posttoday
4 ปัจจัยควรรู้ ก่อนเปรียบเทียบผลตอบแทนของกองทุนรวม

4 ปัจจัยควรรู้ ก่อนเปรียบเทียบผลตอบแทนของกองทุนรวม

13 เมษายน 2559

โดย...ฝ่ายกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกสิกรไทย จำกัด

โดย...ฝ่ายกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกสิกรไทย จำกัด

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าการลงทุนในกองทุนรวมเป็นหนึ่งในการลงทุนที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน โดยกองทุนรวมที่เสนอขายนักลงทุนรายย่อย ณ สิ้นปี 2558 มีมากกว่า 1,400 กองทุน ด้วยมูลค่าสินทรัพย์สุทธิกว่า 3.8 ล้านล้านบาท ซึ่งประเภทกองทุนที่หลากหลายนี้เอง อาจเป็นเรื่องยากในการตัดสินใจว่าจะเลือกลงทุนกองใด และนักลงทุนส่วนใหญ่ก็มักจะพิจารณาคัดเลือกกองทุนจากการดูผลตอบแทนเป็นปัจจัยสำคัญ  ดังนั้นเพื่อให้นักลงทุนสามารถเปรียบเทียบข้อมูลได้ตามวัตถุประสงค์และมีประสิทธิภาพมากขึ้น สมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) ได้มีการจัดประเภทกองทุนและจัดทำรายงานข้อมูลเปรียบเทียบผลการดำเนินงานแบบเปอร์เซ็นต์ไทล์โดยแบ่งตามประเภทกองทุนต่างๆ เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยในการพิจารณาคัดเลือกกองทุน โดยมี 4 ปัจจัยที่นักลงทุนควรทำความเข้าใจก่อนการเปรียบเทียบผลตอบแทนกองทุนรวม ดังนี้

1. ประเภทกองทุนรวม – เนื่องจากการพิจารณาผลตอบแทนควรเปรียบเทียบระหว่างกองทุนที่มีลักษณะเดียวกัน นักลงทุนจึงต้องรู้ก่อนว่ากองทุนนั้นๆ ถูกจัดอยู่ในประเภทใด ทั้งนี้ปัจจุบัน AIMC ได้มีการจัดกลุ่มประเภทกองทุนรวม โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มย่อยทั้งหมด 34 กลุ่ม ตัวอย่างเช่น  กองทุนที่อยู่ในกลุ่มตราสารหนี้ระยะสั้น ได้แก่ Money Market Government, Money Market General กองทุนที่ในกลุ่มตราสารทุน ได้แก่ Equity Small – Mid Cap, Equity Large Cap และ Equity General เป็นต้น โดยนักลงทุนสามารถตรวจสอบประเภทของกองทุนได้จากหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ (Fund Fact Sheet) ของแต่ละกองทุนที่หัวข้อประเภทกองทุนรวมตามที่แสดงในข้อมูลที่ใช้เปรียบเทียบผลการดำเนินงานของกองทุนรวม ณ จุดขาย

2. เปอร์เซ็นไทล์ (Percentile) – กลุ่มเปอร์เซ็นไทล์ที่ทาง AIMC ได้จัดอันดับไว้ ได้แก่ 5th Percentile จะแสดงผลการดำเนินงานของกองทุนอันดับที่ 5 เปอร์เซ็นต์ไทล์, 25th Percentile จะแสดงผลการดำเนินงานของกองทุนอันดับที่ 25 เปอร์เซ็นต์ไทล์, 50th Percentile จะแสดงผลการดำเนินงานของกองทุนอันดับที่ 50 เปอร์เซ็นต์ไทล์, 75th Percentile จะแสดงผลการดำเนินงานของกองทุนอันดับที่ 75 เปอร์เซ็นต์ไทล์ และ 95th Percentile จะแสดงผลการดำเนินงานของกองทุนอันดับที่ 95 เปอร์เซ็นต์ไทล์ หรือยกตัวอย่างง่ายๆ คือ ถ้าสมมุติมีกองทุนทั้งหมด 100 กอง กองทุนให้ผลตอบแทนอันดับที่ 5 จะอยู่ที่ 5th Percentile ขณะที่กองทุนที่ให้ผลตอบแทนเป็นอันดับที่ 95 จะอยู่ที่ 95th Percentile นั่นเอง

3.ผลตอบแทน (Return)  – เนื่องจากแต่ละกองทุนจะมีนโยบายการลงทุนที่แตกต่างกันไป ดังนั้นการพิจารณาผลตอบแทนจึงควรเปรียบเทียบระหว่างกองทุนที่มีลักษณะเดียวกัน หรือลงทุนในสินทรัพย์ประเภทเดียวกัน โดยอัตราผลตอบแทนของกองทุนในกลุ่มเดียวกันจะถูกนำมาจัดอันดับตามเปอร์เซ็นไทล์ ซึ่งสามารถบอกได้ว่ากองทุนที่เราสนใจมีผลตอบแทนอยู่ในอันดับเท่าไหร่เมื่อเทียบกับกองทุนทั้งหมดในประเภทเดียวกัน โดยจะแสดงข้อมูลอยู่ในรายงานข้อมูลเปรียบเทียบผลการดำเนินงานแบบเปอร์เซ็นต์ไทล์

ยกตัวอย่างเช่น หากนักลงทุนต้องการลงทุนในกองทุนตลาดเงินที่ลงทุนในเงินฝากและตราสารหนี้ระยะสั้นของภาครัฐ เช่น กองทุนเปิดเค ตราสารรัฐระยะสั้น (K-TREASURY) เมื่อดูในเอกสาร Fund Fact Sheet พบว่าเป็นกองทุนในกลุ่ม Money Market Government และเมื่อดูตารางข้อมูลเปรียบเทียบผลการดำเนินงานแบบเปอร์เซ็นต์ไทล์ (ตามตาราง) จะเห็นได้ว่ากองทุนที่ถูกจัดอยู่ในอันดับ 5% แรกที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุดในกลุ่มนี้ จะมีผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี ตั้งแต่ 1.46% ขึ้นไป ส่วนกองทุน K-TREASURY ซึ่งมีผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี อยู่ที่ 1.42% (ข้อมูล ณ 31 ม.ค. 2559) จึงถูกจัดอยู่ในอันดับระหว่าง 5% ถึง 25% แรกที่มีผลตอบแทนสูงที่สุดในกลุ่ม โดยถือว่าเป็นผลการดำเนินงานในระดับที่ดี เมื่อเทียบกับค่ากลาง (Percentile ที่ 50) ของกลุ่มกองทุนนี้ ซึ่งอยู่ที่ 1.27%

4.ความผันผวน (Standard Deviation) – หรือเรียกว่าความเสี่ยงของกองทุนซึ่งสามารถดูได้จากตารางเดียวกับผลการดำเนินงาน (ด้านขวา) ซึ่งโดยปกติแล้วเมื่อนักลงทุนเลือกกองทุน 2 กองทุนที่มีผลตอบแทนเท่ากัน กองที่มีความผันผวนของผลการดำเนินงานที่น้อยกว่าก็จะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า

จะเห็นได้ว่าตารางเปรียบเทียบผลการดำเนินงานและความผันผวนของผลการดำเนินงานของกองทุนนี้สามารถเป็นข้อมูลประกอบในการคัดเลือกกองทุนได้ ซึ่งจะช่วยให้นักลงทุนสามารถเปรียบเทียบผลการดำเนินงานของกองทุนที่สนใจเปรียบเทียบกับกองทุนทั้งหมดในกลุ่มเดียวกันว่ามีผลการดำเนินงานอยู่ในช่วงอันดับที่เท่าไรในแต่ละช่วงระยะเวลาย้อนหลัง นอกเหนือจากการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานกับดัชนีชี้วัด  นอกจากนี้ นักลงทุนยังสามารถดูได้ว่ากองทุนในกลุ่มเดียวกันมีการกระจายตัวของผลตอบแทนเป็นอย่างไร โดยดูจากผลตอบแทนในเปอร์เซ็นไทล์ที่ 5 และ 95 ว่าแตกต่างกันมากน้อยเพียงใด ซึ่งจะทำให้นักลงทุนมีข้อมูลเพื่อพิจารณาประกอบการตัดสินใจลงทุนได้ดียิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม ผลตอบแทนที่แสดงนี้เป็นเพียงผลตอบแทนย้อนหลังจึงไม่ได้หมายความว่าในอนาคตผลตอบแทนจะเป็นไปตามข้อมูลตามตารางนี้ ตามคำกล่าวที่ว่าผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต และสิ่งที่สำคัญกว่าผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน คือ ข้อมูลของกองทุนโดยเฉพาะนโยบายการลงทุนและความเสี่ยงของกองทุน ซึ่งนักลงทุนควรศึกษาข้อมูลกองทุนก่อนการตัดสินใจลงทุนทุกครั้งเพื่อให้สามารถเลือกลงทุนได้เหมาะสมกับความต้องการอย่างแท้จริง

คำเตือน : ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน   จัดทำ ณ วันที่ 5 เมษายน 2559

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท