
ข้อปฏิบัติ
ความเคลื่อนไหวกลุ่มเห็นต่างทางการเมืองต่อร่างรัฐธรรมนูญ ค่อนข้างท้าทาย
โดย...ฐายิกา จันทร์เทพ
ความเคลื่อนไหวกลุ่มเห็นต่างทางการเมืองต่อร่างรัฐธรรมนูญ ค่อนข้างท้าทาย แม้ว่า พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2559 จะมีผลบังคับใช้แล้ว
มาตราสำคัญและยากแก่การตีความในการกระทำความผิด ในมาตรา 7 ที่ระบุว่า บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและเผยแพร่ความคิดเห็นเกี่ยวกับการออกเสียงโดยสุจริตและไม่ขัดต่อกฎหมายมาตรา 61 ระบุว่า ผู้ใดเผยแพร่ข้อความ ภาพ เสียง ในสื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ ที่ผิดไปจากข้อเท็จจริง ก้าวร้าว รุนแรง หยาบคาย ปลุกระดม ขมขู่ มุ่งหวังให้ผู้มีสิทธิออกเสียงไปลงคะแนนอย่างใดอย่างหนึ่ง ให้ถือว่าเป็นผู้ก่อความวุ่นวาย ทำให้การออกเสียงไม่เรียบร้อย
หากทำผิดมีโทษจำคุกสูงถึง 10 ปี ปรับ ไม่เกิน 2 แสนบาท และศาลอาจเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งได้ 5 ปี
เนื้อหาดังกล่าวเกิดคำถามว่า ผู้ที่ออกมาแสดงความคิดเห็นหรือการทำงานของสื่อมวลชน อย่างไรที่จะเรียกว่าผิดหรือไม่ผิด
อย่าลืมว่าการออกกฎหมายยังต้องมีกฎหมายลูกประกอบเพื่อความชัดเจนในการบังคับใช้ แต่หาก พ.ร.บ.ประชามติไม่เคลียร์ ทุบโต๊ะเลยว่า จะถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง
ดังนั้นคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ควรจะออกมาทำความเข้าใจ เช่น ออกคำชี้แจงข้อปฏิบัติ แจกแจงอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อป้องกันความสับสนและถูกนำไปตีความในทางที่ผิด







