posttoday
รัฐธรรมนูญปริศนา: หนีเสือเจอะจระเข้?

รัฐธรรมนูญปริศนา: หนีเสือเจอะจระเข้?

04 มีนาคม 2559

โดย ธีระ ภู่ตระกูล CFP นายก สมาคมนักวางแผนการเงินไทย

โดย ธีระ ภู่ตระกูล CFP  นายก สมาคมนักวางแผนการเงินไทย
 
ผมถูกสอนมาในโรงเรียนว่า รัฐธรรมนูญเปรียบเสมือนเป็นสัญญาทางสังคม ระหว่างบุคคล โดยที่สังคมถูกจัดระเบียบ และได้ถูกมอบหมายด้วยหน้าที่ที่จะต้องปกป้องทุกคน และมอบสวัสดิการให้ทุกคน
 
แต่หลังจากได้อ่านร่างฉบับล่าสุดของรัฐธรรมนูญ ที่อาจจะเป็นฉบับที่ 20ของประเทศไทยตั้งแต่ปี 2475 ทำไมผมถึงรู้สึกว่ากำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ผมปฏิเสธไม่ได้ เหมือนคำพูดที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดจากภาพยนต์เรื่อง The Godfather ไม่รู้ว่าสมองผม หรือลายเซ็นของผม จะอยู่บนสัญญา แย่ไปกว่านั้น เป็นไปได้ไหมที่ผมอาจตื่นขึ้นมาวันหนึ่ง แล้วเจอหัวม้าอยู่บนเตียงผม หากผมเลือกที่จะไม่ทำตามรัฐบาลทหาร ประเทศไทยเป็นประเทศที่อะไรจะเกิดขึ้นก็ได้ และมักจะเกิดขึ้นด้วย
 
เล่นการเมืองกับเศรษฐกิจเป็นธุรกิจที่แพงมาก ต้องยอมรับว่า ผลกระทบต่อเศรษฐกิจหลังรัฐประหาร เป็นอะไรที่วิเคราะห์ยากมาก เพราะต้องคำนึงถึงว่าจะมีสถานการณ์รุนแรงแค่ไหน แต่ส่วนมาก รัฐประหารมักจะทำให้การขยายตัวชลอลง และก็จะมีการลดรายได้เช่นกัน โดยเฉลี่ย จะลดประมาณร้อยละ 3.5 ในปีหลังการรัฐประหาร และยอดรวมอยู่ที่ร้อยละ 7ดังปรากฏในหนังสือของ Paul Collier ซึ่งเป็นอาจารย์เศรษฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัย Oxford เขียนไว้เมื่อปี ค.ศ. 2009
 
จึงเป็นเรื่องที่ไม่ทำให้คนแปลกใจที่จะเห็นว่า เศรษฐกิจไม่ดีในช่วงสองปีหลังที่เกิดรัฐประหารในปี ค.ศ. 2014 สำหรับปีนี้ ข้อมูลต่างๆ ระบุว่า อาจจะยากที่จะมีการขยายตัวของเศรษฐกิจ การบริโภคภายในประเทศอ่อนแรงมาก การขยายตัวของการส่งออก ได้ลดลงติดต่อกันเป็นเวลา 13เดือน โดยลดลงไปถึงร้อยละ 8 ในเดือนมกราคม ภาวะแล้งก็จะเกิดขึ้นในเดือนเมษายน และก็มีความกังวลถึงประเด็นที่รู้อยู่ในใจ แต่ไม่กล้าพูด
 
จาก 4 ปัจจัยหลักที่ช่วยผลักดัน ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP)สองปัจจัยก็ตายสนิท (การบริโภคภายในประเทศ และ การส่งออก) และอีกสองปัจจัย (การลงทุนของภาครัฐและเอกชน) ก็ไม่ได้ดีกว่าเท่าไรนัก อัตราหนี้ครัวเรือนที่สูงถึงร้อยละ 85 ของ GDP หมายความว่ารายได้ที่จับจ่ายได้ของบุคคลจะอยู่ที่อัตราต่ำมาก และคนส่วนมากก็จะเลือกที่จะจับจ่ายใช้สอยให้น้อยลง ในสถานการณ์ของความมั่นคงที่ไม่เป็นจริง นอกจากนี้ ธนาคารก็เริ่มที่จะเข้มงวดมากขึ้น หลังอัตราหนี้เสียเพิ่มขึ้นถึงระดับร้อยละ 3-5 ของสิ้นเชื่อรวม
 
สำหรับการเพิ่มรายจ่ายของภาครัฐ ประเทศไทยก็ยังสามารถทำได้ แต่ปัจจัยดังกล่าว เป็นส่วนแบ่งเพียงร้อยละ 12 ของ GDP รวมเท่านั้น นอกจากนี้ รัฐบาลปัจจุบันเลือกที่จะไม่ลงทุนในเศรษฐกิจโดยตรง แต่จะเลือกใช้สถาบันการเงินเฉพาะ อาทิ ธนาคารออมสิน ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ในการปล่อยกู้เงินเพื่อสนับสนุนโครงการของรัฐบาล โดยมีการรับประกันโดยปริยายว่า หากโครงการดังกล่าวล้มเหลว ซึ่งมีโอกาสที่จะล้มเหลวสูง รัฐบาลจะอัดฉีดเงินช่วยเหลือเข้าไปให้กับธนาคารดังกล่าว
 
ส่วนในด้านของการลงทุนโดยภาคเอกชน ภาพรวมก็ดูไม่ดีมากนัก ทำไมนักลงทุนถึงจะเลือกลงทุนในประเทศที่มีอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจเพียงร้อยละ 2 เมื่อประเทศในกลุ่ม CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม) มีอัตราการขยายตัวสูงกว่าถึงสามเท่า บริษัทไทยหลายแห่งยังตัดสินใจที่เข้าไปลงทุนในกลุ่มประเทศเหล่านี้เช่นกัน
 
 
สิ่งแรกที่ทีมเศรษฐกิจใหม่ได้มองหาคือ มิตรเก่าแก่อย่างญี่ปุ่น ซึ่งยังเป็นมิตรประเทศหมายเลขหนึ่งในด้านของการลงทุนโดยตรง (FDI) แต่คำตอบที่ได้รับจากรัฐบาลในกรุงโตเกียว คือ เข้าร่วม TPP (ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ ภาคพื้นแปซิฟิก) ซึ่งเป็นนโยบายความตกลงทางการค้าที่ริเริ่มโดยสหรัฐฯ กับกลุ่มประเทศริมขอบมหาสมุทรแปซิฟิก 12 ประเทศ
 
แต่พวกเราก็ทราบกันดีว่า จากการที่รัฐบาลทหารได้แสดงอย่างชัดเจนว่าไม่ได้ให้ความสำคัญกับสหรัฐฯ ประกอบกับประเทศสมาชิกจะต้องมีรัฐบาลจากการเลือกตั้ง ก็คงเป็นอีกนานกว่าไทยจะเข้าร่วมเป็นสมาชิกในกลุ่มนี้ได้
 
เพราะฉนั้น เรายังต้องทนกับรัฐบาลของนายพลที่เปลี่ยนชุดเป็นพลเรือน อีกนานเท่าไร ซึ่งก็คงต้องขึ้นอยู่กับรัฐธรรมนูญ แต่เสียดายที่จะเกิดปริศนาว่า แย่ถ้าผ่าน แต่ก็แย่หากไม่ผ่าน ในเวลาเดียวกัน ค่าเสียหายทางเศรษฐกิจและโอกาสก็จะเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นอะไรที่ประเทศนี้ไม่สามารถจะรับได้
 
ผมได้แต่หวังว่าคสช.ควรจะตระหนักดีว่าเราไม่ได้อยู่ในช่วงปี 2500แล้ว ทัศนคติของประชาชนมีการเปลี่ยนแปลงมากไม่เหมือนก่อนและการบริหารประเทศในศตวรรษที่ 21ควรจะปล่อยให้นักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งดำเนินการต่อไป จึงทำให้ผมคิดถึงเรื่องตลกเกี่ยวกับประธานาธิบดีสหรัฐฯที่มีผู้คุ้มกัน100คนและหนึ่งในนั้นเป็นผู้ก่อการร้ายแต่เขาไม่ทราบว่าเป็นคนไหน ประธานาธิบดีฝรั่งเศสมีอีหนู100คนและหนึ่งในนั้นติดเชื้อโรคเอดส์แต่เขาไม่ทราบว่า เป็นคนไหน ในขณะที่นายกไทยมีที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจ100คนมีเพียงหนึ่งคนเท่านั้นที่ฉลาดแต่เขาไม่ทราบว่า เป็นคนไหน
 

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน