฟื้นคืนได้ก็อาจจะต้องใช้เวลาค่อนข้างนานครับ และถ้าฟื้นตัวไม่ได้ก็อาจจะเข้าสู่สภาพเศรษฐกิจถดถอย ทั้งอังกฤษและกลุ่มยูโรโซนเลยทีเดียว
กองทุนที่ควรเพิ่มความระมัดระวัง – กองทุนที่ลงทุนในหุ้นยุโรปทั้งหมด รวมถึงกองทุนหุ้นทั่วโลก หรือ Global equity fund รวมทั้งกองทุนหุ้นอื่นๆ ที่มีการลงทุนในยุโรป
สาเหตุที่ต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น ก็เพราะว่าถึงแม้การออกจากยูโรโซนจะทําให้ค่าเงินปอนด์อ่อนลง ซึ่งน่าจะเป็นผลดีต่อการส่งออกก็ตาม แต่การส่งออกของอังกฤษก็จะลดลงตามไปด้วย ดังนั้นผลตอบแทนหรือกําไรของบริษัทน่าจะปรับตัวลดลงตามไปด้วยครับ แต่ถ้าท่านไหนที่จะเริ่มลงทุนแล้วละก็ การย่อตัวลงมาก็อาจจะเป็นผลดี แต่ต้องเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้นครับ
กองทุนที่น่าสนใจ – กองทุนอสังหาฯ ทั้งในและนอกยุโรป กองทุนตราสารหนี้ทั้งในและต่างประเทศ กองทุนทองคํา ส่วนกองทุนที่น่าสนใจ ยังคงเป็นกลุ่มของกองทุนที่ให้ผลตอบแทนแบบสม่ำเสมออย่างกองทุนตราสารหนี้ อีกทั้งยังมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้น ถ้าหากมีการเข้าซื้อตราสารหนี้มากขึ้น เพื่อป้องกันความเสี่ยงหรืออาจจะมีการซื้อสินทรัพย์ที่ช่วยกระจายความเสี่ยงได้ดีอย่างเช่น ทองคํา เป็นต้นครับ หรืออีกทางก็คือ ลงทุนในกองทุนหุ้นที่ไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ไปเลย เช่น กองทุนอสังหาฯ ทั้งในและต่างประเทศ
ในกรณีที่อังกฤษไม่ออกจากยูโรโซน?
เราคาดการณ์ว่า น่าจะออกมาในรูปแบบนี้มากกว่า เนื่องจากมีผลกระทบน้อยกับทางโครงสร้างเศรษฐกิจ แต่ถ้าระยะยาวแล้ว อาจจะมีความเสี่ยงอื่นๆ ตามมากขึ้น จากเรื่องโครงสร้างทางการเมืองระดับภูมิภาคและอื่นๆ อีกมาก เช่น เรื่องการอพยพของผู้ลี้ภัยจากประเทศข้างเคียงของกลุ่มยูโรโซน
ดังนั้น กองทุนที่น่าลงทุนก็คงหนีไม่พ้นกองทุนหุ้นในยุโรปครับ เนื่องจากถ้าข่าวร้ายหมดไป อาจจะเห็นผลตอบแทนที่ดีขึ้นในระยะสั้นๆ แต่ในส่วนระยะยาวๆ แล้ว คงต้องดูต่อไปอีกว่า ทางอังกฤษและกลุ่มยูโรโซนนั้นจะแก้ไขปัญหาผู้ลี้ภัย เศรษฐกิจที่ผูกโยงกันและการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างประชากร รวมถึงการผลิตได้หรือไม่ เพราะว่าสภาพของสังคมผู้สูงอายุที่กำลังมาถึงก็ใกล้เข้ามาทุกทีครับ







