
ลีลาความเขี้ยว
โดย...หงส์แดง [email protected]
โดย...หงส์แดง [email protected]
เห็นข่าวผลการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ หรือ กรธ. เมื่อวันที่ 22 มี.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ถึงบ้างอ้อเลยว่าการร่างรัฐธรรมนูญเพิ่งเริ่มต้นเมื่อวันนั้นเอง
ร้อยกว่าวันที่ใช้เวลาเขียนกันมา 270 มาตรา แทบจะไม่มีความหมายใดๆ ในทางการเมืองเลย
อย่างที่ทราบกันดีว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เสนอให้ กรธ.ปรับปรุงเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญจำนวน 3 ข้อด้วยเหตุผลทางด้านความมั่นคงของประเทศในระยะเปลี่ยนผ่าน ได้แก่ 1.ขอให้มี สว.จากการสรรหาจำนวน 250 คน 2.ควรใช้ระบบเลือกตั้ง สส.ด้วยบัตรลงคะแนนสองใบ และ 3.ขอชะลอการให้พรรคการเมืองเสนอชื่อว่าที่นายกรัฐมนตรีจำนวน 3 คน
นับตั้งแต่ คสช.เปิดไพ่ทั้งสามใบนี้ออกมา ปรากฏว่าเกิดคำถามซ้ำๆ ที่อาจารย์มีชัย ฤชุพันธุ์ ต้องตอบซ้ำๆ กับสื่อมวลชน คือ “คสช.เสนอมาแบบนี้ กรธ.จะรับได้หรือไม่” ซึ่งในทุกๆ วันอาจารย์มีชัยจะตอบแค่“ยังไม่ได้คิด”“ยังไม่ถึงเวลา” แต่พอจะเห็นสัญญาณบางอย่างออกมาบ้างช่วงต้นสัปดาห์ที่บอกว่า “ข้อเสนอ คสช.ก็เหมือนกับของคนอื่นที่ต้องรับเอาไว้”
สถานการณ์ที่เป็นอยู่ในเวลานี้คนผ่านร้อนผ่านหนาวอย่างอาจารย์มีชัยย่อมรู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร จะรับข้อ คสช.ทั้งหมด มีหวังฝั่งตรงข้ามคงหาเรื่องบดขยี้ไม่เลิก ครั้นจะไม่รับไมตรี คสช.เลยก็คงไม่ได้ เพราะ คสช.และกรธ.ต่างเป็นแม่น้ำสายเดียวกัน
สุดท้ายอาจารย์มีชัยเลยโชว์ความเคี่ยวกรำในทางการเมืองออกมาให้สาธารณะได้เห็นเมื่อวันที่ 22 มี.ค.
คสช.เสนอมา 3 ข้อ กรธ.ยินดีรับ 2 ข้อ แต่เขี่ยทิ้งออกไป 1 ข้อ
ว่ากันเฉพาะสองข้อที่ กรธ.รับ คือ สว.สรรหา และการงดเว้นการเสนอชื่อว่าที่นายกฯ ของพรรคการเมือง แต่เป็นการรับแบบมีเงื่อนไข
กรธ.สรุปว่า สว.สรรหา 250 คนมาจากการเลือกของ คสช. แบ่งเป็น 200 คนมาจากการสรรหาโดยตรง ส่วนอีก 50 คนมาจากการเลือกตั้งทางอ้อมตามที่ กรธ.ได้วางระบบเอาไว้ตั้งแต่แรก และไม่ให้ สว.มีอำนาจเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ
ส่วนเรื่องที่มานายกรัฐมนตรี กรธ.ไม่ได้หักหาญน้ำใจ คสช.เสียทีเดียว โดยยินดีให้สภาผู้แทนราษฎรไม่ต้องเลือกนายกฯ จากบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองเสนอขึ้นมาตั้งแต่แรก แต่จะทำแบบนั้นได้ก็ต่อเมื่อรัฐสภา (สภาผู้แทนราษฎร+วุฒิสภา) ลงมติ 2 ใน 3 หรือ 500 เสียงเห็นด้วยก่อนเท่านั้น
อาจเรียกได้ว่าบทสรุปที่ออกมาจาก กรธ.เมื่อวันก่อน เป็นการปลดล็อกให้กับ กรธ.พร้อมๆ กับโยนแรงกดดันไปให้กับ คสช.
คราวนี้แหละ คสช.จะต้องตกที่นั่งลำบากบ้าง เพราะตัวเองต้องกลับไปก่ายหน้าผากและคิดว่า จะโอเคกับการทำงานของ กรธ.ที่ออกมาหรือไม่ เสียไปหนึ่งได้มาสอง แต่ที่ได้มาสองก็ได้มาแบบมีเงื่อนไข
ถ้า คสช.คิดแล้วเกิดปิ๊งขึ้นมาว่า “รับได้” ก็แล้วไป แต่หากเกิดอารมณ์บ่จอยและรับไม่ได้ขึ้นมานี่สิ ครั้น คสช.ตีอกชกลมแบบที่เคยทำก็ไม่ได้ เพราะถ้าจะส่งจดหมายน้อยอีกรอบ จะกลายเป็นการตอกย้ำถึงการเป็นคนเอาแต่ใจของ คสช.
ไม่รู้เหมือนกันว่าเวลานี้ คสช.รู้จักชายที่ชื่อ “มีชัย ฤชุพันธุ์” ดีขึ้นมาบ้างแล้วหรือยัง







