
เรื่องไหน...ใครดูแล
โดย ปริย เตชะมวลไววิทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายงานเลขาธิการและสื่อสารองค์กร สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
โดย ปริย เตชะมวลไววิทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายงานเลขาธิการและสื่อสารองค์กร สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
คุณผู้อ่านที่พอจะคุ้นเคยกับตลาดทุนอยู่บ้าง เคยสงสัยไหมครับว่า ก.ล.ต.กับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
สองหน่วยงานนี้มีหน้าที่แตกต่างกันอย่างไร?
ตามที่ผมสัมผัสมา ระยะหลังๆ นี้ ส่วนใหญ่จะค่อนข้างทราบว่า ก.ล.ต.กับตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นคนละหน่วยงานกัน แต่ที่ยังมีข้อสงสัยอยู่บ้างว่าบทบาทของสองหน่วยงานต่างกันอย่างไร
เริ่มจาก ก.ล.ต.ที่ผมทำงานอยู่นี้ เป็นหน่วยงานอิสระของรัฐทำหน้าที่กำกับดูแลตลาดทุนโดยรวม
ทั้งตลาดแรกและตลาดรอง บทบาทของ ก.ล.ต. ในตลาดแรกก็คือการอนุญาตให้บริษัทมหาชนออกเสนอขายหลักทรัพย์แก่ประชาชน (ไอพีโอ) โดยหลักเกณฑ์ในการพิจารณา อาทิ การพิจารณาคุณสมบัติของบริษัทและผู้บริหารของบริษัทที่จะเสนอขายหลักทรัพย์ ลักษณะของหลักทรัพย์ รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลของบริษัท ซึ่งต้องเปิดเผยอย่างถูกต้องและครบถ้วนเพียงพอ
ในส่วนของตลาดรอง ก.ล.ต.ก็จะคอยดูแลให้เกิดความเป็นธรรมในการซื้อขายหลักทรัพย์ครับ และในฐานะผู้คุมกฎ ก.ล.ต.ก็มีหน้าที่กำกับดูแลผู้มีส่วนร่วมต่างๆ ในตลาดทุนตั้งแต่บริษัทหลักทรัพย์ ที่ปรึกษาทางการเงิน รวมไปถึงตลาดหลักทรัพย์ฯ
ในแง่การบังคับใช้กฎหมาย ก.ล.ต.ก็จะเป็นหน่วยงานพิจารณาว่าการกระทำความผิดตามกฎหมายหลักทรัพย์ และลงโทษหรือกล่าวโทษเวลามีคนทำผิด เช่น ปั่นหุ้น หรือ
อินไซด์ (การใช้ข้อมูลภายใน) เป็นต้น
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ทำหน้าที่เป็นตลาดรองในการซื้อขายหลักทรัพย์ โดยพิจารณาว่าจะรับหลักทรัพย์เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือไม่ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนสามารถซื้อขายเปลี่ยนมือกันได้ และดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อยของการซื้อขายในตลาด
ระยะหลังมีกรณีที่ทำให้เกิดคำถามว่า เวลามีข้อสงสัยว่ามีการปั่นหุ้นหรือใช้ข้อมูลภายใน หรือมีการขึ้นเครื่องหมายหรือปลดเครื่องหมายออกจากหลักทรัพย์ H (Halt) หรือ SP (Suspend) เพื่อหยุดการซื้อขายนั้น เป็นเรื่องของหน่วยงานใด
ขอตอบอย่างนี้นะครับ เวลาจะตรวจสอบเรื่องปั่นหุ้นหรือใช้ข้อมูลภายใน ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะทำหน้าที่เป็นด่านแรกในการตรวจสอบราคาและปริมาณการซื้อขายหุ้นว่ามีความผิดปกติหรือไม่ หากเห็นว่าอาจเข้าข่ายการกระทำความผิดก็จะรวบรวมข้อมูลส่งให้ ก.ล.ต.เพื่อตรวจสอบในเชิงลึกและดำเนินการกับผู้กระทำผิดตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้เพราะตลาดหลักทรัพย์ฯ มีระบบการกำกับและตรวจสอบการซื้อขาย และใกล้ชิดกับข้อมูลเป็นอย่างมาก ดังจะเห็นในข่าวการลงโทษในหลายกรณีจะระบุว่า ก.ล.ต.ได้รับข้อมูลมาจากตลาดหลักทรัพย์ฯ และเราก็มาสืบสวนเชิงลึกและดำเนินการต่อครับ
ส่วนเรื่องการขึ้นเครื่องหมายหรือปลดเครื่องหมาย เช่น H หรือ SP ของหุ้นตัวนั้นตัวนี้ เหล่านี้ก็จะเป็นบทบาทของตลาดหลักทรัพย์ฯ นะครับ ซึ่งตลาดหลักทรัพย์ฯ จะสั่งให้ขึ้นเครื่องหมาย เมื่อเกิดมีกรณีที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ อยู่ระหว่างรอข้อมูลชี้แจงของบริษัท หรือมีข้อเท็จจริงที่อาจกระทบต่อราคาของบริษัทเป็นสำคัญและบริษัทประสงค์จะแจ้งข่าวให้ผู้ลงทุนทราบก่อน และสำหรับกรณีของ SP ที่ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์นั้น ก็อาจจะมาจากสาเหตุอื่นด้วย เช่น บริษัทไม่ส่งงบการเงิน หลักทรัพย์เข้าข่ายถูกเพิกถอน หรือบริษัทยังไม่ได้ชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับเหตุที่มีผลกระทบต่อบริษัทหรือราคาหลักทรัพย์อย่างร้ายแรงก็เป็นได้ครับ
การขึ้นเครื่องหมายเหล่านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับสถานะหรือเหตุสำคัญของบริษัทอย่างทั่วถึง ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อขายหุ้นดังกล่าว และในบางกรณีหากพบว่าเหตุที่เกิดนั้น เป็นเรื่องที่เข้าข่ายหรือน่าสงสัยว่าอาจจะมีการกระทำผิด ก็จะเป็นหน้าที่ของ ก.ล.ต.อีกเช่นกันในการตรวจสอบเชิงลึกและดำเนินการทางกฎหมายต่อไป
ที่ผ่านมา ก.ล.ต.และตลาดหลักทรัพย์ฯ ก็จะมีการทำงานประสานงานอย่างใกล้ชิด เพราะทั้งสองหน่วยงานมีบทบาทหลักในการสร้างความโปร่งใสและความเชื่อมั่นต่อผู้ลงทุน และทำให้ตลาดทุนไทยมีความเข้มแข็งและยั่งยืนครับ
“ก.ล.ต.ดูแลตลาดทุน เพื่อให้คุณมั่นใจ”







