
เมียนมาผลัดใบ ความหวังคนรุ่นใหม่
หลังจากเมียนมาได้รัฐบาลพลเรือนชุดใหม่ขึ้นมาบริหารประเทศ โดยมี ถิ่นจอดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
หลังจากเมียนมาได้รัฐบาลพลเรือนชุดใหม่ขึ้นมาบริหารประเทศ โดยมี ถิ่นจอดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี พรัอมกับอองซานซูจี ควบ 4 เก้าอี้รัฐมนตรีว่าการ ทั้งกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพลังงาน กระทรวงศึกษาธิการ และสำนักประธานาธิบดี พร้อมตำแหน่งที่ปรึกษาแห่งชาติ ที่คนเมียนมาต่างฝากความหวังด้านการพัฒนาเศรษฐกิจไว้กับรัฐบาลชุดใหม่นี้
เวย์ยัมพิว คนรุ่นใหม่วัย 27 ปี จบการศึกษาด้านวิศวกรรมเคมี จากมหาวิทยาลัยย่างกุ้ง แต่ปัจจุบันเป็นพนักงานขายประจำอยู่ที่ร้านเสื้อในโรงแรมโนโวเทล ที่เข้ามาขยายเชนสาขาในกรุงย่างกุ้งเมื่อไม่นานมานี้ บอกว่าในตอนนี้คนเมียนมาต่างรอดูนโยบายจากคณะรัฐมนตรีของถิ่นจอ ที่กำลังเตรียมประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ
โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ต่างมีความเชื่อมั่นในตัวอองซานซูจี ผู้นำสูงสุดรัฐบาลใหม่เป็นทุน ด้วย 2 เหตุผลหลัก คือ 1.อองซาน เป็นลูกสาวของของอดีตผู้นำพม่านายพลอองซาน ที่ชาวเมียนมาให้ความเคารพ และ 2.ความเป็นคนเก่ง และมีวิสัยทัศน์ของตัวผู้นำหญิงที่จะเข้ามาพัฒนาประเทศและเศรษฐกิจได้อย่างมีศักยภาพ
อย่างนโยบายการสร้างงาน สร้างอาชีพใหม่ๆ ที่ดี มีรายได้สูงให้กับคนท้องถิ่น จากการขยายตัวทางเศรษฐกิจประเทศ ที่ปัจจุบันแม้ว่าจะมีผู้จบการศึกษาวิชาชีพเฉพาะทาง อย่างวิศวกร แพทย์ หรือ อื่นๆ ที่ส่วนใหญ่อาจจะไม่ได้ทำงานที่ตรงกับสาขาที่สำเร็จออกมาเท่าใดนัก
สำหรับอาชีพคนรุ่นใหม่ที่มีแนวโน้มเติบโตในกรุงย่างกุ้งที่เห็นได้ชัดในตอนนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นการเปิดร้านกาแฟ ที่มาพร้อมกับอาหารว่าง เบเกอรี่ เพื่อรองรับกลุ่มกำลังซื้อชาวต่างชาติ ทั้งที่เข้ามาทำงาน หรือท่องเที่ยวในเมียนมา ส่วนร้านอาหารประเภทต่างๆ ยังมีไม่มากนัก นอกจากนั้นจะเป็นการทำงานต่างๆ ในหน่วยงานรัฐ
ส่วนพฤติกรรมการบริโภคของคนเมียนมา ส่วนใหญ่จะนิยมซื้อของไปทำอาหารรับประทานเองที่บ้านมากกว่าออกไปรับประทานข้าวนอกบ้าน เพราะมีราคาค่อนข้างสูง โดยจะหาซื้อวัตถุดิบที่ตลาดสดมากกว่า แม้ว่าปัจจุบันจะเริ่มมีห้างค้าปลีกสมัยใหม่เปิดให้บริการ เช่น ซูเปอร์มาร์เก็ตแบรนด์แคปิทัล (Capital) ร้านสะดวกซื้ออย่างแบรนด์ แกรป แอนด์ โก (Grab and Go) แบรนด์เอบีซี (A B C) หรือซิตี้มาร์ท (City Mart) ที่ส่วนใหญ่เจ้าของธุรกิจเป็นคนท้องถิ่น
ด้านกำลังซื้อของคนเมียนมานั้น อิงกับค่าครองชีพจากปัจจุบันค่าแรงขั้นต่ำรายวันอยู่ที่ประมาณ 400 จ๊าด หรือราว120-150 บาท/วัน ส่วนแรงงานวิชาชีพ หรือผู้สำเร็จจากระดับปริญญาตรีใหม่ๆ จะอยู่ที่ 1.8 แสนจ๊าด และหากในสายอาชีพระดับสูงๆ อย่างวิศวกรหรือแพทย์ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเมื่อเรียนจบ ถ้ามีโอกาสมักจะออกไปทำงานต่างประเทศมากกว่า
โดยในมุมมองของเขา ถ้ามีโอกาสก็สนใจที่จะทำงานร่วมกับบริษัทข้ามชาติอย่างสิงคโปร์ ด้วยเห็นว่าเป็นประเทศที่มีคนเก่ง มีระบบการบริหารจัดการที่ดี สามารถพัฒนาบุคลากรให้ได้ใช้ความคิดในการทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพ
อย่างไรก็ตาม ตัวพิวเองก็มีความคิดเหมือนกับคนรุ่นใหม่ทั่วไป คือ อยากเปิดกิจการของตัวเอง อย่างร้านอิเล็กทรอนิกส์ ขายอุปกรณ์มือถือ คอมพิวเตอร์ ด้วยที่นี่ยังไม่มีร้านลักษณะแบบนี้มากนัก ส่วนร้านเกมหรืออินเทอร์เน็ตคาเฟ่ จากอดีตเมื่อ 2-3 ปีก่อน เด็กๆ จะต้องไปเล่นเกมที่ร้านเสียค่าบริการราว 200 จ๊าด/ชั่วโมง
แต่ในช่วงปีที่ผ่านมา มีผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ข้ามชาติหลายรายเข้ามาให้บริการ ทำให้ซิมการ์ดมีราคาถูกลงกว่าเมื่อก่อน หรืออยู่ที่ราว 1,500 จ๊าด/ซิม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนหันมาใช้งานอินเทอร์เน็ตจากโทรศัพท์มือถือมากขึ้น โดยแอพพลิเคชั่นสนทนายอดฮิตของคนที่นี่ คือ ไวเบอร์ (Wiber) รวมถึงการใช้สื่อสังคมออนไลน์ (โซเชียลมีเดีย) อย่างเฟซบุ๊ก ที่เข้าถึงประชากรเมียนมาอย่างใกล้ชิดเช่นเดียวกับคนไทย
พิว ปิดท้ายว่า หลังจากเมียนมาเปิดประเทศอย่างเป็นทางการ ที่มาพร้อมกับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เห็นว่าเป็นเรื่องที่ดี ที่จะผลักดันให้ประเทศพัฒนาขึ้นไปอีกมาก โดยเฉพาะโอกาสในการทำงานของคนเมียนมา ที่ต่างต้องการรายได้ที่พอกิน พอใช้ ประชาชนไม่ต้องออกไปเป็นแรงงานในต่างประเทศ







