posttoday
เทคนิคสกรีน หุ้นเมกะเทรนด์(ตอน1)

เทคนิคสกรีน หุ้นเมกะเทรนด์(ตอน1)

16 พฤษภาคม 2559

โดย...พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ, CFP, และผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บมจ.หลักทรัพย์ ธนชาต

โดย...พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ, CFP, และผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บมจ.หลักทรัพย์ ธนชาต email: [email protected]

อุตสาหกรรมใดจะโตยาวนานเป็น “เมกะเทรนด์” หุ้นตัวไหนจะได้ประโยชน์มากที่สุดจากแนวโน้มนั้น และราคาหุ้นนั้นยังเหมาะสมสำหรับการลงทุนหรือไม่ เป็นคำถามยอดฮิตสำหรับการลงทุนระยะยาว

เราไม่ได้ตอบคำถามข้างต้นโดยตรง แต่จะพยายามจะสอนวิธี “ตกปลา” แทนที่จะให้ปลาโดยตรง

แรกสุด ลองย้อนกลับไปดูเบื้องหลังการค้นหาหุ้นเมกะเทรนด์ โดยใช้แนวคิดการวิเคราะห์หุ้นแบบ Top-Down ที่ช่วยจำกัดขอบเขตการวิเคราะห์ให้แคบลง ประหนึ่งนักลงทุนมีมุมมองแบบนกที่บินสูง จึงมองภาพกว้างได้ดีกว่า จากนั้นค่อยทุ่มสรรพกำลังลงไปค้นหาหุ้นในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่เข้าเงื่อนไขเป็นเมกะเทรนด์ เนื่องจากเป็นไปไม่ได้เลยที่นักลงทุนคนหนึ่งจะติดตามพัฒนาการของทุกบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ที่มีมากกว่า 600 บริษัท เมื่อผนวกกับแนวคิดการวิเคราะห์แบบ Bottom-Up ที่ช่วยวิเคราะห์แบบเจาะลึกทั้งข้อมูลเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ รวมถึงเชิงเปรียบเทียบของหุ้นทุกตัวในอุตสาหกรรม จะช่วยคัดกรองหุ้นผู้ชนะในระยะยาวที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่เป็น เมกะเทรนด์ รวมถึงประเมินมูลค่าหุ้นที่เหมาะสมสำหรับการเข้าลงทุนอีกด้วย

เราเริ่มด้วยการวิเคราะห์ Top-Down เพื่อค้นหาอุตสาหกรรมที่โตต่อเนื่องเป็นเมกะเทรนด์ จากนั้นจะต่อยอดโดยใช้การวิเคราะห์แบบ Bottom-Up เพื่อค้นหาหุ้นผู้ชนะในแต่ละอุตสาหกรรม

เริ่มด้วยการทำความรู้จักกับเมกะเทรนด์ก่อนเมกะเทรนด์ คือ แนวโน้มหลักทางเศรษฐกิจ สังคม หรือการเมือง ที่นำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน การอยู่ การใช้สินค้าและบริการต่างๆ จนผลักดันให้ยอดขายของบางอุตสาหกรรมเติบโตอย่างต่อเนื่องยาวนาน แม้บางช่วงเวลาภาวะเศรษฐกิจอาจเป็นขาลงบ้างก็ตาม

เมกะเทรนด์อาจเกิดจากการพัฒนาของใหม่ให้ดีกว่า หรือสะดวกกว่าของเดิมจนคนเปลี่ยนมาใช้ของใหม่ เช่น กล้องฟิล์ม ถูกแทนที่ด้วยกล้องดิจิทัล ในเวลาต่อมาก็ถูกแย่งส่วนแบ่งตลาดไปโดยสมาร์ทโฟน เป็นต้น

เมกะเทรนด์อาจเกิดขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ เมื่อรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้นจนถึงจุดหนึ่ง จำนวนคนที่มีความสามารถที่จะใช้ก็อาจมากขึ้นเป็นทวีคูณ โดยที่สินค้านั้นอาจไม่ได้เป็นของใหม่อะไร เช่น การใช้บริการทางการแพทย์ในโรงพยาบาลเอกชน การท่องเที่ยวต่างประเทศ เป็นต้น

เมกะเทรนด์ที่รู้จักกันทั่วไป ก็เช่น ภาวะความเป็นเมืองที่ขยายตัวไปเรื่อยๆ (Urbanization) และไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยแล้ว
เศรษฐกิจไทยที่ขยายตัวเป็นส่วนใหญ่ตลอดช่วง 3 ทศวรรษที่ผ่านมา ส่งผลให้มาตรฐานการครองชีพดีขึ้นเรื่อยๆ ผู้คนมีโอกาสทางการศึกษาและทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น จึงมีโอกาสในการเลื่อนชั้นทางสังคมมากขึ้น การขยายตัวของชนชั้นกลาง ผนวกกับการเคลื่อนย้ายแรงงานจากภาคเกษตร เข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ สังคมไทยก็พัฒนาไปสู่สังคมเมืองมากขึ้นตามลำดับ การขยายตัวของสังคมเมืองทำให้วิถีการดำรงชีวิตเปลี่ยนแปลงไปเป็นแบบคนเมืองมากขึ้นเรื่อยๆ ครอบครัวมีขนาดเล็กลง การใช้ชีวิตเร่งรีบเมื่อเทียบกับสังคมชนบท เพื่อสนองตอบความต้องการของคนเมือง จึงจำเป็นที่จะต้องขยายโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เช่น สนามบิน รถไฟฟ้า รถไฟทางคู่ หรือท่าเรือขนส่งสินค้า รวมถึงระบบการศึกษา ประกันสุขภาพ และการจ้างงานต่างๆ

เมกะเทรนด์ที่เกิดควบคู่กันกับการขยายตัวของสังคมเมือง คือ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรที่นำไปสู่การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของจำนวนประชากรผู้สูงอายุ (Aging Society) ที่ส่งผลให้คนมองหาการดูแลสุขภาพที่ดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกำลังซื้อในกลุ่มคนชั้นกลางที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อุตสาหกรรมที่ได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงข้างต้นอย่างชัดเจนก็เช่น โมเดิร์นเทรด โรงพยาบาล ประกันภัย ไมโครไฟแนนซ์ บัตรเครดิต ธุรกิจการท่องเที่ยว เป็นต้น ยอดขายของอุตสาหกรรมที่เป็นเมกะเทรนด์เหล่านี้เติบโตเฉลี่ยต่อเนื่องยาวนาน ในปีที่เศรษฐกิจดีอาจขยายตัวมากหน่อย ในปีที่เศรษฐกิจไม่ดีอาจขยายตัวในอัตราที่ชะลอบ้าง แต่โดยเฉลี่ยยังคงขยายตัวไปได้ดีกว่าเศรษฐกิจโดยรวม

หลายอุตสาหกรรมอาจโตช้าลงบ้างเมื่อเทียบกับ 10 ปีก่อน อย่างไรก็ดี แนวโน้มนี้ยังคงดำเนินต่อไป ถึงตรงนี้อาจมีบางท่านสงสัยว่า ทำไมการเติบโตต่อเนื่องยาวนานจึงดี? ก่อนอื่นต้องรู้จักการเติบโตแบบทบต้นก่อน หลักสำคัญของการโตแบบนี้คือ อัตราการเติบโต และระยะเวลาการเติบโต กล่าวคือ ยิ่งโตเร็ว และระยะเวลาการเติบโตยิ่งยาว จะยืนยันการเป็นเมกะเทรนด์ เช่น ถ้ายอดขายของบริษัทรวยเร็วขยายตัว 25% ต่อปี ติดต่อกันเป็นเวลา 10 ปี ยอดขายของบริษัทนี้จะเพิ่มขึ้นถึง 8.3 เท่าตัว คือจาก 100 ล้านบาท ในปีแรก เป็น 931 ล้านบาท ในปีที่ 10

อย่างไรก็ดี แม้จะโตช้าลงบ้าง แต่หากมีความแน่นอนสูงที่ระยะเวลาการเติบโตจะยืดยาวออกไปอีกนานก็ยังเป็นเมกะเทรนด์ที่น่าสนใจ ตัวอย่างเช่น ถ้ายอดขายบริษัทก้าวมั่นคงขยายตัว 15% ต่อปี ติดต่อกันเป็นเวลา 20 ปี ยอดขายของบริษัทนี้จะเพิ่มขึ้นถึง 15 เท่าตัว คือจาก 100 ล้านบาทในปีแรก เป็น 1,637 ล้านบาท ในปีที่ 20

น่าสังเกตว่ายอดขายของบริษัทก้าวมั่นคงโตช้ากว่าของบริษัทรวยเร็ว แต่ช่วงการเติบโตของบริษัทก้าวมั่นคงยาวนานกว่ามาก จึงมีโอกาสที่ยอดขายของบริษัทก้าวหน้าฯ จะแซงไปได้ หากของบริษัทรวยเร็วเกิดแผ่วปลาย ธุรกิจที่ยอดขายเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จะ 25% 15% หรือ 10% ต่อปี ขอให้ช่วงการเติบโตยาวนานล้วนจัดว่าเป็นเมกะเทรนด์ที่น่าสนใจ!! 

ในสัปดาห์หน้าจะมีการยกตัวอย่างเมกะเทรนด์ แล้วจะหาข้อมูลจากที่ไหนดีและวิเคราะห์อย่างไร

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท