
ทำไม่สำเร็จ
ใกล้ครบรอบ 2 ปี การรัฐประหาร คสช. วันที่ 22 พ.ค. 2559
โดย...พะนะท่าน [email protected]
ใกล้ครบรอบ 2 ปี การรัฐประหาร คสช. วันที่ 22 พ.ค. 2559
ถามว่า มีผลงานอะไรที่เป็นรูปธรรมในช่วงยึดอำนาจท่ามกลางความขัดแย้ง ถ้าใส่แว่นสี (การเมือง) มอง คงมีคำตอบอย่างสุดขั้วราวขาวกับดำ
ฝ่ายสีแดง ที่อนุมานตัวเองเป็นฝ่ายประชาธิปไตยแบบทักษิณย่อมไม่ยอมรับว่า รัฐบาลรัฐประหารมีผลงานแม้บางเรื่องจะถูกใจก็ตาม หากชื่นชมยินดี ก็เท่ากับว่า สนับสนุนศัตรูให้มาย่ำยีตัวเอง
กลุ่มชูธงฝ่ายสีแดงถึงแม้จะไม่ใช่พวกทักษิณ ต้องยืนยันว่า รัฐบาลทหารเป็นเผด็จการ สร้างปัญหาทำให้ประชาธิปไตยไทยล้าหลัง คุกคามละเมิดสิทธิเสรีภาพประชาชน ใครเห็นต่างออกมาชุมนุมเรียกร้อง ถูกเรียกปรับทัศนคติ ยัดข้อหาร้ายแรง ปัญหาเศรษฐกิจถดถอย ยิ่งอยู่ประชาชน
ยิ่งจน
ฝ่ายสนับสนุนบิ๊กตู่ ก็คงชื่นชมสุดซอยว่า ทำให้ความขัดแย้งยุติลง ประเทศไม่มีม็อบการเมืองมาเรียกร้องกระทบสิทธิประชาชนท้องถนน กล้าจัดการปัญหาทุจริตเด็ดขาด ลุยจัดระเบียบสังคม แผงค้าใน กทม. เอาคืนที่ป่า เด็ดขาดในการแก้ปัญหา
ยุคนี้ที่ไม่มีคำว่า “คนกลาง” หรือ “ความเป็นกลาง” เหมือนก่อนที่เราเคยใช้มาตรวัดจากนักวิชาการที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ได้รับการยอมรับ เป็นเสียงสะท้อนถึงความสามารถของรัฐบาล
แต่ในสังคมที่เต็มไปด้วยความหลากหลายในปัจจุบัน พลังกลุ่มต่างๆ มีอำนาจต่อรองมากขึ้น กอปรกับสงครามการเมืองที่ใช้โรงน้ำแข็งมาปั้นน้ำเป็นตัวสร้างเรื่องเท็จเพื่อปลุกระดมในช่วงที่ผ่านมา ผู้ใดแหลมมา ทั้งที่หวังดีต่อชาติบ้านเมือง เป็นอันต้องเสียผู้เสียคนเพราะถูกทำลายจากนักค้าความขัดแย้ง
การวัดถึงผลงานจึงยากยิ่ง จะดูจากโพลก็พอเงี่ยหูฟังได้บ้าง แต่หลายโพลมีปัญหาความน่าเชื่อถือ
2 ปีของ พล.อ.ประยุทธ์ แม้จะแกร่งดังภูผา คุมอำนาจเบ็ดเสร็จ ด้วยเครื่องมือมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว ไม่มีใครมาล้มได้ นอกจากสู้กับตัวเอง หากบริหารไม่ดี เศรษฐกิจย่ำแย่ก็เสื่อมศรัทธาลง แต่ 2 ปีที่ผ่านมา ต้องพูดว่า เสียโอกาสที่ไม่สามารถแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างหลายเรื่อง เช่น ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา คุณภาพการศึกษา การปฏิรูปองค์กรตำรวจ กระบวนการยุติธรรม การปฏิรูปท้องถิ่น ปัญหาทุนที่เข้ามาครอบงำส่วนต่างๆ ของสังคม
ทั้งที่มีมาตรา 44 และอำนาจเบ็ดเสร็จล้นมือ นี่สะท้อนว่า ถ้าการเมืองกลับมาสู่ภาวะปกติ แบบเลือกตั้ง การแก้ปัญหาแบบถอนรากถอนโคนที่จะนำไปสู่การปฏิรูป คงต้องใช้เวลาอีกนานเพราะขนาดรัฐบาลทหาร มีเครื่องมือ คำสั่งพิเศษพร้อมมากมาย ยังทำไม่ได้
บิ๊กตู่เองก็ยอมรับขนาดยังเหลือเวลาอยู่ในอำนาจอีกเป็นปีว่า รัฐบาลนี้คงทำไม่สำเร็จในหลายภารกิจ ดังนั้นจะส่งให้รัฐบาลใหม่ทำแทน และหลายเรื่องก็ฝังอยู่ในตัวรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หากผ่านประชามติจะบังคับรัฐบาลใหม่ต้องเดินหน้าตามแผนปฏิรูปในรัฐธรรมนูญ
2 ปี ปัญหาความขัดแย้งยุติลงไหม...ก็ยังแค่ซุกไว้ใต้พรม ถ้าเลือกตั้งปีหน้าเมื่อไร แรงกดจากฝ่ายตรงข้ามจะระเบิดกลับมาไล่บี้เอาผิดรัฐบาลทหาร ยิ่งเป็นรัฐบาลผสมตามโครงสร้างรัฐธรรมนูญใหม่ เสถียรภาพอ่อนแอแน่ เดาอนาคตแล้ว ความขัดแย้งรอบใหม่รออยู่ไม่ไกล







