posttoday
จะ Sell หรือจะ Buy in May

จะ Sell หรือจะ Buy in May

03 พฤษภาคม 2559

โดย...จิตรา อมรธรรม รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซียไซรัส

โดย...จิตรา อมรธรรม รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซียไซรัส [email protected]

‘Sell in May and Go Away…’ เป็นวลีที่ทั่วโลกกลับมาพูดกันอีกครั้ง สถิติตลาดหุ้นไทย ในปีใดที่ตลาดในช่วง 4 เดือนแรกให้ผลตอบแทนเป็นบวก จะตามมาด้วยการพักฐานในเดือนพฤษภาคม สำหรับ SET Index 4 เดือนแรกปีนี้ +9% สูงสุดในภูมิภาค ต่างชาติซื้อ บาทแข็ง ถือว่าสมเหตุสมผลในการขายทำกำไรก่อน โดยทั่วไปตลาดหุ้นทั่วโลกรวมถึงตลาดหุ้นไทยมักใช้เวลาประมาณ 2 เดือน แต่สำหรับปีนี้ ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ฟินันเซีย ไซรัส (FSS) เชื่อว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 1 เดือนก่อนเข้าสู่การปรับขึ้นอย่างจริงจังในช่วงครึ่งปีหลัง ปัจจัยทั้งภายในและต่างประเทศต่างเอื้อในการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้น เช่นแนวโน้มเงินดอลลาร์ที่กลับมาอ่อนค่าระยะหนึ่งก่อนที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยซึ่งเชื่อว่าเป็นปลายปี สภาพคล่องทั่วโลกที่สูง ภาพการลงทุนในบ้านเราที่ดูคาดหวังได้มากกว่าทุกครั้ง อย่างไรก็ตาม ความเปราะบางของเศรษฐกิจจีนและโลกทำให้ความผันผวนมีอยู่ตลอดทาง การพักฐานของตลาดในเดือนนี้ เป็นจังหวะดีในการสะสมหุ้นพื้นฐานดีรอบใหม่ FSS จึงแนะนำ ‘Buy in May’      

ค่าเงินดอลลาร์กลับมาอ่อนค่า เป็นบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยง

มุมมองของ Fed ในการประชุม 26-27 เมษายนที่ผ่านมาเป็นลบต่อเศรษฐกิจในประเทศมากขึ้น แม้ว่าตลาดแรงงานจะเริ่มแข็งแกร่ง รายได้ของครัวเรือนเพิ่มสูงขึ้นมาก ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคดีขึ้น แต่ปรากฎว่าการจับจ่ายของภาคครัวเรือนกลับหดตัว ซึ่งทำให้ GDP 1Q16 ขยายตัวเพียง 0.5% ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์และต่ำที่สุดในรอบ 2 ปี ปัจจัยทางเศรษฐกิจทำให้ Fed มีแนวโน้มชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ยออกไปหลังจากที่ปรับขึ้นเป็นครั้งแรกในเดือน ธ.ค. ปีที่ผ่านมา ขณะนี้คนที่คิดว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ยในเดือน มิ.ย. มีเพียง 12% โดยที่คนส่วนใหญ่คาดว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ยในช่วงปลายปี สำหรับ FSS คาดว่า Fed จะขยับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม ระหว่างนี้ค่าเงินดอลลาร์จึงมีโอกาสกลับมาอ่อนค่า 

นอกจากนี้ การที่ BOJ คงมาตรการ QE ในการประชุม 27-28 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งผิดไปจากตลาดคาดอย่างมาก ส่งผลให้ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่กดดันค่าเงินดอลลาร์ให้อ่อนค่า ซึ่งเป็นบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยงทั้งทองคำ น้ำมัน และหุ้น

เริ่มเห็นสัญญาณความแข็งแรงจากภายใน

การที่ครม.อนุมัติโครงการรถไฟและโครงการลงทุนอื่นๆ ตลอดในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา แม้จะยังมีขั้นตอนการร่าง TOR การทำประชาพิจารณ์ กว่าการประมูลจะเกิดขึ้นได้ อาจใช้เวลาอย่างน้อยอีก 1 – 3 เดือน และหลังจากได้ผู้ชนะประมูลแล้วยังมีขั้นตอนการเจรจาต่อรองราคา กว่าจะได้เซ็นสัญญาและมีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอาจเป็นปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า แต่ก็ดูจะคาดหวังได้มากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา หากภาพของการลงทุนมีความชัดเจนขึ้น ความเชื่อมั่นและการจับจ่ายใช้สอยของภาคเอกชนจะตามมา ซึ่งเราคิดว่ายังคาดหวังได้ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ กลุ่มรับเหมาก่อสร้างและวัสดุก่อสร้างเป็นกลุ่มที่ได้รับอานิสงส์โดยตรงเป็นอันดับแรก ถือว่าน่าสนใจในการลงทุนโดยฉพาะทั้งสองกลุ่มนี้ยัง Underperform ตลาดอยู่

การปรับประมาณการลง อยู่ในราคาแล้ว

ผลประกอบการของกลุ่มธนาคารในไตรมาส  2 ปี 2559 มีแนวโน้มลดลงจาก 1 ปี 2559 เพราะได้รับผลกระทบจากการที่ธนาคารปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในเดือนเมษายน ซึ่งเป็นการลดดอกเบี้ยขาเดียว กระทบส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) ทันที รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญที่ยังคงสูงกว่าปกติอยู่ต่อไป ทำให้ FSS ปรับลดประมาณการกำไรของกลุ่มธนาคารลงจากเดิม 4-5% กลายเป็นกำไรในปีนี้หดตัวต่อเนื่องเป็นปีที่สอง -1.2%  เมื่อเทียบปีต่อปี แย่ลงจากเดิมที่คาดว่ากำไรจะเติบโต 4%  เมื่อเทียบปีต่อปี ความยากลำบากของธนาคารในการทำให้กำไรในปีนี้เติบโตเป็นสิ่งที่ตลาดรับทราบแล้ว ปัญหา NPL ที่สูงขึ้นไม่ใช่เรื่องใหม่ และนักวิเคราะห์แทบทั้งตลาดมีมุมมองระมัดระวังต่อกลุ่มธนาคารอยู่แล้ว ดังนั้น โอกาสเกิด Positive surprise มีมากกว่าด้านลบ เช่นเดียวกับกลุ่มมือถือ กลุ่มพลังงาน และอีกหลายกลุ่มธุรกิจที่นักวิเคราะห์มองลบไปแล้ว

ปัจจุบ้น FSS คาด EPS growth ของตลาดในปีนี้ +22%  เมื่อเทียบปีต่อปี ฟื้นตัวขึ้นหลังจากหดตัว 2 ปีติดต่อกัน คาดการณ์ของเราต่ำกว่า Consensus ที่คาด +26%  เมื่อเทียบปีต่อปี ณ ระดับ SET Index ปิดสิ้นเดือนเมษายนที่1,404 จุด จึงคิดเป็น PE 15 เท่า ไม่ถึงกับถูกจนต้องรีบซื้อ FSS ยังคงเป้า SET 1,500 จุดสิ้นปีนี้ ตลาดที่มีแนวโน้มพักฐานในเดือนนี้จึงเป็นจังหวะในการซื้อเพื่อลงทุน      

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท