
ว่าแต่เขา...ปูก็เคยเป็น
นานๆ ทีจะเห็นอดีตนายกรัฐมนตรี “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ออกมาแสดงความคิดเห็นเรื่องการบ้านการเมืองพาดพิงนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน
โดย...หงส์แดง [email protected]
นานๆ ทีจะเห็นอดีตนายกรัฐมนตรี “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ออกมาแสดงความคิดเห็นเรื่องการบ้านการเมืองพาดพิงนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน
คุณปูเขียนข้อความลงในเฟซบุ๊ก เมื่อวันที่ 1 พ.ค. โดยมีเนื้อหาพอสังเขปดังนี้
“เมื่อก่อนท่านก็เคยพูดกับดิฉันว่า ยามบ้านเมืองแตกแยก ถ้าคิดแต่เอากฎหมายมาปลดคนนั้นคนนี้ออก เพียงเพราะไม่สนองตอบนโยบาย หรือเอากฎหมายมาใช้บังคับคนให้ทำงานตามคำสั่ง จะยิ่งทำให้สถานการณ์มันแย่และเลวร้ายลงไปเรื่อยๆ ซึ่งดิฉันก็พูดมาโดยตลอดว่าคนที่มีความคิดเห็นต่าง ก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้บ้านเมืองแตกแยก แต่จะเป็นการดีที่จะได้ช่วยกันแสดงความคิดเห็นในการพัฒนาประเทศมากกว่า
วันนี้ดิฉันจึงอยากจะขอฝากสิ่งที่ท่านเคยพูดไว้ หวังว่าท่านคงจะไม่ลืมและนำไปใช้เช่นเดียวกัน ตามที่เคยบอกกับดิฉันเมื่อสองปีที่แล้วนะคะ”
ใจความสำคัญของข้อความที่คุณยิ่งลักษณ์เขียนนั้น ผมเองเห็นว่ามีจุดประสงค์เพื่อเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เลิกใช้อำนาจทางกฎหมายเข้ามาควบคุมการแสดงความคิดเห็นของฝ่ายตรงข้าม แต่ในทางกลับกัน นายกฯ ประยุทธ์ต้องรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง
ข้อความของคุณปูที่เขียนออกมาเรียกได้ว่าเหมาะเจาะกับจังหวะและเวลาทางการเมืองจริงๆ เพราะเวลานี้อยู่ในระหว่างการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ประกอบกับเริ่มมีการใช้กลไกของกฎหมายจัดการกับฝ่ายที่ไม่สนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญแบบถึงพริกถึงขิง
ทว่าข้อความของคุณปูในมุมมองของผม มีความเห็นว่าถูกต้องเพียงครึ่งเดียว
ย้อนกลับไปช่วงเดือน ต.ค.และ พ.ย. 2556 สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมรัฐบาลเป็นเสียงข้างมากในสภาได้มติ 310 เสียง เห็นชอบกับร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิด เนื่องจากการชุมนุมทางการเมืองการแสดงออกทางการเมืองของประชาชน
คงไม่ต้องบอกว่าเนื้อหาในกฎหมายนิรโทษกรรมที่ว่านี้มีอะไรบ้าง หลายคนน่าจะยังจำกันได้ ถึงขนาดมีการตั้งฉายาว่า “นิรโทษกรรมแบบสุดซอย” เพราะนอกจากยกโทษให้กับผู้ชุมนุมทางการเมืองแล้วยังไปโยงถึงให้นิรโทษกรรมคดีการทุจริตด้วย
ในเวลานั้นกระแสกดดันและต่อต้านกฎหมายนิรโทษกรรมมีมาตลอด ตั้งแต่ขั้นรับหลักการในวาระที่ 1 ขั้นการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ต่อด้วยวาระที่ 2 และ วาระที่ 3 ในสภา
ทันทีที่กฎหมายนิรโทษกรรมผ่านสภาคงไม่ต้องบอกว่าสภาพบ้านเมืองในขณะนั้นเป็นอย่างไร เกิดการชุมนุมและการเคลื่อนไหวของฝ่ายสนับสนุนและคัดค้าน
ทั้งหมดเกิดจากการใช้เสียงข้างมากตามกฎหมายที่ขัดกับหลักนิติธรรม
แม้ต่อมาวุฒิสภาจะมีมติไม่รับร่างกฎหมายนั้นไว้พิจารณา แต่ก็เป็นสถานการณ์ที่สายเกินแก้
หากในวันนั้นนายกฯ ปูบอกให้คนในพรรคยุติการเอากฎหมายนี้เข้าสภาตั้งแต่แรก ปัญหาที่เคยคิดว่าจะรุนแรงก็น่าจะลดลง
ถึงบอกไงครับว่าผมเห็นด้วยกับประเด็นที่อดีตนายกฯ ปูเรียกร้อง เพียงแต่ย้อนแย้งกับอดีตที่ผ่านมาไปหน่อยเท่านั้นเอง







