
รัฐใช้งบประมาณอย่างไรให้คุ้มค่า สรุปตอนที่ 2
โดย...กิติชัย เตชะงามเลิศ นักลงทุนหุ้นและอสังหาริมทรัพย์
โดย...กิติชัย เตชะงามเลิศ นักลงทุนหุ้นและอสังหาริมทรัพย์
บทความที่แล้ว ผมได้พูดค้างที่เรื่องการส่งเสริมอุตสาหกรรมต่อเนื่องที่ใช้ผลิตผลทางการเกษตรในประเทศเรามาต่อกันเลยครับ
3.2 เร่งส่งเสริมและแนะนำให้คนต่างชาติ โดยเฉพาะจีนและอินเดียที่มีประชากรมากที่สุดในโลก อันดับ 1 และ 2 ตามลำดับ ได้ลิ้มชิมรสผลไม้ไทยทุกๆชนิด เราเห็นความสำเร็จของทุเรียนที่ครองใจชาวจีนมาแล้ว โดยร่วมกับสมาคมค้าปลีกของทั้งจีนและอินเดีย จัดงานแฟร์ผลไม้ไทยในการนำผลไม้ไทยไปให้ลองชิมตามห้างสรรพสินค้า และ Supermarket ใหญ่ๆบ่อยๆ
3.3 พัฒนาพันธุ์พืชให้ได้เมล็ดพันธุ์ที่ให้ผลผลิตที่มีรสชาติดี ทนทานต่อศัตรูพืช ให้ผลผลิตต่อไร่สูง และแนะนำชักจูงชาวไร่ชาวสวนให้เปลี่ยนไปปลูกพืชที่เป็นที่ต้องการของตลาด และได้ผลกำไรต่อไร่สูง โดยรัฐอุดหนุนเกษตรกรในช่วงแรกๆ ไม่ว่าจะเป็นเงินทุน เมล็ดพันธุ์ และต้นกล้า รวมทั้งแนะนำวิธีการปลูกและดูแลอย่างถูกต้อง ชักจูงให้เกษตรกรมารวมตัวกันเป็นสหกรณ์แล้วรัฐให้ความช่วยเหลือผ่านสหกรณ์อีกทีทั้งทางด้านเมล็ดพันธุ์ วิธีดูแล การตลาด และการเงิน โดยพื้นที่บริเวณเดียวกัน ควรปลูกพืชชนิดเดียวกัน แล้วนำผลผลิตมารวมกัน เวลาขายจะได้มีอำนาจต่อรองกับผู้รับซื้อ ในทำนองเดียวกับการซื้อปุ๋ย ถ้ารวมตัวกันซื้อในนามสหกรณ์ ก็จะได้ราคาที่ต่ำกว่าที่เกษตรกรจะต่างคนต่างซื้อ
3.4 ตั้งหน่วยงานใหม่ขึ้นมา เพื่อดูแลพืชผลการเกษตรหลักๆที่สำคัญ เช่น ตั้งกรมข้าว กรมยางพารา กรมผลไม้ (แยกผลไม้หลักๆเป็นกอง) เพื่อดูแลเรื่องพืชผลนั้นๆแบบครบวงจรและถาวร
ประเทศไทยเราควรจะเดินไปสู่การเป็นประเทศอุตสาหกรรมการเกษตร เนื่องจากเรามีที่ดินที่เหมาะแก่การเพาะปลูกมากมาย และประชากรไทยที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรก็มีจำนวนมาก เรามาทำให้ประเทศเราเป็นครัวของโลกกันดีกว่าที่เป็นประเทศที่เสมือนรับจ้างผลิต โดยใช้ LOCAL CONTENT ต่ำมากๆเหมือนธุรกิจผลิตชิ้นส่วนอิเลคโทรนิคส์ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่อาจจะย้ายฐานการผลิตไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้
ตัวอย่างที่เห็นเร็วๆนี้ ก็คือ LG SAMSUNG ที่ย้ายฐานการผลิตไปที่เวียตนาม และไม่รู้ใครจะเป็นรายต่อไป คำถามที่คาใจผมอยู่ตราบจนปัจจุบันนี้คือ ทาง BOI ไม่ทราบหรือไม่ระแคะระคายเลยเหรอครับ ว่าผู้ผลิตรายใหญ่ทั้ง 2 รายนั้นจะมีการย้ายฐานการผลิต หรือถารู้ ทำไมไม่รั้งเขาไว้ สมัยก่อน ผมเห็นชาวเอเชียใต้ โดยเฉพาะคนอินเดียหอบทีวีจากบ้านเราคนละ 1-2 เครื่องกันแทบทุกคน แต่เดี๋ยวนี้ไม่เห็นแล้ว นอกจากเสียลูกค้ากลุ่มนี้ไป เรายังจะเห็นตัวเลขส่งออกที่ลดลงไปด้วย ดูท่า KPI ของ BOI นอกจากจะดูที่ปริมาณยอดขอการส่งเสริม แล้วคงต้องดูที่การรักษาอุตสาหกรรมที่มีอยู่เดิม ไม่ให้ย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศอื่นๆด้วย
ก่อนจบบทความนี้ ผมได้ข่าวเมื่อไม่นานมานี้ว่า จะตั้งงบประมาณราวๆแสนล้านบาท เพื่อจะนำสายไฟฟ้า สายโทรศัพท์ ฯลฯ ลงใต้ดิน จริงๆผมก็เห็นด้วย แต่ไม่รู้จะรีบไปทำไม ในยามที่งบประมาณมีจำกัด สู้เอาไปสร้างรถไฟฟ้าอีก 1-2 สายไม่ดีกว่าเหรอครับ
ส่วนกทม.ที่จะทำ Sky Walk ทำไมไม่เอางบนี้มาทำ Monorail เชื่อมระหว่าง BTS ตรงแยกปทุมวัน ไปจบที่สถานีรถไฟสามย่านเพื่อเชื่อมรถไฟฟ้าสายหลักทั้ง 2 สายเข้าด้วยกัน การบริหารจัดการงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัด ผู้บริหารที่ดี เก่ง และฉลาด ควรจะจัดลำดับความสำคัญของโครงการต่างๆจากสำคัญ จำเป็น และเร่งด่วน ไว้เป็นลำดับแรกๆก่อน มิฉนั้น บ้านเมืองเราจะเจริญเติบโต ทัดเทียมชาติอื่นๆได้อย่างไร







