
ใครอยู่เบื้องหลัง
สำรวจฐานคิดจากข้อเสนอแนะต่อร่างรัฐธรรมนูญจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
โดย...คุณบ๊งเบ๊ง [email protected]
สำรวจฐานคิดจากข้อเสนอแนะต่อร่างรัฐธรรมนูญจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ถึงกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) แล้ว ก็ยังพบว่า คสช.ยังคงติดกับดักในการมองสังคมการเมืองไทยแบบเดิมๆ
นั่นคือคนไทยเป็นเหยื่อนักการเมือง ถูกการเมือง “ล้างสมอง” เป็นเหตุของความวุ่นวาย สร้างความไม่สงบ จนต้องอาศัย “อำนาจพิเศษ” ในการดูแลความสงบเรียบร้อย ไม่ให้เกิดความ “รุนแรง” เหมือนก่อนรัฐประหารอีก
ผมก็ไม่แน่ใจว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลืมอะไรไปหรือเปล่าว่าความรุนแรงก่อนรัฐประหารนั้นเกิดอะไรขึ้น และใครเป็นคนทำบ้าง รวมถึงกระบวนการยุติธรรมนั้น หา "ความจริง" ได้ทั้งหมดหรือไม่
เท่าที่ผมจำได้เหตุการณ์ที่มีผู้นำอาวุธสงครามมากราดยิง กปปส. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ช่วงหนึ่งสัปดาห์ก่อนรัฐประหารนั้นยังจับใครไม่ได้
ขณะเดียวกันเหตุการณ์ที่มือปืน “ป๊อบคอร์น” นำอาวุธสงครามมาถล่มกลุ่ม “โกตี๋” ก็ยังคลุมเครือว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง เพราะกระสุนปืนที่ใช้ยิงคนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่จนเสียชีวิตในวันนั้น ไม่ได้มาจากมือปืนป๊อบคอร์น
นอกจากนี้ ผู้ร่วมขบวนการซึ่งเป็นเจ้าของอาวุธหนักอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งมีภาพออกสื่อให้เห็นชัดเจนในวันนั้น กลับไม่ถูกดำเนินคดีแต่อย่างใด
ยังไม่นับรวมเหตุการณ์ปาระเบิดที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ที่สี่แยกบรรทัดทอง หรือย้อนกลับไปก่อนหน้านั้นหลายปี ผู้ก่อเหตุป่วนหลายครั้งหลายครา ก็แทบไม่มีใครที่ต้องลงเอยอยู่ในเรือนจำ
หากจะมีก็เป็นแค่เพียงชาวบ้านตัวเล็กๆ ที่ยังอยู่ในขั้นตอนการ “ต่อสู้คดี” และเกือบทั้งหมดก็ปฏิเสธข้อกล่าวหาในภายหลังทั้งสิ้น
เกือบทุกคดีไม่สามารถสาวไปถึงผู้ที่สั่งการ แม้ว่ารัฐบาลจะมีอำนาจพิเศษอยู่ในมือ ชวนให้ตั้งคำถามต่อว่า ชาวบ้าน หรือผู้ชุมนุมทั่วไป จะสามารถมีอาวุธสงครามในครอบครอง รวมถึงสามารถใช้อาวุธสงครามอย่างเชี่ยวชาญได้อย่างไร หากไม่มี “คนมีสี” อยู่เบื้องหลัง
รวมถึงชวนให้ตั้งคำถามต่อว่า เกิดอะไรขึ้นกับกระบวนการยุติธรรม ที่กระบวนการสอบสวนมักจะยุติลง ก่อนถึงเวลาอันควรเสมอ
สะท้อนให้เห็นว่าความ “ไม่สงบ” ทั้งหลาย อาจไม่ได้มาจาก “นักการเมือง” หรือ “ผู้ชุมนุม” เพียงอย่างเดียว เพราะมีคนทั้งในกองทัพ จำพวกทหาร ตำรวจ ทั้งในและนอกราชการ มาเอี่ยวอยู่ด้วยทั้งนั้น
แต่ถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ และคณะ คสช. ได้ทำอะไรไปแล้วบ้าง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เหล่านี้ในอนาคต
คำตอบอยู่ในข้อเสนอต่อร่างรัฐธรรมนูญ โดยระบุชัดให้ส่ง “นาย” ของคนมีสีเหล่านี้ อย่าง ผบ.เหล่าทัพ ผบ.สูงสุด ผบ.ตำรวจ ไปนั่งเป็น สว.สรรหา โดยตำแหน่ง รวมถึงให้อำนาจเหนือรัฐบาลจากการเลือกตั้ง รวมถึงให้อำนาจในการ “รักษาความสงบ” เพื่อป้องกันความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นในช่วง "เปลี่ยนผ่าน"
โดยที่ไม่ตระหนักเลยว่า คนเหล่านี้เป็นทั้ง "สาเหตุ" เป็นทั้ง "ผู้มีส่วนร่วม" และ "ผู้รับผิดชอบ" ในความรุนแรงที่เกิดขึ้น ในช่วงที่ผ่านมา ซ้ำยังไม่สามารถทำ "ความจริง" ให้คลี่คลายได้
หากยังหาความจริงไม่ได้และยังยึดหลัก "คนมีสี" ถูกต้องเสมอ รวมถึงเอาอำนาจ (ที่มิควรมี) อย่างอำนาจในการควบคุมรัฐบาล ไปใส่ไว้ในมือคนเหล่านี้ ความรุนแรงในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ก็อาจปะทุขึ้นได้ทุกเวลา







