
ปธน.ใหม่ฟิลิปปินส์ และแนวนโยบาย
ฟิลิปปินส์ได้จัดการเลือกตั้งทั่วไประดับประเทศ เมื่อวันที่ 9 พ.ค. 2559 และ โรดริโก ดูเตอร์เต
โดย...กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
ฟิลิปปินส์ได้จัดการเลือกตั้งทั่วไประดับประเทศ เมื่อวันที่ 9 พ.ค. 2559 และ โรดริโก ดูเตอร์เต ได้รับการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของฟิลิปปินส์ โดยมีกำหนดเริ่มปฏิบัติหน้าที่ในวันที่ 30 มิ.ย. 2559 ในวาระ 6 ปี
โรดริโก ดูเตอร์เต ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์คนใหม่ ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองดาเวา เมืองที่ตั้งอยู่บนเกาะมินดาเนาทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์ ต่อเนื่องกันมาเกือบ 30 ปี ได้ดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมในเมืองดาเวาอย่างแข็งกร้าวจริงจัง จนสามารถเปลี่ยนเมือง ดาเวาจาก “เมืองหลวงของอาชญากรฟิลิปปินส์” เป็นเมืองที่องค์กรด้านการท่องเที่ยวเรียกว่า “เมืองที่สงบสุขที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”
ในการหาเสียงเลือกตั้ง ดูเตอร์เตได้ชูนโยบายหนักแน่นด้านการปราบปรามอาชญากรรม การแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่น การลดปัญหาความยากจน การลดช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจน ซึ่งเป็นปัญหาสังคมที่ชาวฟิลิปปินส์ส่วนใหญ่ โดยเฉพาะหมู่คนยากจนรู้สึกว่าถูกรัฐบาลชุดเดิมละเลย รวมถึงรูปแบบเศรษฐกิจที่เกื้อหนุนครอบครัวชนชั้นนำกลุ่มเล็กๆ ที่ควบคุมอุตสาหกรรมสำคัญเกือบทั้งหมดของประเทศ ประชาชนส่วนใหญ่จึงมอบความหวังว่าดูเตอร์เตจะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลง
ทั้งนี้ ดูเตอร์เตไม่ได้มีการกล่าวถึงนโยบายเศรษฐกิจที่ชัดเจน ซึ่งทำให้แวดวงนักธุรกิจทั้งในประเทศและต่างชาติเกิดความกังวลว่า ภายใต้การนำของดูเตอร์เต ซึ่งเป็นนักการเมืองท้องถิ่น ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจและด้านการต่างประเทศ อาจทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจของฟิลิปปินส์ซึ่งกำลังไปได้ด้วยดีในอัตราสูงถึงร้อยละ 6.2 ต่อปี ในช่วงที่ผ่านมาได้รับผลกระทบ
อย่างไรก็ดี หลายฝ่ายมองว่าการปรับปรุงกฎหมายและระเบียบเพื่อสร้างความสงบเรียบร้อย ท่ามกลางการปะทุขึ้นของกลุ่มคอมมิวนิสต์และอิสลาม ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังของฟิลิปปินส์ จะช่วยสร้างเงื่อนไขในเชิงบวก และสนับสนุนเศรษฐกิจฟิลิปปินส์ให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน
ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2559 เศรษฐกิจของฟิลิปปินส์ขยายตัวร้อยละ 6.9 ซึ่งเป็นอัตราสูงสุดในกลุ่มประเทศเอเชีย โดยมีภาคการลงทุนเป็นตัวหลักในการขับเคลื่อนทางด้านอุปสงค์ โดยเฉพาะการก่อสร้าง ส่วนในด้านอุปทาน การเติบโตทางเศรษฐกิจได้รับแรงหนุนจากกำไรในภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ ทั้งนี้ แม้ว่าโดยรวมเศรษฐกิจของฟิลิปปินส์จะมีการเติบโตที่แข็งแกร่ง แต่ภาคการเกษตรยังคงอ่อนแอจากผลกระทบของภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นกับฟิลิปปินส์เป็นประจำทุกปี
อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายมีความเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจของฟิลิปปินส์ในปี 2559 จะสามารถขยายตัวได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ คือ ระหว่างร้อยละ 6.8-7.8 ฟิลิปปินส์จึงเป็นตลาดที่มีศักยภาพและเป็นโอกาสสำหรับการส่งออกของไทยท่ามกลางภาวะซบเซาของตลาดอื่นๆ







