
กลับสู่ปัจจัยพื้นฐาน
โดย...จิตรา อมรธรรม รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซียไซรัส
โดย...จิตรา อมรธรรม รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซียไซรัส [email protected]
ตลาดหุ้นไทยปรับขึ้นแรงในเดือนมีนาคมจาก Fund flow ที่ไหลเข้าจากการเพิ่ม QE ของ ECB และการชะลอการขึ้นดอกเบี้ยของ FED เม็ดเงินที่ต่างชาติซื้อในเดือนมีนาคมสูงที่สุดในรอบ 48 เดือน โมเมนตัมของเม็ดเงินที่ไหลเข้าตลาดหุ้นในเอเชียและไทยยังมีอยู่แต่เชื่อว่าจะแผ่วลงจากเดือนก่อน และไหลกลับเข้าพักในดอลลาร์มากขึ้นในเดือนนี้ ตลาดจะหันกลับมาสู่ปัจจัยพื้นฐานที่ปัญหาเศรษฐกิจชะลอและหนี้ที่สูงในจีนยังคงเป็นความเสี่ยงของโลก รวมถึงเงินหยวนที่มีแนวโน้มอ่อนค่า การทบทวนประมาณการเศรษฐกิจของ IMF ในเดือนนึ้คาดว่าจะมีการปรับ GDP โลกลงตาม OECD และ World bank ที่ปรับลงไปก่อนหน้านี้ ขณะที่ผลประกอบการ 1Q16 ในบ้านเราที่ยังไม่ฟื้นตัวชัดเจนจะตอกย้ำตลาดหุ้นที่ขึ้นเร็วเกินไปในเดือนที่ผ่านมา รวมทั้งคาดว่าราคาน้ำมันจะถูก Sell on fact หลังการประชุมของกลุ่มผู้ผลิต 17 เมษายน หุ้นที่น่าสนใจในเดือนนี้ FSS แนะนำ CK, KTC, LPH, MINT, MTLS
Flow เริ่มแผ่ว
ตลาดหุ้นที่ปรับขึ้นในเดือนมีนาคมส่วนใหญ่เป็นผลจาก Fund flow โดยนักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิถึง 26,453 ล้านบาท สูงที่สุดในรอบ 48 เดือน หุ้นที่ปรับขึ้นส่วนใญ่เป็น Big cap. ในกลุ่มสื่อสาร พลังงาน ปิโตรเคมี และธนาคาร แต่เราเห็นว่า Fund Flow ที่เข้ามาเก็งกำไรมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของธนาคารกลางต่างๆ ในเดือนที่แล้ว จะแผ่วลงในเดือนเมษายนนี้ การประชุมของ BOE (14 เมษายน), ECB (21 เมษายน) และ FED (28 เมษายน) ไม่น่ามีมาตรการเพิ่มเติม ยกเว้น BOJ ที่ตลาดลุ้นให้ออก QE เพิ่มเติมเพราะค่าเงินเยนแข็งค่าเร็ว แต่เราเห็นว่า BOJ น่าจะคงมาตรการเดิมที่เพิ่งทำนโยบายดอกเบี้ยติดลบในการประชุมเดือนมกราคม 2559 ไว้ก่อน อย่างไรก็ตาม BOJ ค่อนข้างมีน้ำหนักน้อยต่อตลาดหุ้นไทย โดวรวมเราจึงมองว่า Flow จะถอยกลับไปพักในดอลลาร์
สถิติชี้หุ้นเดือนเมษายนดีที่สุดในไตรมาส 2
สถิติเดือนเมษายนในรอบ 15 ปีที่ผ่านมา SET ปรับขึ้นเฉลี่ย 2.3% เมื่อเทียบเดือนต่อเดือน (ไม่รวมปี 2552 ที่เริ่มมี QE1) เป็นเดือนที่ดีที่สุดในไตรมาส 2 ก่อนจะปรับลงในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน ซึ่งตรงกับคำกล่าว Sell in May and go away เมื่อพิจารณาถึง Fund flow ที่ทะลักเข้ามาในเดือนก่อนจนทำให้ SET ปรับขึ้นถึง 5.7% ตลาดหุ้นจึงอาจเริ่มแผ่วตั้งแต่เดือนนี้และมีโอกาสพักฐานต่อในเดือนหน้า ทั้งนี้ ขึ้นกับผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2559 หากออกมาดีกว่านักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ Sell in May อาจไม่เกิดขึ้นในปีนี้แต่ FSS ให้น้ำหนักน้อยต่อประเด็นดังกล่าว แต่เชื่อว่าตลาดจะไปทางซึมๆมากกว่า
การปรับคาดการณ์เศรษฐกิจโลกของ IMF
IMF จะทบทวนประมาณการการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในเดือนเมษายนนี้ เราคาดว่าน่าจะมีการปรับลงจาก 3.4% ที่ประมาณการไว้เมื่อมกราคมที่ผ่านมา ตาม World Bank และ OECD ที่ปรับลงไปก่อนหน้านี้ โดย World Bank ปรับลด GDP โลกในปี 2559 เหลือ 2.9% ส่วน OECD ปรับลงเหลือ 3.0% จากเดิม 3.3%
ปัญหาหลักของโลกยังอยู่ที่จีน เงินหยวนยังมีทิศทางอ่อนค่า
ความเสี่ยงของเศรษฐกิจจีนเป็นความเสี่ยงของโลก เพราะจีนมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก และมีผลถึง 40% ของการเติบโตของ GDP โลกในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ปัญหา NPL ที่สูงขึ้นจาก 1.25% เป็น 1.67% แม้จะดูเป็นเปอร์เซนต์ที่ไม่มาก แต่หากดูจำนวน พบว่าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วถึง 50% ทั้งนี้ยังไม่รวม Special mentioned loan และปัญหายังไม่หยุด ในปี 2558 สินเชื่อธนาคารเพิ่ม 15% แต่ GDP (รายได้) เพิ่มเพียง 6.8% ล่าสุดเงินทุนสำรองลดลงอย่างรวดเร็วเหลือ 3.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ จาก 4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐในช่วงต้นปี ความเชื่อมั่นของนักลงทุนยังลดลงต่อเนื่อง กระแสเงินยังไหลออก และเงินหยวนมีทิศทางอ่อนค่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเงินหยวนกำลังจะเข้าสู่ตะกร้า SDR 1 ตุลาคมนี้ ซึ่งทางการจีนจำต้องปล่อยให้เป็นกลไกธรรมชาติ ด้วยสถานการณ์เช่นนี้ เชื่อว่าจีนจะลดดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งและลด RRR อีก 2 ครั้งในปีนี้ อย่างไรก็ตาม การลดดอกเบี้ยและ RRR ของจีนในระยะหลังไม่ได้มีผลต่อตลาดหุ้นในเอเชียและไทยนัก







