
อาพาธนะจ๊ะ
อันว่า “พระสงฆ์องค์เจ้า” คือ ตัวแทนผู้เผยแพร่หลักธรรมคำสั่งสอนพระพุทธศาสนาให้สืบทอดต่อๆ กันไป
โดย...ขำ เคืองใจ [email protected]
อันว่า “พระสงฆ์องค์เจ้า” คือ ตัวแทนผู้เผยแพร่หลักธรรมคำสั่งสอนพระพุทธศาสนาให้สืบทอดต่อๆ กันไป ยิ่งตัวแทนผู้มีหน้าที่เผยแผ่ปฏิบัติตนอยู่ในศีลในธรรม เป็นเยี่ยงอย่างแด่ปุถุชนคนทั่วไปแล้วไซร้ ย่อมเป็นที่เลื่อมใสศรัทธา
แต่ถ้าตรงข้ามกับสิ่งที่กล่าวไว้ข้างต้น จะกลายเป็นความน่ารังเกียจเดียดฉันท์ อีกประสาหนึ่งถึงขั้นเป็นตัวบั่นทอนสร้างความเสื่อมศรัทธาสถาบันสงฆ์ได้
ทางโลกและทางธรรมมิได้ตัดขาดจากกันครับ แต่มีความเชื่อมโยงสามารถตรวจสอบซึ่งกันและกันได้ หากปฏิบัติถูกต้องตามครรลองคลองธรรม สังคมที่อยู่ร่วมระหว่างทางโลกและทางธรรมย่อมเป็นไปด้วยความสงบสุข
ฝ่ายทางโลก เช่น กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ยึดหลักตามตำรากฎหมาย กระบวนการยุติธรรมทุกประการต่อการเชิญผู้ที่สาวกเรียกว่าอยู่ในธรรม อย่างธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย มารับทราบข้อหาสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร
ส่วนผู้ต้องรับทราบข้อหา แม้ไม่สามารถปรากฏตัวได้ จึงมอบหมายทนายความ ทีมงานประชาสัมพันธ์วัด ดำเนินการสื่อสารพฤติการณ์อีกด้านหนึ่งให้สาธารณชนรับทราบ
แต่การนำเสนอเอกสาร หลักฐาน ภาพถ่ายต่างๆ กลับเกิดข้อพิรุธเพิ่มมากขึ้นกว่าการสร้างความกระจ่างแจ้ง ยกตัวอย่าง ก่อนที่ดีเอสไอขอหมายจับ ท่านแจ้งว่าไม่สะดวกมารับทราบข้อหา โดยอ้างว่าคลินิกแถววัดตรวจพบอาการอาพาธ ต่อมายืนยันด้วยใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลค่ายภาณุรังษี จ.ราชบุรี
ทว่า ผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายภาณุรังษี ทำหนังสือถึงดีเอสไอแจ้งว่า จากการตรวจสอบไม่เคยพบธัมมชโยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลดังกล่าวเลย
ตกลงใบรับรองแพทย์ที่รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายภาณุรังษีเซ็นรับรองมีที่มาอย่างไร จะเป็นใบรับรองแพทย์เก๊หรือไม่ วานตอบที
หากเป็นใบรับรองแพทย์เก๊จะกลายเป็นอีกคดี เป็นเอกสารมิชอบด้วยกฎหมายให้การเท็จ ส่วนแพทย์หรือบุคคลใดก็ตามเซ็นรับรองต้องโดน
ตั้งกรรมการสอบสวน ผิดวินัย ขัดจรรยาบรรณแพทย์ โอ้ว! ชักบานปลายไปกันใหญ่
แล้วนี่ทีมงานพยายามสร้างความโปร่งใสเมื่อสองสามวันที่ผ่านมาอีก ด้วยการเปิดแถลงข่าวพร้อมเชิญสื่อมวลชนบันทึกภาพอาการขาบวมปูดดำ
ไม่วายผู้คนตั้งข้อสังเกต แหมอาการหนักซะขนาดนั้นทำมั้ยทำไมไม่นิมนต์ไปรักษาที่โรงพยาบาลในเมือง จะกักตัวหลวงพ่อไว้อย่างนี้หรือ
หรือว่า ที่ไม่นิมนต์หลวงพ่อไปรักษาที่โรงพยาบาลในเมืองเพราะไม่เชื่อมือแพทย์ จึงต้องควานหาแพทย์คณะพิเศษมาประจำการภายในวัด หรือข้อเท็จจริงแล้วหากย้ายตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลในเมืองเกรงว่าดีเอสไอจะมาเยี่ยมกระนั้นหรือ
อย่าลืมว่า ศาลอนุมัติดีเอสไอออกหมายจับ และดีเอสไอให้เวลาภายในวันที่ 26 พ.ค.นี้ต้องมารับทราบข้อหา แต่คณะกระบอกเสียงธัมมชโยยังยืนยันให้ดีเอสไอมาแจ้งข้อหาที่วัดดังเดิม โดยเฉพาะตอกย้ำภาพขาดำผ่านสื่อ ต้องใช้เวลารักษาถึงสองเดือนไปไหนไม่ได้
เห็นไหมล่ะ ก่อนรับทราบข้อหาต่อกระบวนการทางโลก ฝ่ายทางธรรมอย่างอาตมาไม่ได้ผิดศีล ไม่ได้โกหกมดเท็จสักหน่อย อย่างนี้ไม่เห็นใจอาตมาบ้างเลย







